วิสาร เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม-ค้าปลีก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ หารือประเด็นการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและค้าปลีกที่อาจนำไปสู่การผูกขาด กระทบต่อผู้บริโภคและทุนรายย่อย พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเน้นย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการคอร์รัปชันทางนโยบายและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย กระผมและเพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบทุนของชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนกับผู้บริโภคที่เป็นทุนชาวบ้าน ท่านประธานครับ จากที่มี การควบรวมโทรคมนาคมของบริษัท ๒ บริษัทใหญ่ ก็คือบริษัท ทรู และดีแทค ซึ่งแต่เดิมนั้น มีเพียง ๓ รายในตลาด และมีการควบรวมกิจการเหลือเพียง ๒ ราย ทำให้บริษัทที่ควบรวม จะมีส่วนแบ่งการตลาดเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้บริโภค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อ ผู้บริโภคอย่างมาก ทั้งยังอาจจะขัดต่อการประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ เรื่อง มาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือจะทำให้เกิดความ ไม่เป็นธรรมในการแข่งในธุรกิจกิจการโทรคมนาคม ที่ระบุว่าผู้เข้าชื่อหุ้นต้องเกินร้อยละ ๑๐ ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ในธุรกิจประเภทบริการเดียวกันจะทำให้มิได้ยกเว้น จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมด้วยนั้น กรณีดังกล่าวได้สร้างความ วิตกกังวลให้หมู่ประชาชนทั่วไปว่าอาจจะมีความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคในอนาคตต่อไป และยังอาจเป็นการขัดขวางมิให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่มุ่งจะให้มีผู้ประกอบการเสรีและเป็นธรรมด้วย อีกทั้งก่อนหน้านี้นะครับ มีการเข้าซื้อกิจการค้าปลีกขนาดยักษ์ของธุรกิจขนาดใหญ่ ทางด้านค้าส่ง เช่น แมคโครกับโลตัส ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ว่าความเห็นคัดค้านจากหลายฝ่าย แต่คณะกรรมการก็ได้อนุมัติ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลต่ออำนาจเหนือตลาดของบริษัทดังกล่าวเป็นอย่างมาก รวมทั้ง กลุ่มทุนดังกล่าวมีกิจกรรมร้านค้าสะดวกซื้อของบริษัทในเครือที่มีจำนวนมากจากร้าน กระจายทั่วประเทศนะครับ ได้ขยายกิจกรรมทางการตลาด ในลักษณะที่จะส่งผลกระทบต่อ กิจกรรมขนาดเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทุนของชาวบ้าน และอาจจะทำให้ทุนชาวบ้านนั้นประสบปัญหา ทางธุรกิจถึงกับล้มละลาย ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางประสบ ปัญหาอย่างรุนแรง แต่ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถใช้ความได้เปรียบจากส่วนแบ่งของการตลาด ที่มีมากกว่า ช่องทางการตลาดที่กว้างขวางกว่าหลายเท่า สภาพที่เป็นดังกล่าวนี่นะครับ ทำให้การขยายส่วนแบ่งของการตลาดมากยิ่งขึ้น จนทำให้มีลักษณะที่อาจจะเป็นการผูกขาด รายใหม่และระยะต่อไปอาจจะทำให้ทุนใหม่ ๆ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ไม่สามารถเติบโตได้ เป็นการบิดเบือนโครงสร้างทางธุรกิจในประเทศให้มีทุนผูกขาดขนาดใหญ่ในกิจกรรม ที่ประชาชนมีความจำเป็นจะต้องบริโภคเป็นการขัดหลักการค้าเสรีและเป็นธรรม ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าว เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจกรรมโทรคมนาคมและการค้าปลีก ตลอดจนถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบกับทุนชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและทุนชาวบ้านตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนรายละเอียดนั้น กระผมขออนุญาตชี้แจง ท่านประธานดังนี้ครับ

ท่านประธานครับ จากการที่ทั้ง ๗ ญัตติ เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอแล้วนะครับ ผมขออนุญาตจะไม่ซ ้าประเด็น มีเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตนำเสนอท่านประธานนะครับ

เรื่องแรก ขณะนี้มีคณะวิจัยของนโยบายสังคมเศรษฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์นะครับ เขาบอกว่าได้ระบุสินทรัพย์ของเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมืองไทย ๔๐ คน ๔๐ คน มีมูลค่ารวมกัน ๕ ล้านล้านบาทครับ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) ของประเทศ และมีสถิติที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งคือของเครดิตสวิส โกลบอล เวลธ์ ดาต้า บุ๊ค ซึ่งออกมาเมื่อปี ๒๕๖๑ เขาบอกว่าประเทศไทยนี่ครับ เป็นประเทศที่มีช่องว่างรายได้กว้าง มากที่สุดในโลก โดยคนรวย ๑ คน ครองทรัพย์สิน ๖๖.๙ ของความมั่งคั่งที่มีอยู่ในปี ๒๕๖๑ ครับ จริงอยู่ครับ ในปี ๒๐๒๐ ก็คือปีที่แล้วนี่สัดส่วนดังกล่าวได้ลดลงมาบ้าง แต่ท่านประธานเชื่อไหม ความไม่เท่าเทียมกันในประเทศไทย นี่ก็อยู่ในลำดับ ๕ ครับ ที่มีความเหลื่อมล ้าในช่องว่าง ระหว่างคนรวยกับคนจน ท่านประธานครับ ต่อประเด็นเหล่านี้ครับ ผมถึงอยากจะเรียกร้อง ให้เพื่อนสมาชิกว่าเราควรจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้อย่างจริงจัง เรื่องที่การควบรวมของบริษัท ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ก็ดี เรื่องที่มีการควบรวมของ ๒ บริษัทก็ดี ผมเรียนท่านประธานว่าผมคิดต่าง จากเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไว้ ผมทายได้เลยว่าดีแทคกับทรูไม่ควบรวมกันอย่างชัดแจ้งครับ แต่ความเป็นจริงขณะนี้ครับ เขามีการไขว้หุ้น มีการจัดบริษัทเล็ก ๆ มีการเลี่ยงกฎหมาย ไปอย่างเห็นได้ชัดเจนครับ เขาคงไม่ควบรวมอย่างชัด ๆ ให้เราเห็น และตอนนี้ผมเชื่อว่า บริษัท ๒-๓ บริษัทนี้กำลังนั่งหัวเราะเราอยู่ครับ สิ่งที่เราในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรจะต้อง ปกปักษ์รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เรายอมรับนะครับว่าทุกวันนี้ความที่ใช้ คลื่นโทรศัพท์ความถี่ต่าง ๆ นี่ครับ เป็นเหมือนปัจจัยที่ ๕ เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ บางท่านบอกว่าเป็นเหมือนอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งของคนด้วยซ ้าไป แต่ว่าขณะนี้ครับ เราจะปล่อย ให้มีการผูกขาดเรื่องราวเหล่านี้ ผมคิดว่าชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือว่าขณะนี้ครับ นอกจากจะมีเรื่อง คณะกรรมการ แข่งขันทางการค้า กขค. ซึ่งขออนุญาตท่านประธานว่าผมขอขึ้นสไลด์ (Slide) นะครับ มีแค่ ๒ แผ่นเองท่านประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

พระราชบัญญัติการแข่งขันทาง การค้านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๕๐ การใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม มาตรา ๕๑ การรวมธุรกิจ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ การตกลงร่วมกันผูกขาด ลด และจำกัดการแข่งขัน มาตรา ๕๗ การปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรม มาตรา ๕๘ การตกลงร่วมกับผู้ประกอบการ ธุรกิจต่างประเทศโดยไม่มีเหตุสมควร ท่านประธานครับ เหล่านี้ครับเข้าชัด ๆ เลย และสำนักงานการแข่งขันทางการค้านี้ครับ อยู่ในการกำกับดูแลของใครครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตผ่านไปถึงคณะกรรมการมีเกี่ยวกับ คุ้มครองผู้บริโภค ผมจะไม่พูดนะครับนะครับ แต่ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ที่ว่านี้ครับ มันเหมือนเป็นบ่อทองคำฝังเพชรครับ ทุกวันนี้นะครับ ผลประโยชน์ มากมายมหาศาล ท่านประธานจะเห็นว่าคนที่ได้รับการคัดสรรเข้าไปเป็นคณะกรรมการ กสทช. นี้ครับ คัดแล้วคัดอีก ๒ รอบ ๓ รอบไม่ผ่าน แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าจริงอยู่ กสทช. นี้มีกฎหมายเฉพาะนะครับว่าเป็นหน่วยงานอิสระ ซึ่งไม่มีการควบรวม ไม่มีการดูแลจากใคร แต่ท่านประธานเชื่อหรือครับ ผมมั่นใจในการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมาจากศาล ไม่ว่าจะเป็นมาจากศาลยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครอง หรือแม้กระทั่งมาจากผู้ว่าแบงก์ชาติ หรือจากผู้ตรวจการแผ่นดิน บุคคลเหล่านี้ครับ ผมมั่นใจในความซื่อสัตย์สุจริต แต่ว่ามันไม่ได้สุดท้ายที่นี่ครับ กสทช. ทั้ง ๗ คนนี้ครับ ต้องไปสุดท้ายที่วุฒิสมาชิกครับ ท่านประธานครับ วุฒิสมาชิกมาจากใคร ครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ถึงวันนี้ผมทราบว่าการคัดสรร กสทช. ชุดใหม่ ซึ่งเป็นบ่อทองคำฝังเพชรนี้ครับ ยังไม่จบครับ วุฒิสมาชิกก็ดึงกันไปดึงกันมา ป่านนี้เห็นบอกว่า จะเข้าญัตติวันที่ ๒๐ ผมคิดว่าก็ยังไม่แน่นะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียกร้องท่านประธานก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นคนกำกับดูแล เป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ เรื่องที่พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนนะครับ เรื่องนี้เดือดร้อนกันมากนะครับ เราเคยใช้บริการ ๑,๐๐๐ บาท แถมมีการโพรโมต (Promote) มีการใช้เกี่ยวกับเรื่องการแข่งขันระหว่างบริษัทห้างร้าน โทรศัพท์ที่เขาดูแลเรื่องนี้ครับ มีการเหมาจ่าย มีแพ็กเกจ (Package) ต่าง ๆ ที่ถูกมาก ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาทก็ใช้ได้ เติมเงิน ๑๐๐ บาทก็ใช้ได้ แต่ต่อไปนี้ครับถ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะกำกับเรื่องราวเหล่านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น กขค. ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิ หรือแม้กระทั่ง กสทช. ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ครับ มีกลิ่นแหม่ง ๆ ในบรรดาที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเก่าเป็นใหม่ หรือแม้กระทั่งคนที่เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ใน กสทช. นะครับ มีลูก มีเมีย มีพี่ มีน้องอยู่ในบริษัทใหญ่ ๆ ๔-๕ บริษัทนะครับ และบริษัทเหล่านี้ครับท่านประธานครับ ไล่ไปก็คือเจ้าสัวที่ผมบอก ๑ เปอร์เซ็นต์ บางคนนี้ครับ มีที่ดินมากกว่าจังหวัดบางจังหวัด ในประเทศไทยเสียอีกครับ เพราะฉะนั้นความเหลื่อมล ้าเหล่านี้ ตราบใดที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ลงมาแก้ไขปัญหา ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการคอร์รัปชันทางนโยบายอย่าง ชัดเจนครับ ท่านประธานครับสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเสนอเป็นความคิดเห็นไว้ แล้วก็คงจะส่งต่อให้เพื่อนสมาชิกที่จะแสดงความคิดเห็นนะครับ ชาวบ้านบ้านผมครับ เขาบอกว่ามันไปควบรวมอย่างนี้ เขานึกถึงตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดถึงบอกว่าคนรวย ก็ขึ้นทางด่วน คนจนก็ลงข้างล่าง แต่ชาวบ้านเชียงรายผมนี้เขากลับคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่าถ้าตราบใด ถ้าปล่อยให้ ๒ บริษัทนี้ควบรวมกันนี้ครับ มันก็เหมือนกับเอาไปวิ่ง บนรางรถไฟครับ แล้วก็เหมาให้รถไฟเจ้าเดียวผูกขาด ถึงเวลาขึ้นมาเขาจะขึ้นราคาตรงไหนก็ได้ แพ็กเกจ (Package) ใหม่ ๆ ที่เขาจะมาแข่งขันกันให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ก็ไม่มีครับ อีกหน่อยค่าใช้โทรศัพท์อาจจะต้องขึ้นราคาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่เราจะมีการประมูล ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) ต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่รู้อีกกี่แสนล้าน สิ่งที่อยากเรียนท่านประธาน เป็นข้อมูลไว้ก็คือว่า ขณะนี้ครับเขาบอกว่าจริง ๆ แล้วนี้ครับ บริษัทเอ็นที ซึ่งมีแคท (CAT) กับมีไปรษณีย์โทรเลขรวมกันนะครับ เป็นเจ้าของเสา เป็นเจ้าของสัญญาณเน็ตเวิร์ก (Network) อยู่แล้วทำไมไม่แยกออกมาครับ รัฐควรจะต้องดูแลตรงนี้ ถึงเวลาบริษัทไหนที่จะประมูลได้ปล่อยให้มีการแข่งขันกันแบบเสรี สิครับ บริษัทใหม่ ๆ ที่มาจากต่างชาติก็ดีหรือว่านักลงทุนที่อยากจะลงทุนในเรื่องธุรกิจเหล่านี้ก็ดี เขาก็สามารถที่จะใช้ได้ คนเชียงรายผมบอกว่าก็เหมือนกับปล่อยให้วิ่งบนถนน ไม่ว่าจะเป็น ถนนทางหลวงธรรมดา ใครที่บริษัทดีรับจ้างขนส่งชาวบ้านดี มีการบริการดีชาวบ้านก็ไปใช้ บริษัทนั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ โดย กสทช. โดยคณะกรรมการ ๒-๓ ชุด ที่ท่านนายกรัฐมนตรีดูแลล็อกสเปก (Lock Spec) ครับ ปล่อยให้คนใช้โทรศัพท์ต่อไป ในอนาคตจะต้องวิ่งบนทางรถไฟอย่างเดียวไม่ปล่อยให้วิ่งถนนหลวง อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมและสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายท่านที่จะแสดงความคิดเห็นต่อไป เรามีความคิดเห็นว่าเรื่องที่มันสำคัญที่สุดก็คือเราจะต้องดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดไม่ใช่ไปเอาใจบริษัทนายทุน ไม่ใช่ไปเอาใจผู้ประกอบการ เจ้าสัวคนใดคนหนึ่ง พี่น้องประชาชนซึ่งตาดำ ๆ อยู่ในท้องไร่ท้องนาตอนภาคเช้าเรามีการพูดถึง กองทุนหมุนเวียนของ กสทช. ท่านเห็นไหมครับ เพื่อนสมาชิกเราบางท่านยังบอกว่าครู อยู่ในต่างจังหวัดยังไม่ถึง ๖,๐๐๐ ไอ้นี่เบี้ยประชุม ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่งไม่รู้กี่แสน ค่าตอบแทนไม่รู้กี่ล้าน และผลประโยชน์ที่แฝงอีกมากมายครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าเราควรจะต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชน ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงจากคลื่นความถี่ซึ่งถือว่าเป็นภาษีอากรพี่น้องประชาชน แต่ว่าไปปล่อยให้เหลือบไรต่าง ๆ มาหากินครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนและอยากให้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างชัดเจน ขอบพระคุณท่านประธานครับ