สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕

สมศักดิ์ เทพสุทิน หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาคนผิดกฎหมายที่กลับมาออกมาทำร้ายผู้อื่นอีกครั้ง โดยเสนอแนวคิดการสร้าง "วอตช์ลิสต์" เพื่อติดตามและกำกับดูแลบุคคลเหล่านี้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นั่งฟัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์และเป็นแนวทางเดียวกับ กระทรวงยุติธรรมเป็นส่วนใหญ่ ก็มีบางส่วนที่มีคำถามถามว่าในการดำเนินการตรงนี้ มันเรียบร้อยหรือว่าขัดแย้งกับหลักขององค์ความรู้ต่าง ๆ ต้องเรียนว่าการทำกฎหมายฉบับนี้ผมคิดนอกกรอบ แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากนักโทษคน หนึ่ง ฆ่าข่มขืน แล้วพี่น้องประชาชนทั่วประเทศวิพากษ์วิจารณ์ด่ากันอย่างระงมเลย ผมคิดว่า เราอดทนต่อการกระทำลักษณะนี้ไม่ได้แน่นอน ต้องแก้ไขอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เราก็พยายามตั้งคณะกรรมการในกระทรวงเพื่อศึกษาว่าเราจะทำอย่างไร เราจะกักกันคนผู้ที่ ทำความผิดแล้ว และเคยทำความผิดและออกมากระทำความผิดซ้ำได้อย่างไร เราก็พบปัญหา เต็มไปหมดเลยว่า การที่จะกักกันผู้คนเพิ่มซ้ำไปอีก ถ้าเราไม่เริ่มต้นที่จะเอาคนผู้นี้เข้าไปอยู่ ในการพิจารณาของศาลตั้งแต่ครั้งแรก ถ้าไม่มีคำสั่งหรือบันทึกของศาลดำเนินการไว้ตั้งแต่ แรกเราจะทำไม่ได้เลย เราก็ติดขัดแล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะไม่ให้ติดขัด เราก็มาจัดกลุ่มผู้คน ที่เคยกระทำความผิดเกี่ยวกับความรุนแรงและเพศมีอะไรบ้าง เราก็ค้นย้อนหลังไปประมาณ ๓ ปี ๓ ปีมีบุคคลที่เคยทำผิดในลักษณะนี้ประมาณ ๑๐๐ ต้น ๆ เราก็เลยบอกว่าบุคคลกลุ่มนี้ เราอยากจะติดตามกำกับดูแล แต่เราก็ไม่มีกฎหมายที่เราจะไปควบคุมหรือกำกับดูแลให้ความ ปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนได้ เราก็เลยให้กลุ่มคนพวกนี้เรียกว่าเป็นวอตช์ลิสต์ ๑ (Watch list 1) ในวอตช์ลิสต์ ๑ (Watch list 1) คือคนที่อยู่ในกลุ่มที่เราต้องการอยากจะ ควบคุมและทำความปลอดภัยให้สังคมปลอดภัย เป็นกลุ่มที่ออกจากเรือนจำไปแล้วภายใน ๓ ปี และกลุ่มที่ ๒ ที่เป็นวอตช์ลิสต์ ๒ (Watch list 2) คือกลุ่มบุคคลประเภทนี้ แต่ว่ายัง ไม่ได้ออกจากคุก กำลังจะออกจากคุกแล้ว ด้วยความที่วอตช์ลิสต์ ๒ (Watch list 2) มีใคร เท่าไรบ้าง หรืออีกกลุ่มหนึ่งเป็นบุคคลกลุ่มที่กำลังจะเข้าคุกใหม่ พูดเป็นไทยง่าย ๆ เป็น วอตช์ลิสต์ (Watch list) ที่ ๓ ก็เป็นกลุ่มคนวอตช์ลิสต์ ๑ (Watch list 1) วอลตช์ลิสต์ ๒ (Watch list 2) วอตช์ลิสต์ ๓ (Watch list 3) เราก็จำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายมากำกับ ดูแลบุคคลพวกนี้ แนวคิดที่ไม่ยากเลย เพราะเราคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเสีย เงินเพิ่มเติมอะไรมากมาย เพราะว่าเราคงไม่ได้ไปเพิ่มนักจิตเวชหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งมัน เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนของกระทรวงยุติธรรมนี้ก็คิดว่าเราใช้ ในสิ่งที่เรามีอยู่และเราใช้อย่างประหยัดงบประมาณ เรามีอีเอ็ม (EM) อยู่ ในขณะที่เราออก กฎหมายฉบับนี้มาแล้วเราควบคุมคนประเภทนั้นหลังจากพ้นโทษมาแล้ว หรือจะพิจารณา ในเรื่องของการพักโทษ แล้วแต่สังคม เราพยายามทำความเข้าใจและทำประชาพิจารณ์ อย่างหนักว่า เรื่องเหล่านี้ถ้าเราจะให้เขาพักโทษก่อน ออกมาสัก ๑ ปี ๒ ปีเพื่อให้สังคมรับรู้ ได้ไหมด้วยการติดอีเอ็ม (EM) และบุคคลพวกนี้ไปอยู่ในบริเวณ หมู่บ้านไหนอย่างไรอีเอ็ม (EM) จะบอกได้ เพราะเรามีอีเอ็ม เซ็นเตอร์ (EM Center) และเราให้อาสาสมัครคุมประพฤติ หรืออาสาสมัครหน่วยงานทางราชการอื่น ๆ ช่วยดูแลเป็นหูเป็นตา ในหลักการความคิดของ เราว่า ถ้าสังคมรู้ว่าคนร้ายอยู่ที่ไหนเหมือนดั่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ว่า สังคมก็จะปลอดภัย เพราะสังคมก็จะเป็นหูเป็นตาช่วยกันดูแล ถ้าหากว่า บุคคลผู้นี้มีกำไลอีเอ็ม (EM) ติดตัวอยู่ เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความปลอดภัย อีเอ็ม เซ็นเตอร์ (EM Center) ก็จะแสดงให้สังคมตอนนั้นหรือเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ ก็จะได้ รับรู้กันไปทั้งหมด ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากเรียนเชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของแต่ละ พรรคที่มีความสนใจในการที่จะปรับปรุงร่างนี้ให้สมบูรณ์แบบขึ้นมาอีก ผมก็อยากจะเชิญมา เป็นกรรมาธิการด้วยกัน ดำเนินการตรงนี้ ถ้าหากว่ากรรมาธิการเต็มก็มาเป็นที่ปรึกษาได้ เพราะว่ามันเป็นกฎหมายที่จะดูแลสาธารณะ ในส่วนท่านหนึ่งที่ท่านบอกว่าคนล้นคุกและเรา จะไปดำเนินการอะไรในลักษณะนี้ ไม่ได้เกี่ยวหรอกครับ คนพวกนี้ผมเรียนแล้วครับว่า ๓ ปี มันมีอยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าคนแค่นั้นเอง แต่คนส่วนน้อยพวกนี้มันทำให้คนส่วนใหญ่ของ ประเทศ ๗๐ ล้านคนตระหนกกลัว ครอบครัวไหนที่มีผู้หญิงต้องกลัวทั้งนั้น ผมเอาใจเขามาใส่ ใจเรา ผมคิดไป ผมทำงานไป ผมใช้แนวทางต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนตั้งแต่แรกว่า คิดนอกกรอบ และผมอยากจะได้แนวทางต่าง ๆ ของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ช่วยกัน ในเรื่องของการดำเนินการในกรรมาธิการ เพราะกฎหมาย ฉบับนี้มันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ผมขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน