พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หารือเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธาน ที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วชื่อร่างนี้ผมคิดว่าถ้าเกิดมีโอกาสพิจารณาเป็นพระราชบัญญัติ จริง ๆ แล้วนี้ อยากจะให้เปลี่ยนชื่อร่างจากโรคระบาดโควิด (COVID) เปลี่ยนเป็นโรคระบาด ร้ายแรง เพราะว่าวันนี้ถ้าเกิดต่อจากโควิด (COVID) มีโรคระบาดอื่น ๆ ที่ร้ายแรงแบบนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ครอบคลุมถึงนะครับ สภาของเรานะครับท่านประธาน อันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้ว ท่านทำไมไม่เอาบรรจุละครับ มีตั้ง ๕ ร่าง อย่างนี้ถ้าเกิดว่า โรคระบาดมันรุนแรงกว่านี้ สภาเราไม่สามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศได้ทันท่วงทีนะครับ ก็ฝากท่านประธานว่า ครั้งต่อไปนี้ก็ขอให้พิจารณาเรื่องไหนที่มันสำคัญ มันเร่งด่วน ก็เอาบรรจุให้เร็วหน่อย ให้มันทันต่อสถานการณ์ เราอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ โรคระบาดอาจจะ หายไปจากประเทศไทยก่อนหน้านี้ก็ได้ถ้าเราบรรจุเรื่องนี้เข้าเร็วขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ การช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) หลายท่านได้พูดแล้วว่ามันลงไม่ถึงเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ วิสาหกิจท่านระบุว่า ความเป็นวิสาหกิจนี้จะต้องเป็นหนี้ทุกสถาบันไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมต้องเป็นหนี้ทุก ๆ ที่ ไม่ว่าหนี้นอกระบบ ในระบบนะครับ ไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าใจประเทศไทยนี้คนที่เป็นหนี้ ๒๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ใช่ขนาดเล็ก ไม่ใช่ขนาดย่อมแล้วนะครับ มันเป็นขนาดที่คิดว่าใหญ่พอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะ ฝากทางกรรมาธิการ ถ้าเกิดตั้งขึ้นหรือว่าส่งให้รัฐบาลนี้ ผมอยากให้ระบุว่าขนาดเล็กหรือ รายย่อย เกิดขึ้นมาด้วยนะครับ ขนาดเล็กหรือรายย่อยนี้อย่างน้อยก็ต้องมีวงเงินที่เป็นหนี้ได้ ๑๐-๒๐ ล้านบาท อันนี้จะทำให้เงินกู้ในพระราชกำหนดต่าง ๆ นี้มันเข้าถึงระดับล่าง หลายท่านได้บอกแล้วว่าคนระดับล่างเอสเอ็มอี (SMEs) ๒.๗ ล้านราย เป็นรายเล็กรายน้อย รายเล็กรายน้อยไม่สามารถที่จะอาจเอื้อมขึ้นไปสู่พระราชกำหนดที่รัฐบาลได้กู้เงินมานะครับ วันนี้ตายแน่นิ่งเหมือนเดิม ตายสนิท อยากจะให้รัฐบาลได้ไปดูว่า ๓ ล้านราย รายเล็ก ๒ ล้านกว่ารายนี้ วันนี้เขาฟื้นกี่ราย แล้วเขาเป็นเอ็นพีแอล (NPL) กี่ราย ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) กี่ราย ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อ ผมนี่ละครับติดเครดิตบูโร (Credit bureau) อยู่วันนี้ วันนี้พิเชษฐ์ยังติดเครดิตบูโร (Credit bureau) อยู่ แก้ไม่ได้ครับ ๔-๕ ปีมานี้กู้เงินก็ไม่ได้ ไปทำบัตรเครดิตก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ถามว่าสตางค์มีไหม พอมีนะครับ แต่ว่าไม่รู้ว่า ประเทศนี้คนที่เคยล้ม คนเคยที่จะยากลำบากแล้วก็ฟื้นตัวขึ้นมาไม่สามารถเป็นคนใหม่ที่ล้าง เขาเรียกว่าล้างความเคยจนมาได้ นี่ละครับเครดิตบูโร (Credit bureau) ของประเทศไทย อันนี้ละครับ วันนี้คนที่หลุดไปเป็นเอ็นพีแอล (NPL) พี่น้องรายเล็กรายย่อยที่หลุดไปเป็น เอ็นพีแอล (NPL) แล้วก็ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) วันนี้ไม่สามารถที่จะไปแตะต้อง เงินกู้ทั้งหลายได้อีกเลย ก็อยากจะฝากรัฐบาล อยากจะฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่า ต้องดู รายเล็ก ๒ ล้านกว่ารายนี้ให้เขาฟื้นเพื่อเป็นฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้ ผมอยากจะให้ตั้งกองทุนเฉพาะกิจขึ้นมาเหมือนต้มยำกุ้ง สมัยต้มยำกุ้ง นายกรัฐมนตรี ชื่อทักษิณ ชินวัตร ได้ตั้งกองทุนขึ้นมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนเราผ่านพ้นวิกฤติต้มยำกุ้งมาได้ วันนี้อยากจะให้มีกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดเล็ก เพื่อที่จะให้เขาเป็นที่พึ่งที่หวัง เงื่อนไขที่เป็นไปได้ เงื่อนไขระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ที่ผ่อนคลาย วันนี้รัฐบาลยังกู้ได้เลยนะครับ รัฐบาลยังแก้เพดานหนี้ ให้เพดานหนี้สูงขึ้นได้ แต่หนี้ของประชาชนขนาดเล็กไม่มีปาก ไม่มีเสียง ไม่มีอำนาจที่จะไปต่อรองเลย ฉะนั้น อยากจะฝากรัฐบาลว่า ผ่อนคลายแล้วก็ตั้งกองทุน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นมาช่วยรายเล็ก ๒ ล้านรายที่รอการช่วยเหลืออยู่นี้ วันนี้ตายสนิทเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ฝากท่านประธานว่า ครั้งต่อไปเรื่องด่วนอย่างนี้อย่าได้เอามา ดองไว้ในสภา ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ขอบคุณครับท่านประธาน