ประเดิมชัย สนับสนุนเปิดประเทศ แต่ห่วงมาตรการคุมโควิดไม่เพียงพอ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือผลกระทบจากการเปิดประเทศภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นความจำเป็นในการกำกับดูแลมาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาดำเนินการอีกครั้ง

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดน ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะได้อภิปรายถึงเหตุผลในการสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา ที่พูดถึง เรื่องของผลกระทบจากเรื่องของการเปิดประเทศ และในเรื่องของการช่วยเสนอแนะกับรัฐบาล ในการที่จะหามาตรการในการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ภายใต้ โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่รัฐบาลตัดสินใจในการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมไม่ปฏิเสธว่าประเทศไทยของเรานั้นรายได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ หลักก็จะว่าได้ ก็คือในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งท่านสมาชิกส่วนใหญ่ก็ได้อภิปรายไปในส่วนนี้แล้ว ผมขออนุญาตในการที่จะไม่ได้พูดถึง แต่ผมมีมุมมองที่ต่างจากหลายท่านไปก็คือว่า เมื่อเราเล็งเห็นจากเรื่องของการที่จะต้องหารายได้เข้ามาสู่ประเทศ เพื่อที่จะทำให้พี่น้องอยู่ดี มีสุขหรือว่ามีกินในอนาคต ในขณะเดียวกันเราต้องคำนึงถึงพื้นฐานของความเสี่ยงที่จะส่ง ผลกระทบตามมาจากเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะเรื่องของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในขณะนี้ ท่านประธานนะครับคงทราบดีว่า รัฐบาลที่ตัดสินใจเปิดประเทศก็น่าจะด้วยเหตุผล ที่ว่ารัฐบาลเข้าถึงตาจนครับ เพราะว่าถ้ายังคงปิดประเทศรัฐบาลเองก็คงไม่มีปัญญาในการที่จะ หาเงินมาหล่อเลี้ยง หรือว่ามาแก้ไขปัญหาความทุกข์ยาก หรือว่าปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นรัฐบาลเองเลือกเสี่ยงในการที่จะเอาประชาชนนั้นเป็นตัวประกันในการเปิดประเทศ ในการที่จะหาเงิน หารายได้เข้าประเทศ แต่สิ่งที่เราจะปฏิเสธ หรือว่ามองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือว่า มาตรการที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ กลไกในการขับเคลื่อนในการที่จะดูแล ในเรื่องนี้ ไม่ใช่คณะรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ คนที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อน หรือว่า จะดูแลภายใต้การกำกับ หรือว่าการให้นโยบายของรัฐบาลก็คือในส่วนของข้าราชการประจำ ท่านประธานลองไปดูในขณะนี้ครับว่า วันนี้เราเปิดประเทศเข้ามาสู่วันที่ ๑๑ ในการรับ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เรามีตัวเลขเรามีสถิติชัดเจนว่า มีคนเข้ามา ประมาณ ๒๘,๐๐๐ กว่าคน พบผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศติดเชื้อประมาณ ๐.๐๑ หรือประมาณ ๒๙ คนท่านประธานครับ ถามว่าแล้วใน ๒๙ คนที่มีการตรวจพบและติดเชื้อ คนเหล่านี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นี่เราไม่ได้พูดถึงคนไทยซึ่งเดินทางไปเที่ยวด้วยกันว่า มีการนำเอาเชื้อไปสู่ในสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่ น่าเป็นห่วงท่านประธานครับ ก็ด้วยเหตุที่ว่าวิธีการ หรือว่ากระบวนการในการที่จะใช้ มาตรการในการกำกับดูแลติดตามตรวจสอบ พูดง่าย ๆ ท่านประธานครับ ในเรื่องของ ไทม์ไลน์ (Timeline) หรือว่าการติดตามตรวจสอบของผู้ที่ติดเชื้อในขณะนี้ท่านประธาน ลองไปดูข้อเท็จจริงก็ได้ คนที่มีหน้าที่ในการติดตามดูแล ตรวจสอบในการที่จะสอบสวนโรค เพื่อที่จะได้สกัดกั้นในเรื่องของโรคในขณะนี้ แทบจะเรียกได้ว่า ไม่ได้มีการทำเลย ท่านประธานครับ ไม่มีใครเคยพูดถึงในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เลย เมื่อก่อนแรก ๆ ก็เอาจริงเอาจัง ทำกันอย่างจริงจังในเรื่องพวกนี้ แต่จนถึงในขณะนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กลับละลายหายไปกับ สายลม ฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่เรายอมรับ หรือว่าเราจะต้องดำเนินการภายใต้กฎระเบียบ ที่ทุกคนได้คิด และเขียนกันขึ้นมามันจะต้องมีการปฏิบัติอย่างจริงจัง มาตรการถ้าเรา ปล่อยให้เป็นไปโดยตามธรรมชาติอย่างที่เห็นอยู่ในขณะนี้ เอาเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไปดูในคืนวันศุกร์ วันเสาร์ ท่านประธานจะเห็นว่าผู้คน ออกมาทานอาหารนอกบ้านกันอย่างมากมาย แต่สิ่งที่ทุกคนไปรวมตัวกันอยู่ในร้านอาหาร ถามว่าอยู่ภายใต้มาตรการอย่างที่รัฐบาลได้แถลงออกมาหรือไม่ ผมไม่ได้บอกว่าจะต้องปิด ร้านอาหารไม่ใช่ครับ แต่ผมคิดว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะต้องไปติดตามตรวจสอบว่า เมื่อรัฐบาลได้ผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ การท่องเที่ยวได้กลับเข้ามามีวิถีชีวิต หรือว่าดำเนินกิจกรรม กิจการได้เหมือนเดิมแล้ว ได้ปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดไว้หรือไม่ ฉะนั้นวันนี้เราเริ่มต้นจาก ๑๐ วัน คนที่เดินทางเข้ามาในประเทศประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน เราตั้งเป้าจะให้มีนักท่องเที่ยว เดินทางในประเทศของเราให้มากขึ้น ถามว่าเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น คนที่จะพาเชื้อโรคเข้ามาจะมากขึ้นเป็นเงาตามตัวหรือไม่ อันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลเองคงต้อง พึงตระหนัก และคงจะต้องไปหาวิธีการในการที่จะต้องกำกับดูแล สั่งการหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เข้มข้นในกฎกติกา หรือว่าสิ่งที่รัฐบาล หรือว่าทุกคนที่ร่วมกันคิดร่วมกันทำ เพื่อที่จะทำให้ประเทศของเรานั้นเดินหน้าไปได้ แน่นอนครับว่าในเรื่องของการท่องเที่ยว ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าการเปิดประเทศเราต้องส่งเสริม แต่ในขณะเดียวกันเรื่องของการที่จะส่งเสริม ให้คนไทยด้วยกัน ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยว ผมก็อยากให้รัฐบาลเองส่งเสริมให้มากขึ้น สำหรับที่จะให้คนไทยด้วยกันเดินทางออกไปท่องเที่ยว เพื่อที่จะได้ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ