พิสิฐ ลี้อาธรรม พูดเรื่องเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากโควิด-19 และเรียกร้องให้รัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวโดยการแปลงหนี้เป็นทุน และให้แบงก์เป็นผู้รับโอนเงินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามที่จะออก มาตรการมาช่วยเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งต้องยอมรับครับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้มีปัญหา อย่างมากนะครับ เพราะว่าอยู่ ๆ นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยปีหนึ่ง ๔๐ ล้านคน ใช้จ่ายเงิน ๒ ล้านล้านบาท หมุนเวียนให้ธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร คนขับรถทัวร์ รถตู้ รวมถึงไกด์ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ ได้มีงานทำ ได้มีรายได้นี้อยู่ ๆ ก็หายไป โดยที่แม้ว่าเราจะพยายามจะใช้การกระตุ้นภายในให้คนไทยเที่ยวกันเองก็คงจะไปชดเชย ได้ยากนะครับ แล้วก็คาดว่าภาวะนี้อาจจะต้องอยู่ไปถึงสิ้นปีหน้า ตราบใดที่วัคซีนเรายัง ไม่ก้าวหน้า แล้วก็โรคนี้ยังมีความเสียหายเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ จากการกลายพันธุ์ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านพยายามจะดำเนินการผมก็ยังเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าแม้จะมีมาตรการใหม่ ๆ มา เช่น พักทรัพย์ พักหนี้ ก็อาจจะไม่เพียงพอ ให้ บสย. ไปค้ำประกันก็อาจจะได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะว่าวิสัยของธุรกิจการเงินนั้นเขาต้องดูแลความมั่นคงของเขา ณ เวลานี้สถาบันการเงิน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องขาดเงิน ไม่ได้ขาดสภาพคล่องนะครับ ไม่เหมือนกับในต่างประเทศ ที่ในอเมริกาหรือยุโรป หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นแบงก์ชาติสามารถใช้มาตรการคิวอี (QE) ในการอัดฉีดเงิน แต่ระบบเศรษฐกิจการเงินบ้านเราเงินมันล้นครับ ดอกเบี้ยก็ต่ำ เพราะฉะนั้นท่านอัดเข้าไปในแบงก์ (Bank) แบงก์ (Bank)ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้มาก เพราะเขาอยู่ตัว ขณะนี้ทุนเขาอาจจะมีเพียงพอ แต่ถ้าเขาเทกลิสต์ (Take List) โดยการ ปล่อยกู้ไปเขาก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสียแล้วก็ทำให้ทุนเขาหดหายไปอีก เพราะตรง นี้ผมก็คิดว่าจะเป็นข้อจำกัดสำคัญในการดำเนินมาตรการของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบงก์ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นแลนด์แบงก์ (Land Bank) ที่จะไปเก็บทรัพย์สินมาไว้อยู่ในบัญชี แบงก์มีหน้าที่ในการหมุนเงินให้เงินเขาออก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องดูก็คือว่าสถานการณ์ เศรษฐกิจตอนนี้ภาคธุรกิจเกิดความเสียหายเพราะว่าไม่มีรายได้ มีการขาดทุนนะครับ ทุนหด หาย เพราะฉะนั้นเวลาจะไปกู้เจ้าหนี้ก็จะดู ดีอีเรโช (D/E Ratio) หนี้ต่อทุนเป็นอย่างไร มัน เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ ฉะนั้นตัวปัญหาตอนนี้คือทุนครับ ว่าทำอย่างไร จึงจะให้ธุรกิจเขามีทุนที่จะประทังอยู่รอดได้ วิธีหนึ่งที่เคยทำในอดีตก็คือการแปลงหนี้เป็นทุน นะครับ สถาบันการเงินเราต้องให้แรงจูงใจกับแบงก์ในการที่จะแปลงหนี้ให้เป็นทุน เพราะทุน นั้นจะทำให้เขาสามารถที่จะกู้หนี้เพิ่มขึ้นได้หนึ่ง สองก็คือทุนไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าถ้ายังไม่มีกำไร เพราะฉะนั้นเรื่องของทุนจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะต้อง อัดฉีดเข้าไป เงินที่ท่านจะให้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี หรือที่คิดว่างบประมาณจะเสียหาย ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีและท่านผู้ว่าการได้โปรดดูแลครับว่า ทำอย่างไรเราจึงจะใส่เป็นในรูปของทุนแทนที่จะเป็นรูปของหนี้ เพราะเอกชนโดยเฉพาะ ในภาคท่องเที่ยวเขาไม่มีกำลังที่จะก่อหนี้เพิ่ม แต่ถ้าเราใส่ทุนลงไป โดยที่ส่วนหนึ่งอาจจะรัฐ ช่วยเหลือ อีกส่วนหนึ่งเป็นของแบงก์ แล้วก็ให้เขาซื้อคืนได้ เราอาจจะต้องมีการตั้งเป็น กองทุนขึ้นมา สมัยก่อนเวลาหุ้นตกรัฐบาลยังพยายามตั้งกองทุนไปพยุงหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ ณ เวลานี้เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ทำธุรกิจด้านท่องเที่ยวกำลังย่ำแย่ ทำไมเราจึงไม่ไป ช่วยในรูปแบบนี้ ท่านบอกว่าวิธีการที่เราจะปล่อยเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะมี ความเสียหายเกิดขึ้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อรัฐบาล ผมคิดว่าถ้าท่านสามารถที่จะ เทกลิสต์ (Take List) ในส่วนนี้ได้ ลองดูครับ ว่าถ้าเราใส่เป็นทุนลงไปให้เขามีโอกาสซื้อคืน ในอนาคตในราคาที่ตกลงกัน ให้เขาอยู่รอดได้ เราตั้งเงื่อนไขในเรื่องของการจ้างงานว่าไม่ ปลดพนักงาน หรือในเรื่องของซีเอสอาร์ (CSR) หรือในเรื่องของการทำบัญชีให้โปร่งใสเหล่านี้ เป็นต้น ว่าถ้าเกิดการท่องเที่ยวฟื้นกลับเข้ามา เศรษฐกิจไทยฟื้นกลับเข้ามาเขาก็จะเป็นตัวทำ รายได้เป็นแหล่งจ้างงาน แล้วก็เป็นสมบัติของนายทุนใหญ่ หรือสมบัติของต่างชาติที่จะ มากว้านซื้อทรัพย์สินเหล่านี้ราคาถูก เพราะว่าถ้าเกิดท่านให้แบงก์เป็นผู้ที่รับโอนไป สุดท้ายแบงก์ก็ต้องพยายามขายให้กับนายทุนอยู่ดี ซึ่งก็คงจะไม่สมประโยชน์ แล้วเราคงไม่ อยากเห็นประเทศไทยที่เอสเอ็มอี (SMEs) ถูกทำให้หดหายไป เราคงต้องพยายามช่วย เอสเอ็มอี (SMEs) ให้สามารถที่จะผงาดขึ้นมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเซกเตอร์ (Sector) การท่องเที่ยวครับ ขอบพระคุณมากครับ