ทวี สอดส่อง สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการปกปิดข้อมูลและอิทธิพลจากภาคเอกชนขนาดใหญ่ พร้อมนำเสนอปัญหาเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงจากโครงสร้างที่ไม่สมดุล ทั้งค่าครองชีพที่พุ่งสูง เอสเอ็มอีล้มเหลว และความเหลื่อมล้ำแบบเคเชป จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายที่เอื้อประโยชน์นายทุนและตั้งกรรมาธิการตรวจสอบโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และอีกประเด็นหนึ่งก็คือการศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภค บริโภคสูงขึ้น มี ๒ ประเด็น ประเด็นตรวจสอบข้อเท็จจริง วันนี้ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงพร้อม กับที่มีข้อกล่าวหา ข้อกล่าวหาหลัก ๆ ที่สังคมท่านรัฐมนตรีตอบแล้วในสภาก็ยังมีข้อมูลที่ไม่ ตรงกับรัฐมนตรี
ข้อกล่าวหาที่ ๑ คือก่อนหน้าที่จะมีเหตุกล่าวหาว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ปกปิดเรื่องโรคนี้มายาวนาน ๒ ปี ทำให้เกิดปัญหาลุกลามมาก คือเป็นห่วงเรื่องการส่งออก เป็นห่วงหน้าตา อันนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ ๑ ที่ฟังมา
ข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งก็คือ ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยที่เป็นปัญหาที่ประสบ ปัญหาอหิวาต์แอฟริกา เอเอสเอฟ (ASF) ล้มตายจำนวนมาก ส่วนรายใหญ่ที่ประสบปัญหา เช่นกัน แต่น่าจะเกิดจากความกดดันโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐบาลเป็นห่วง เรื่องการส่งออกของบริษัทใหญ่ อันนี้คือข้อกล่าวหา
อีกอันหนึ่งคือกรมปศุสัตว์ได้ออกมาอธิบายเหตุผลเรื่องหมูแพงเกิดจากด้าน สุขภาพของหมูในฟาร์ม จำกัดเรื่องการแพร่ระบาดกับเรื่องการพักคอกที่เกิดจากรุ่น การผลิตใหม่ ซึ่งข้อที่มาจากชี้แจงสังคมหรือประชาชนไม่รับ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงควรที่จะให้กรรมาธิการได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมีทั้งตัวแทนรัฐบาล ตัวแทน ของฝ่ายค้าน รวมทั้งตัวแทนของนักวิชาการ ซึ่งผมเชื่อว่าความจริงต้องเป็นความจริง
อีกประการหนึ่งก็คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนในที่นี้ก็คือ กรณีที่มีปัญหาเรื่อง สินค้าอุปโภคบริโภคแพง ผมได้ฟังมาอาจจะเหลืออีกสักท่านหนึ่งจะจบ ก็ไม่มีประเด็นที่ผม คิดจะพูด ปัญหาหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าน่าจะเป็นปัญหา โครงสร้างของสังคมไทยที่เป็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำสุดเราจะเห็นว่า เศรษฐกิจเวลาโตเขาเรียกเป็นรูปเคเชป (K-Shaped) ไม่ทราบว่าโสตเอาภาพขึ้นได้ไหม
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านดูเป็นรูปเคเชป (K-Shaped) อันนี้ต้องขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ ก็คือว่าเวลาการเติบโตก็จะมีคน กลุ่มหนึ่งก็จะโตแบบตัวเค (K) ก็สูงขึ้นเลย ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือประชาชน หรือคนส่วนใหญ่ ก็จะเป็นตัวเค (K) ขาลง คือไม่มีสิทธิผงกหัวขึ้นเลย หรือจะมีอาจจะเป็นรูปแอลเชป (L-Shaped) ลงไปอีกสักรูปสิครับ อาจจะมีการโตช้า ๆ แต่แบงก์ชาติบอกว่าไทยโตแบบเคเชป (K-Shaped) ทั้งนี้เพราะอะไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากมีข้อมูลเป็นสักชุดหนึ่งเพื่อให้กรรมาธิการไปศึกษา ท่าน ทราบหรือไม่ว่าก่อนวิกฤติโควิด (COVID) ที่จะมาถึงจุดต่ำสุด หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีประมาณ ๙๖๙ จุด วันนี้ทะลุมา ๑,๖๖๐ จุด ขณะที่โควิด (COVID) มีวิกฤติ คนในตลาดหุ้น เพิ่มมา ๗๑ เปอร์เซ็นต์ บัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ก่อนโควิด (COVID) ๑,๘๐๐,๐๐๐ บัญชี วันนี้เพิ่มมา ๕ ล้านบัญชี มูลค่าการค้าขายจากเคยประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้าน วันนี้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน ต่อวัน และมูลค่าตลาดสูงถึง ๑๙ ล้านล้านมากกว่าจีดีพี (GDP) เราอีก อันนี้ชี้ให้เห็นว่า ขณะที่ประชาชนสังคม ยังเหลื่อมล้ำ ยังทุกข์ทรมานอยู่ แต่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ผมคิดว่า คนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ อย่างน้อยในบัญชีซื้อขายใหม่๕ ล้านบัญชี อาจจะมีชื่อซ้ำกันบ้าง ก็มากกว่า ๑,๘๐๐,๐๐๐ ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์ คือคนกลุ่มนี้กลับมีหุ้นขึ้นตลอด ไม่มีสิทธิ ตกเลย ท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นี่เพราะระบบ ของรัฐบาลนี้เป็นระบบที่คือคนรวยมาก่อน ประชาชนไว้ทีหลัง ขณะที่ประชาชนจะทุกข์ยาก เมื่อวานผมได้ติงรัฐมนตรีคลังไปแล้ว ท่านมาขึ้นเอาพิกัดภาษี ท่านก็อ้างว่าอันนี้เป็นสากล ท่านรัฐมนตรีทราบไหมว่าหมูที่ท่านพูดถึงนี่ที่เมืองไทยแพงขึ้นมาจากร้อยกว่าบาท เป็น ๒๐๐ กว่าบาท มีภาษีนำเข้า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วกลุ่มประเทศที่หมูถูกต่ำกว่าเมืองไทย สักเท่าหนึ่ง สักร้อยหนึ่ง คือกลุ่มอียู (EU) ซึ่งเราไม่ได้ไปทำเอฟทีเอ (FTA) เลย รัฐบาล ไม่สนใจความทุกข์ของประชาชน บางครั้งสนใจหน้าตา ความทุกข์ของประชาชนมาทีหลัง เพราะเสียงของคุณคือเสียงที่ไม่มีเสียง ถ้ารัฐบาลแน่จริงก็ควรให้เป็น ๐ ในนาทีวิกฤตินี้ ของแพงก็ต้องยอมให้นำเข้ามา แล้วที่เลวร้ายที่สุดวันนี้ เอสเอ็มอี (SMEs) ขณะที่ของแพง ผมไปเยี่ยมตลาดรามคำแหง พ่อค้า สินค้าแพงทุกอย่าง แต่เอสเอ็มอี (SMEs) แม่ค้าพ่อค้า ไม่สามารถที่จะขึ้นราคาได้เลย เพราะผู้ซื้อไม่มีเงิน คือเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ต้องขาดทุน แล้วต้องจนไปด้วย รวมทั้งประชาชนเพื่อว่าเขามีน้ำใจมากกว่ารัฐบาล มากกว่านายก มากกว่าคนเป็น ครม. เขายอมขาดทุนทั้งน้ำตา เพื่อจะเลี้ยงปากท้องของคนอยู่ แต่รัฐบาล ใจดำมาก โดยเฉพาะท่านลองไปดูที่มี ผมไม่ได้พูดค่าน้ำ ค่าไฟนี่ ค่าไฟนี่คนที่รวยก็คือนายทุน ทั้งที่ต้นทุนไฟ ๑.๖๐ บาท ไปขายให้ประชาชน ๘ บาทเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะท่านเอาให้ เอกชนไปได้รับสัมปทาน แล้วก็ผลักภาระมาให้กับประชาชน และมีหลาย ๆ เรื่อง เวลามันหมด ผมจึงสนับสนุนให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการที่ศึกษาปัญหาของ แพง บางทีไม่ใช่แค่ปัญหาของแพงมันมีมิติที่ซับซ้อนกว่านั้น คือปัญหารากเหง้าที่เกิดจาก ระบบโครงสร้างของรัฐบาลที่เป็นทุนนิยมสุดโต่งครับ ขอบพระคุณมากครับ