นิยม ชี้ปัญหายาเสพติดลุกลาม จี้เพิ่มขีดความสามารถ ป.ป.ส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

นิยม เวชกามา วิพากษ์รายงานการปราบปรามยาเสพติดปี 2563 ของ ป.ป.ส. ที่ยังอิงกฎหมายเก่า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายยาเสพติด และเสนอให้ยกเลิกรางวัลนำจับเพื่อตัดวงจรผลประโยชน์ พร้อมเรียกร้องให้ ป.ป.ส. ทบทวนแนวทางการดำเนินงานใหม่เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างแท้จริง

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด ในเรื่องเกี่ยวกับรายงานของ ป.ป.ส. ท่านรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ตามที่ผมดูรายงาน ท่านรายงานตามกฎหมายเก่า ซึ่งท่านจะต้องเป็นภาระหนักขึ้นกว่าเก่าอีก เพราะกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติ ฉบับใหม่ให้อำนาจ ป.ป.ส. มีมากมายมหาศาล เรียกว่าจะมีอำนาจล้นฟ้าท่านประธาน ลึกไปถึงขนาดต้องปลูกกัญชา ต้อง ป.ป.ส. มีอำนาจในการตรวจสอบด้วย แต่บุคลากร ของท่านมีนิดเดียว เพราะฉะนั้นในรายงานของท่านมันถึงส่อผลบอกว่า ปี ๒๕๖๓ ท่านรายงานเป๊ะ ๆ ออกมาเลยว่า ยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) เฮโรอีน โคเคน (Cocaine) กัญชา ซึ่งเขาจะขีดออกแล้ว กัญชา กระท่อมอะไรนี่ ซึ่งท่านไม่ได้ทำ แต่ว่าอำนาจอย่างอื่นท่านมาก วันนี้ผมต้องกราบเรียนว่าผมเป็นกรรมาธิการ กรรมาธิการศึกษาปัญหายาเสพติด ยังไม่จบ กำลังจะเสร็จแล้วทำรายงานอยู่ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้มี ๓๙ คน รายงานใหญ่ของผม กรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหายาเสพติด ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านประธานผม ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ เป็นรองประธานกรรมาธิการ ได้ทำการศึกษาปัญหานี้มากมายมหาศาล จนคิดกันกระทั่งว่า วันหนึ่งยาบ้าพรรคพวกหลายคน ส.ส. ได้อภิปรายไปแล้วว่าเต็มบ้านเต็มเมือง นั่นคือ ความจริง ผมต้องกราบเรียนว่าที่ท่านออกมารายงานผู้ต้องหาคดี คดีมี ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคดี ผู้ต้องหา ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย เป็นเรื่องจริงครับ ผมไม่ปฏิเสธรายงานท่านหรอก แต่ว่า ที่รายงานทั้งหมดแล้วจะทำอย่างไร ในเมื่อรู้กันอยู่เต็มอกว่ายาบ้าวันนี้เต็มบ้านเต็มเมือง แล้วไม่ต้องเกรงใจว่าเจ้าหน้าที่เรานี่ละมีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ส. อาจจะจำนวนน้อย แต่ที่มีส่วน เกี่ยวข้องโดยตรงคือตำรวจ ปฏิเสธไม่ได้ ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก จนตำรวจบางคน พรรคพวกผมเป็นระดับผู้กำกับ รองผู้กำกับทั้งหลายบอกทำไม่ได้อย่างอื่นแล้ว ไม่มีปัญญา เพราะตำรวจคลุกคลีอยู่ โดยเฉพาะสายสืบคลุกคลีอยู่กับผู้ขายยาบ้า จนต้องเอายาบ้าที่จับมา ไปขายเอง วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับ พวกผมนี่กรรมาธิการไปศึกษาจนคิดว่าวันหนึ่งทำไมไม่ผลิต ยาบ้าออกมาให้ชาวบ้านกินเลย เพื่อตัดปัญหาการขายดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ที่ว่านี่ โดยทำอาจจะมีปริมาณราคาถูกลง หรือไม่ขายเลย เพื่อแข่งไม่ให้มีพ่อค้า คนกลาง เพราะตราบใดยาบ้ายังซื้อได้เหมือนตลาดนัด ซื้อเหมือนเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) ไม่มีทางหมดครับ เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) ยังว่าเดินไป แต่ยาบ้านี่ขับรถมอเตอร์ไซค์ สวนกัน เด็กวัยรุ่นทั้งหลาย ไม่วัยรุ่นก็ตามได้เลยครับ เงินไม่มีเอาไปกินก่อนจ่ายทีหลัง อันนี้ คือประเด็น พวกคณะกรรมาธิการชุดผม ๓๙ คน ได้ศึกษามาแล้วว่าสถานการณ์แบบนี้จึงตั้ง เป็น ๒ อนุ อนุหนึ่งคืออนุเรื่องการปราบปรามไปศึกษาว่าทำอย่างไร อนุหนึ่งคืออนุเรื่องการบำบัดฟื้นฟู ก็เห็นว่าปราบปรามมันไม่ได้ ทำอย่างไรจะเอาพวกที่ติด เอาคนเสพเป็นคนป่วย กฎหมาย ออกให้ท่านแล้วละ ท่านเห็นแล้วกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดฉบับนี้ผ่านในสภานี้แล้ว เพราะฉะนั้นท่านยังเอารายงานเก่ามารายงานนี่ไม่ได้เกิดประโยชน์ ปี ๒๕๖๓ ของเก่า ผมดูแล้วของท่านเล่มนิดเดียว เป็นเรื่องการจับ การปรับ การอะไรของท่าน ผมถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านบอกว่า ป.ป.ง. ท่านดูแลอยู่ ยึดยาบ้า ยึดของกลาง เดิมทีเดียว ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทอะไรของท่าน อันนั้นไม่ใช่สาระ สาระท่านต้องมาคิดว่าทำอย่างไรยาบ้าจะหมดไปจากประเทศไทย ตามรายงานของท่าน ผมดูแล้วมันเป็นรายงานเก่า ๆ ไม่ได้มีประโยชน์ต่อประชาชน ผมให้ท่านทบทวนปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ต่อไป ป.ป.ส. จะทำอย่างไร ผมเสนอเลยนะ รางวัลนำจับยกเลิก ไม่ต้องมี เพราะนี่คือสาเหตุยาบ้าไม่หมดไปจากบ้านจากเมือง เพราะเอายาบ้ามาแล้วไม่รู้วนขายวน อะไรกันเจ้าหน้าที่ เงินมันมีอำนาจท่านประธาน แล้วไม่ใช่อำนาจเงินเล็ก ๆ เงินใหญ่ ไม่มีใคร ปฏิเสธเงินในวงการข้าราชการ หรือวงการไหนก็แล้ว นี่จึงเป็นประเด็นว่า ป.ป.ส. วันนี้ไม่มี กำลังต้องอาศัยตำรวจ แล้วตำรวจก็เป็นตัวจักรในการทำให้ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง ผมในฐานะ คนหนึ่งซึ่งศึกษาในเรื่องนี้มีบทสรุปสั้น ๆ เดี๋ยวผมอ่านเพราะเวลาเหลืออยู่นาทีเศษ สรุปสั้น ๆ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพวกผมศึกษาอยู่นี้ว่า ความรุนแรงของยาเสพติดในประเทศไทย ปรากฏจากจำนวนยาเสพติดที่จับยึดได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดท่านประธาน ไม่ได้หมายความว่า ปีนี้จับได้ ๑๐,๐๐๐ เม็ด สมมตินะ ปีหน้าได้ ๒๐,๐๐๐ ไม่ใช่ครับ จากหมื่นมาเป็นล้าน นี่คือปัญหา แล้วก็ไม่ได้สิ้นสุดไป จนเกิดคำถามจากชาวบ้านว่า เอ๊ะ ยาที่จับได้มาไปทำลาย หรือเปล่า หรือกลับมาขายอีก เพราะตำรวจที่ทำงานปฏิเสธไม่ได้นะ ตำรวจคือจุดใกล้ ชาวบ้านที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราศึกษามาว่าต้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการปราบปราม จัดการเรื่องยาบ้า คือตอนนี้อันดับหนึ่งของประเทศไทยคือยาบ้า ส่วนอย่างอื่นเป็นเรื่องรอง ยาเสพติด ผมจึงกราบเรียนว่าทำอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ผมบอกว่า ต้องทบทวนตัวเองว่าต่อไปนี้จะทำอะไร ไม่ใช่แค่รายงานมาเป็นปี ๆ เพราะเงินทุ่มเทในการ ปราบปรามยาเสพติดเป็นหมื่นล้านจากเงินให้โดยตรง และจากเงินที่มีหลายกระบวนการ ผมจึงกราบเรียนว่าไม่ได้หรอกครับ ยาบ้าถ้าปล่อยแบบนี้มันไม่สิ้นสุดกันง่าย ๆ ยกเลิกเลยขบวนการยาเสพติดที่ชดเชยเงินทั้งหลายเลิกกัน ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ