ชัยชาญ ช้างมงคล หารือเรื่องการปรับปรุงระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน โดยเน้นย้ำถึงการทุจริตในโครงการและขอให้สมาชิกสภาแจ้งข้อมูลผิดปกติให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อเสนอแนะทั้งในเรื่องของ พ.ร.บ. ๑๙๑ และเรื่องของ ซอฟต์แวร์ (Software) ต้องเรียนว่าในเรื่องของการจัดทำทีโออาร์ (TOR) นั้นทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการทีโออาร์ (TOR) ขึ้นมา ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็น กรรมการ ทั้ง กสทช. เรื่องของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็ หน่วยงานที่มีการดำเนินการและเป็นประโยชน์สำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกัน จัดทำทีโออาร์ (TOR) ที่กราบเรียนไปแล้วว่าได้ดำเนินการมาแล้ว ๒ ครั้ง ขั้นตอนปัจจุบันนี้ ก็อยู่ในขั้นที่ ๓ ก็จะมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัย ณ ปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของทีโออาร์ (TOR) ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาต้องการที่จะให้นั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่า ปัจจุบันอยู่ในขั้นของการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง คิดว่าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็คง จะนำเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ (Website) ซึ่งท่านสมาชิกก็คงจะดำเนินการหาได้นะครับ ส่วนเรื่องครั้งที่แล้วครั้งที่ ๒ นั้นก็สามารถดาวน์โหลด (Download) ได้ในระบบนะครับ ส่วนเรื่องรายละเอียดของโครงการนั้นขออนุญาตเรียนว่าในโครงการนั้นได้แบ่งเป็น ๒ ระยะ ด้วยกัน ระยะที่ ๑ ก็เป็นการพัฒนาจัดทำระบบงานหลัก ๆ ของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จำนวน ๑๒ ระบบงาน เช่น ระบบรับแจ้งเหตุและประสานงานฉุกเฉิน ระบบวิเคราะห์ข้อมูล อัจฉริยะ และระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นต้นนะครับ ระยะที่ ๒ ก็จะเป็นการดำเนินงานด้าน ต่าง ๆ เช่น ระบบการบริการระบบศูนย์ข้อมูลกลาง เรื่องของการเช่าระบบวงจรเช่าความเร็วสูง เป็นการดำเนินการภายในระยะเวลา ๕ ปี ในแต่ละระยะนั้นก็จะมีเนื้องานหลัก ๆ อยู่ ๒ ส่วนงาน ขออนุญาตกราบเรียนว่าจะแบ่งเป็นการดำเนินงานตามพื้นที่ ส่วนงานที่ ๑ ในจำนวน ๑๑ จังหวัด และส่วนงานที่ ๒ ก็จะเป็นพื้นที่ที่เหลืออีก ๖๖ จังหวัด สรุปสั้น ๆ ก็คือส่วนงานที่ ๑ ก็จะเป็นเรื่องของการติดตั้งระบบต่าง ๆ ของศูนย์ เรื่อง ณ ศูนย์ข้อมูลกลาง จำนวน ๒ แห่ง และการติดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติจังหวัดในพื้นที่จังหวัดอีก ๑๑ จังหวัด โดยได้กำหนดแผนงานไว้ว่าจะดำเนินงานให้ภายใน ๑๒ เดือน เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๖ ส่วนงานที่ ๒ ก็จะเป็นการติดตั้งศูนย์รับแจ้ง เหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติจังหวัด ศูนย์แจ้งเหตุของสถานีตำรวจ รวมทั้งเรื่องของหน่วยบริการเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ที่เหลืออีก ๖๖ จังหวัด ซึ่งกำหนดแผน การดำเนินการไว้ ๙ เดือน ในห้วงเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๖ โดยคาดว่าโครงการถ้าเป็นไปตามแผนงานก็จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๖ แล้วเบื้องต้นในเรื่องของการดำเนินการที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อเสนอเรื่องอัตรากำลัง เรื่องหน่วยงานที่รับผิดชอบในเบื้องต้นนั้นก็จะใช้บุคลากรเดิมของ ๑๙๑ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีคลุม ๗๗ จังหวัดอยู่แล้ว นำมาฝึกอบรมพร้อมกับใช้งานระบบใหม่พร้อมกับที่จะดำเนินการใน เรื่องของจัดทำโครงสร้างแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อจะรองรับศูนย์ดังกล่าว
ส่วนคำถามพ่วงเมื่อสักครู่อีกอันหนึ่ง ท่านถามถึงเรื่องของมีการพบการทุจริต ในโครงการหรือไม่อย่างไร ก็ขออนุญาตเรียนว่าในโครงการนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ก็ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหาร พัสดุภาครัฐตามขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยความโปร่งใส ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข ทีโออาร์ (TOR) เมื่อเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในครั้งที่ ๓ ซึ่งจะเป็น การดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังได้เข้าร่วมในโครงการ ข้อตกลงคุณธรรมด้วย โดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทยได้ส่งผู้แทนเข้ามา สังเกตการณ์ดำเนินการจัดจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน รวมถึงได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ (TOR) และการจัดจ้างอีกด้วย ซึ่งถ้าท่าน สมาชิกมีข้อมูลสิ่งใดที่จะบ่งชี้ถึงความผิดปกติในการปฏิบัติงาน ในเรื่องของการดำเนินการ ในโครงการนี้ ก็ขอให้ท่านได้ยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือยื่นมาที่ทางสำนักงาน นายกรัฐมนตรีได้นะครับท่านสมาชิก ขอยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ได้มีนโยบายและเน้นย้ำว่าให้ทุกหน่วยงานดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสิ่งสำคัญก็คือว่าเมื่อดำเนินการแล้วจะต้องมี ประสิทธิภาพ แล้วก็สามารถดำเนินการได้จริงตามวัตถุประสงค์ ตามกำหนดขอบเขต และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ให้ยึดถือเรื่องของการบริหารจัดการพัสดุภาครัฐอย่าง เคร่งครัดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ