สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หารือประเด็นการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและค้าปลีก ที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาดและส่งผลต่อผู้บริโภคในระยะยาว โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ พร้อมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนที่ให้ศึกษาผลกระทบของการควบรวม ของดีแทค และทรู นะครับ รวมถึงการควบรวมค้าปลีกแม็คโครและโลตัส เอ็กซ์เพรสด้วยครับ ในปีนี้ที่ผ่านมาข่าวใหญ่อันหนึ่งที่สุดเลยก็คือข่าวการควบรวมของดีแทคและทรู อีกอันหนึ่ง ที่ใหญ่เช่นกันก็หนีไม่พ้นการควบรวมของแม็คโครและโลตัส เอ็กซ์เพรส จะเห็นได้ว่า มีทุนใหญ่กลุ่มหนึ่งที่อยู่ในหน้าข่าวทั้ง ๒ เรื่องเลย นั่นก็คือกลุ่มทรู ทั้ง ๒ อันนี้ถ้ามีการ ควบรวมกันได้สำเร็จมันก็อาจจะหมายความว่าในปีหน้าอาจจะมีการควบรวมในส่วนของ อุตสาหกรรมอื่น ๆ เกิดขึ้นอีกก็เป็นได้ครับ ผมถึงมาสนับสนุนว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ศึกษาผลกระทบเรื่องนี้อย่างจริงจัง นอกเหนือจากการที่มีหน่วยงานที่กำกับ ควบคุมดูแลตรงนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กขค. ที่ดูแลการป้องกันการผูกขาด รวมถึง กสทช. ที่ดูแลเฉพาะในธุรกิจโทรคมนาคมครับ ในส่วนของทรูและดีแทคมีการควบรวมโดยใช้คำว่า อีควอล พาร์ตเนอร์ชิป (Equal Partnership) หรือการร่วมมืออย่างเท่าเทียม คือการให้ทั้ง ๒ บริษัท มีสัดส่วนการถือหุ้นที่เท่ากัน แถลงการณ์กลุ่มเทเลนอร์ (Telenor) หรือดีแทค บอกว่า เป็นการเอาจุดเด่นของทั้ง ๒ บริษัทมารวมกัน อย่างกลุ่มซีพี (CP) หรือทรู มีสายสัมพันธ์อันดี ในแวดวงโทรคมนาคม เห็นด้วยครับ แต่จริง ๆ ในกลุ่มซีพี (CP) ก็คือดีทุก ๆ วงการอุตสาหกรรม อยู่แล้วครับ ในส่วนของเทเลนอร์ (Telenor) หรือดีแทค เอง เขามีจุดเด่นในส่วนของดิจิทัล ที่มีความเก่งกาจทั้งในภูมิภาคเอเชีย อันนี้เห็นด้วยครับ เพียงแต่ว่าต้องเสริมว่าทรูเองก็มีความเก่ง และเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ทรู เองมี วัน โอ-วัน ทู ดิจิทัล พาร์ก (One O-one to Digital Park) ซึ่งเป็น อีโคซิมเท็ม (Ecosystem) เกี่ยวกับสตาร์ตอัป (Startup) ที่ใหญ่ เป็นอันดับ ๑ ในอาเซียน จริง ๆ คือดังกว่าของกระทรวงดิจิทัลที่รับผิดชอบอยู่คือไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ (Thailand Digital Valley) ด้วยครับ เพราะตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึงไหน ที่ผมทราบ เพราะว่าทรูดิจิทัลเองก็อยู่ในพื้นที่เขตพระโขนงที่ผมเป็น ส.ส. อยู่ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรครับ เพียงแต่ว่าเขาก็ไม่ควรที่จะควบรวมหรือไปมีอำนาจเหนือตลาดในทุก ๆ อุตสาหกรรม เช่นนี้ครับ กลับมาที่ทรู และดีแทค ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เอไอเอส ปัจจุบันถือว่า เป็นผู้เล่นอันดับ ๑ ในตลาดมีเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าอยู่ที่ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของทรู ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ดีแทค ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการควบรวมกันทรู และดีแทค ก็จะเพิ่มเป็นถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ถือว่าขึ้นมาเป็นอันดับ ๑ มากเกินกว่าครึ่งหนึ่งด้วยซ ้าครับ ผมอยากให้ หน่วยงานที่กำกับดูแลตรงนี้มองถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลักครับ มองถึงผู้บริโภค เป็นอันดับ ๑ ไม่ต้องมองถึงกลุ่มทุนกลุ่มใหญ่ครับ เพราะว่าเขาเองเอาตัวรอดได้อยู่แล้วอย่างไรเขาก็มีทางไป แล้วก็มีธุรกิจอื่น ๆ มากมาย แต่ประชาชนผู้ใช้บริการลำบากอาจจะต้องเสียค่าบริการ ที่แพงขึ้น แล้วก็ไม่รู้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นตามไปได้ทันหรือไม่ครับ ผมยกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับการผูกขาด ซึ่งหมายความว่าถ้ามีผู้เล่นมากรายมันก็จะป้องกันตรงนี้ได้ครับ ในอุตสาหกรรมน ้ามันกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) มีหลายประเทศครับ มีความพยายามที่จะ ฮั้วกันว่าให้ขึ้นราคาน ้ามัน ถ้าเขาขึ้นกันทั้งหมดเราก็ต้องซื้อน ้ามันในราคาที่แพงขึ้น แต่ว่าก็มี บางประเทศที่ไม่เห็นด้วย แม้ว่าบางประเทศขึ้นเขาก็ไปซื้อในบางประเทศที่ไม่เห็นด้วย ประชาชนหรือผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้นครับ แต่ถ้ามีการควบรวมกันในกรณีของทรู และดีแทค มันจะเหลือผู้เล่นแค่ ๒ ราย ถ้า ๒ รายนี้คุยกันหรือไม่จำเป็นต้องคุยกันแค่ทำ ตามกัน คือแอบอ้าง คือไม่ต้องให้ผู้กำกับดูแลทราบเขาก็ทำได้ประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ ไปทางนี้จะไปเลือกอีกทางก็เลือกได้แค่ ๒ ทาง ทางเลือกที่ ๓ ไม่มี
ในส่วนของธุรกิจทรู และดีแทค ดีแทค มีชื่อเสียงในส่วนของธรรมาภิบาลครับ ผมก็ไม่อยากให้ดีแทค เสียชื่อทางด้านนี้ ดีแทค เองจากที่เคยเป็นเบอร์ ๒ ก็ตกลงมาเป็นเบอร์ ๓ เพราะว่ามีโพรดักต์ (Product) รายอื่น ๆ ที่ไม่ครอบคลุมเหมือนกับทรู และเอไอเอส แต่ดีแทค ก็มีทางเลือกที่ไปจับมือกับพาร์ตเนอร์ (Partner) ธุรกิจอื่น ๆ อย่างเช่น ธุรกิจไฟเบอร์ (Fiber) อินเทอร์เน็ต (Internet) บ้านนี่ครับ นอกเหนือจากทรู และเอไอเอส เขาก็ยังมี ๓ บีบี (3BB) หรือ ๓ บรอดแบนด์ (Broadband) ก็ลองไปพิจารณาดูได้ครับ อันนี้คือผมไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
ผมขอพูดถึงธุรกิจค้าปลีกอีกสักเล็กน้อยครับ ในด้านนี้มันยังไม่ถือว่าเป็น ที่สิ้นสุดนะครับ ศาลปกครองก็พิจารณาเรื่องนี้อยู่ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นศึกษาด้วยครับว่าในต่างจังหวัดทั่วประเทศเมื่อมีการควบรวมแม็คโครและโลตัส เอ็กซ์เพรส แล้วมีกี่จังหวัด มีหลายจังหวัดไหมที่ควบรวมแล้ว ก็เหลือแค่ ๑ แล้วก็ขายอีก ๑ กิจการทิ้งไปทำให้ผู้บริโภคก็จำเป็นที่จะต้องซื้อแค่นี้มีทางเลือกลดลงครับ อันนี้ถือว่า เป็นการทำให้ผู้บริโภคหรือประชาชนเสียประโยชน์เป็นอย่างมากครับ
สุดท้ายผมขอย ้าในตอนแรกที่ผมพูดถึงก็คือผู้กำกับควบคุมการผูกขาด ไม่ว่าจะเป็น กขค. หรือ กสทช. ที่ดูแลด้านธุรกิจโทรคมนาคมโดยเฉพาะให้คำนึงถึงประโยชน์ สาธารณะหรือประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นอันดับ ๑ ไม่ต้องเห็นใจกลุ่มทุนกลุ่มใหญ่มากครับ เขามีทางเลือกอยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ