สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือร่างกฎหมายอนุญาโตตุลาการ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอัตราค่าตอบแทนที่ผูกกับมูลค่าความเสียหาย ซึ่งอาจนำไปสู่ความลำเอียงและไม่เป็นธรรมในกระบวนการตัดสิน พร้อมเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลคุณสมบัติและจรรยาบรรณของผู้ทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการอย่างเข้มงวด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย สืบเนื่องจาก เพื่อนสมาชิก ท่านวิรัช พันธุมะผล ขออนุญาตเอ่ยนามที่เสนอในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกก็มีความเห็นเป็น ๒ ฝ่าย คือในข้อสังเกตผมคิดว่า ในกระบวนการในระบบอนุญาโตตุลาการ ถือว่าเป็นระบบสากลในปัจจุบัน ก็เป็นที่ยอมรับ ในระหว่างประเทศเวลามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมก็จะต้องตรวจดูในระบบศาลว่า ในกรณี พิพาทแล้วก็มีทุนทรัพย์กันมากมายเป็นพันล้าน หมื่นล้าน ในกระบวนศาลจะมี ความน่าเชื่อถืออย่างไรหรือไม่ ก่อนถึงกระบวนการสู่ศาลปกครอง หรือว่าศาลแพ่ง ศาลอาญาหรือในกระบวนศาลอื่น ๆ นั้น ส่วนใหญ่เขาก็จะมีการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ ขึ้นมา แต่ผมนั่งกับท่านวิรัช พันธุมะผล แล้วก็ตามที่ท่านวิรัชได้บอกว่า ข้อมูลซึ่งมีอดีต ท่านผู้พิพากษาส่งมา ผมก็ได้อ่าน ซึ่งท่านสราวุธ เบญจกุล ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งเป็นผู้ลงนามในเอกสาร ก็มองเห็นได้ชัดเจนว่ามีการปรับเปลี่ยนในกระบวนการ ค่าตอบแทนในส่วนของอนุญาโตตุลาการ ตามมูลค่าความเสียหายของทุนทรัพย์นั้น ๆ แล้วก็มีคล้าย ๆ เป็นอัตราก้าวหน้า ก็มีรายละเอียดขึ้นมา ซึ่งผมมองว่าในกระบวนการอนุญาโตตุลาการในระดับประเทศก็แบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย หมายความว่าฝ่ายผู้เสียหายที่จะไปเลือกอนุญาโตตุลาการฝ่ายที่ตนคิดว่าเป็นกลาง แต่ถ้าจะให้ผมเลือก ผมก็ต้องเลือกคนที่รู้ข้อเท็จจริง มีความเชี่ยวชาญ พูดง่าย ๆ คงจะต้องเข้าข้างฝ่ายที่ผมเลือก ในขณะเดียวกันเขาก็ให้อีกฝ่ายหนึ่งที่เราร้องหรือเราฟ้องเขา ในกรณีพิพาท อีกฝ่ายก็มีสิทธิเลือก ๑ ต่อ ๑ ก็หมายความว่า ๑ ต่อ ๑ ถ้าลงคะแนนก็เสมอกัน ก็เป็นเรื่องของ ๒ คนจะต้องไปเลือกอนุญาโตตุลาการเป็นกลางอีกฝ่ายหนึ่ง ก็เป็นที่มา ในเรื่องของการเลือกอนุญาโตตุลาการ ๓ คน เพื่อให้มันเป็นเลขคี่ เวลาลงคะแนนแล้ว มันก็จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ไม่มีฝ่ายเสมอกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของกระบวนการ อนุญาโตตุลาการ ถ้าเรามีกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมในเรื่องของการไประงับข้อพิพาท ในเรื่องของอนุญาโตตุลาการหมู่บ้านในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ในกรณีพิพาท ในคดีเล็กน้อย อันนี้ผมไม่ติดใจ และเพิ่งอยู่ในกระบวนการที่จะมีกฎหมายใหม่ แต่ในส่วนที่ เรากำลังพิจารณาโดยท่านวิรัชได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ในส่วนของ อนุญาโตตุลาการในกระบวนที่ออกกฎหมายมาเป็นระเบียบข้อบังคับนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกตั้งหลายร้อยคน เกือบ ๕๐๐ คน เรายังเข้าไม่ถึงในส่วนของ ข้อมูลว่าแท้ที่จริงแล้วในเรื่องของค่าตอบแทนอนุญาโตตุลาการนั้น ความถูกต้องเป็นจริง มันจะเป็นอย่างไร อันนี้ก็คงจะต้องฝากท่านรัฐมนตรี คงจะต้องฝากผู้มีอำนาจในเรื่องของ การออกระเบียบการกำกับในเรื่องของค่าตอบแทน ในส่วนของที่มาอนุญาโตตุลาการ ส่วนใหญ่แล้วนั้นก็มาจากข้าราชการในส่วนของศาลที่เกษียณราชการแล้ว เพราะฉะนั้น ศาลที่เกษียณราชการแล้ว หรือนักกฎหมายที่เกษียณราชการ หรือเป็นนักกฎหมาย ฝ่ายอัยการอาวุโส ทำงานมานาน มีประสบการณ์ อันนี้ก็จะถูกขึ้นบัญชีในส่วนของรายชื่อ ที่จะเป็นอนุญาโตตุลาการได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เราจะต้องฝากไว้ เพื่อที่จะให้ได้ระมัดระวังว่า ในกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งอนุญาโตตุลาการขึ้นบัญชี เหมือนกับนักบัญชีครับ ที่จะต้องขึ้นบัญชีเป็นนักวิชาชีพ นักกฎหมาย วิศวกรรม แพทย์อะไร ต่าง ๆ นั้นก็จะต้องมีจรรยาบรรณ อันนี้ก็ถือว่ามีความจำเป็น แต่ในขณะที่เพื่อนสมาชิก ฝ่ายค้านมองในเรื่องของหลักสากลว่าการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหรือในต่างประเทศ ที่เขามีความสนใจในประเทศไทยนั้น เขาก็จะหยิบยกในเรื่องของระบบศาล ในระบบ กระบวนการยุติธรรมในประเทศนั้น ๆ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะเป็นตัวจูงใจและเป็นตัวที่ ไว้วางใจในเรื่องของการลงทุนด้วย อันนี้ก็ถือว่าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ ในเรื่องของภาคธุรกิจ เศรษฐกิจการลงทุนได้ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยเรานั้นเราจะต้องมีกระบวนการกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ในการเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ และเมื่ออนุญาโตตุลาการนั้นได้มีการพิจารณาที่ไม่เป็นธรรม และมีข้อมูลหลักฐานนั้น เราก็จะต้องมีกระบวนการเพื่อที่จะให้ศาลระดับสูงไป ไม่ว่าจะเป็น ศาลปกครอง หรือในกระบวนการอย่างอื่นในการคัดค้านในกรณีที่จะมาพิจารณาใหม่ ผมคิดว่า อันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าคิด และต้องฝากทางรัฐมนตรีได้พิสูจน์ที่มาในเรื่องของอัตรา ค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการที่เราคิดว่าน่าจะเป็นปัจจัยในเรื่องของการจูงใจ อาจจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าก็เป็น ๒ มิติ เป็นดาบสองคม ถ้าเรา ให้อัตราค่าตอบแทนสูงไปตามอัตราทุนทรัพย์นั้น อาจจะก่อให้เกิดความลำเอียง และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในเรื่องของการพิจารณาในมูลค่าความขัดแย้งที่เป็นพันล้าน หมื่นล้านได้ อันนี้ก็ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้ไปหยิบยกเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า กระบวนการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทยนั้นเป็นกระบวนการที่น่าเชื่อถือเพียงใดหรือไม่ อันนี้เป็นบทพิสูจน์ที่รัฐบาลจะต้องทำให้เห็น ขอบคุณท่านประธานครับ