สิตางศุ์ พิลัยหล้า หารือประเด็นการบริหารจัดการน้ำในระดับนโยบาย โดยเน้นความจำเป็นของ สทนช. ในการกำกับดูแลและบูรณาการอย่างเป็นศูนย์กลาง พร้อมเสนอให้สนับสนุนบทบาทของท้องถิ่นและภาคประชาชนในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน รวมถึงการเร่งผลักดันกฎหมายการกระจายอำนาจและการตั้งกรรมาธิการเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งโครงการเดิมยังไม่เพียงพอ
กราบเรียนท่านประธาน ท่าน ส.ส. ดิฉัน สิตางศุ์ พิลัยหล้า กรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการค่ะ ดิฉันขออนุญาต ให้ความเห็นต่อคำถามที่ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้ตั้งคำถามแล้วก็ตั้งประเด็นไว้ ในประเด็น ที่มีคำถามต่อการบริหารจัดการน ้า ขออนุญาตเอ่ยนามค่ะ ท่าน ส.ส. นพดล แก้วสุพัฒน์ ท่านภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านนพพล เหลืองทองนารา แล้วก็ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แล้วก็ต่อข้อสังเกตของการทำโครงการ ขนาดใหญ่โดยมีประเด็นเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เรื่องอีไอเอ (EIA) เรื่องความคุ้มค่ากับโครงการขนาดใหญ่ที่อาจจะต้องมีการสูญเสียงบประมาณ แล้วก็มีการ สูญเสียในพื้นที่ป่าไม้ต่าง ๆ เป็นประเด็นของท่าน ส.ส. มานพ คีรีภูวดล ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร รวมถึงประเด็นของการสนับสนุนการแก้ปัญหาในพื้นที่ ด้วยคนในพื้นที่ ด้วยองค์กรท้องถิ่น แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของมีการสนับสนุนให้ตั้ง กระทรวงน ้าโดยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ในการศึกษาของกรรมาธิการคณะเราได้มีการ พิจารณาปัญหาของการจัดการน ้าในภาพใหญ่ในระดับนโยบาย ดังที่มีปรากฏรายละเอียด และได้สรุปไว้ในเอกสารเล่มนี้หน้า ๑๒๘ ท่าน ส.ส. สามารถเปิดพิจารณาดูตามไปเลยได้ ปัญหาที่เราไม่ได้ละเลย ประการที่ ๑ ก็คือปัญหาด้านการจัดการน ้าซึ่งมาจากองค์กร อย่างที่ หลาย ๆ ท่านทราบอยู่แล้วว่าองค์กรการจัดการน ้าประเทศไทยเมื่อก่อนนี้เรามีแต่หน่วยงาน ปฏิบัติมากกว่า ๓๐ หน่วยงาน แต่ว่าไม่มีเจ้าภาพ แต่ว่าปัจจุบันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา ได้มีการก่อตั้งสำนักงานทรัพยากรน ้าแห่งชาติหรือว่าอักษรย่อว่า สทนช. ซึ่งวันนี้หลาย ๆ ท่าน ได้กรุณาพูดถึง สทนช. ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๖๐ มีเลขาธิการท่านแรกก็คือดอกเตอร์สมเกียรติ ประจำวงษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามและให้เกียรติท่าน แน่นอนว่าภายในช่วงเวลา ๓-๔ ปีนี้ สทนช. อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องสะสาง แล้วก็มีปัญหา อีกหลายเรื่อง ๆ ที่จะต้องดำเนินการต่อไปทำให้อาจจะไม่เข้าตา ส.ส. บางท่านถึงกับมีการ ตั้งข้อสังเกตว่าให้ตั้งกระทรวงน ้า อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าหลาย ๆ ปัญหาที่เราได้คุยกันแล้วก็ หารือในวันนี้น่าจะถูกส่งไปที่ สทนช. ดิฉันคิดว่าความเห็นของการที่จะสนับสนุนให้ตั้ง กระทรวงน ้านั้นอาจจะขอให้ชะลอไว้ก่อนรอไว้ก่อน และในระหว่างนี้คงต้องให้กำลังใจ กับท่านเลขาธิการคนที่ ๒ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่ง แล้วก็มีแนวทางที่จะผลักดันหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. น ้าที่จะสนับสนุนให้ภาคท้องถิ่น องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคประชาชน แล้วก็องค์กรลุ่มน ้าได้มีบทบาทในการแก้ปัญหามากขึ้น คงต้องให้กำลังใจท่านเลขาธิการ คนที่ ๒ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์สุรสีห์ กิตติมณฑล ในฐานะเลขาธิการของ สทนช. อันนั้นประเด็นที่ ๑ นะคะว่าในเรื่องขององค์กรการจัดการน ้าตอนนี้เรามี สทนช. ที่ทำหน้าที่ เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ในการกำกับนโยบายด้านน ้า แล้วก็กำกับดูแลองค์กรปฏิบัติ ทั้งหมดในประเทศ รวมทั้งกรมชลประทานซึ่งวันนี้ก็มีหลายประเด็นที่ได้พาดพิงไปถึง กรมชลประทานด้วยนะคะ
ประเด็นที่ ๒ การศึกษาของกรรมาธิการคณะนี้เราให้ความสำคัญกับ ประชาชน แล้วก็องค์กรในระดับลุ่มน ้า องค์กรผู้ใช้น ้า รวมไปถึงการสนับสนุนแผนงานระดับ ท้องถิ่น ที่จะให้ท้องถิ่นสามารถที่จะปฏิบัติงานได้ ดังที่ ส.ส. หลาย ๆ ท่านให้ความเป็นกังวล ว่าโครงการที่มีในเล่มนี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มาจากหน่วยงานหลัก ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน ้า อันนี้เป็นหน่วยงานหลัก ๆ ที่เรานึกถึงเวลาที่มีปัญหา เรื่องน ้านะคะ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้ละเลยในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราได้มีการพิจารณา ปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาในช่วงเวลาสิบกว่าปีนะคะ แน่นอนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีแนวคิดที่จะให้เขาแก้ปัญหาในท้องถิ่นได้ แต่ว่าก็อย่างที่ ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้ให้ ความเห็นไว้ว่าเขายังไม่สามารถที่จะเดินได้ด้วยตัวเอง ยังต้องการการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น ทางด้านบุคลากร ทางด้านองค์ความรู้ ทางด้านงบประมาณจากรัฐส่วนกลาง เพราะฉะนั้น ส่วนนี้เราได้มีการวิเคราะห์ปัญหาไว้ แล้วก็เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาในระดับนโยบายไว้ ในหน้า ๑๓๓ แน่นอนว่าการที่จะผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งพื้นที่สามารถ ที่จะแก้ปัญหาของตัวเองได้ อาศัยเพียงแค่การเสนอแนะเชิงนโยบายในเล่มนี้คงไม่เพียงพอ ซึ่งดิฉันคิดว่า ส.ส. หลาย ๆ ท่าน ณ ที่นี้ แล้วก็รัฐบาลส่วนกลางคงจะต้องดำเนินการในการ ผลักดันงานในส่วนนี้เพื่อให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น
อีกประการหนึ่งก็คือ พ.ร.บ. ถ่ายโอนกระจายอำนาจ ซึ่งตอนนี้ดิฉันทราบว่า น่าจะอยู่ภายใต้การดูแลของท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม เพราะว่า ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้เรียนเชิญหน่วยงานและองค์กรคณะทำงานในหลายส่วนกรุณา มาให้ความเห็น ซึ่งตอนนี้ดิฉันเข้าใจว่า พ.ร.บ. ถ่ายโอนกระจายอำนาจน่าจะอยู่ในส่วน ของการที่จะปรับปรุงเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถมีบทบาทได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามความเป็นห่วง ของท่านก็เป็นความเป็นห่วงของดิฉันแล้วก็คณะกรรมาธิการเช่นกัน
ในส่วนของการบริหารจัดการแล้วก็การแก้ปัญหาระดับลุ่มน ้านั้น หลาย ๆ ท่าน ก็ตั้งข้อสังเกตว่าต้องวิเคราะห์แล้วก็มองในภาพรวมของลุ่มน ้า ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า เราต้องมองทั้งในแง่ของการแก้ปัญหาในด้านซัปพลาย ไซด์ (Supply Side) และในด้าน ดีมานด์ ไซด์ (Demand Side) เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่ถูกเขียนขึ้นแล้วก็ถูกเสนอ ในเล่มนี้ แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ได้ครบถ้วนในทุกมิติอย่างที่ท่าน ส.ส. บางท่านให้ความเห็นไว้ ฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วการที่จะมองภาพการแก้ปัญหาลุ่มน ้าทั้งระบบ มองทั้งองค์รวม กลับมา ก่อนว่าอันนี้เป็นหน้าที่ของใคร อย่างที่กราบเรียนไปแล้วว่าที่ผ่านมาเรามีแต่หน่วยงานปฏิบัติ เราเพิ่งมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) เมื่อปี ๒๕๖๐ นี่เอง เพราะฉะนั้น หลาย ๆ ปัญหา หลาย ๆ ลุ่มน ้ายังไม่ได้ถูกมองเป็นระบบอย่างที่ท่าน ส.ส. หลายท่านกรุณา ให้ความเห็นซึ่งดิฉันสนับสนุน เพราะฉะนั้นจากตรงนี้ไปดิฉันคิดว่าข้อเสนอที่ อยู่ในเล่มนี้เราจะต้องส่งต่อแล้วก็ถ่ายทอดไปถึง สทนช. สำนักงานทรัพยากรน ้าแห่งชาติ ในการที่จะวิเคราะห์ปัญหาทั้งลุ่มน ้าอย่างเป็นองค์รวม อย่างเป็นระบบมองให้ครบถ้วน ทั้งทางด้านซัปพลาย ไซด์ (Supply Side) ดีมานด์ ไซด์ (Demand Side) วิเคราะห์จุดแข็ง วิเคราะห์จุดอ่อน จัดลำดับความสำคัญของงานที่มี ไม่ใช่เพียงแค่ดูทั้ง ๗๐๐ โครงการที่มี ในเล่มนี้ แล้วก็ใช้งบประมาณอย่างไม่จำกัด เพราะว่าบนข้อเท็จจริงก็คือเรามีงบประมาณ จำกัดอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้อภิปรายไป เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านับจากนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ คณะกรรมาธิการได้เสนอผลการศึกษานี้แล้ว การแก้ปัญหาด้านน ้าของประเทศควรจะมีการปรับ และทำในมิติใหม่ สทนช. เป็นเจ้าภาพในเรื่องของการกำกับดูแลนโยบายด้านน ้า และมอบนโยบายให้หน่วยงานปฏิบัติทั้งหมดที่มีในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน ้า กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมไปถึงท้องถิ่นด้วย คงไม่ใช่การทำงาน ในลักษณะที่เป็นต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ แล้วก็มีการแก้ปัญหาไม่รู้จบเหมือนอย่างที่ ผ่าน ๆ มา แต่ว่าต้องบูรณาการทั้งภาครัฐ และที่สำคัญที่สุดก็คือร่วมกับภาคประชาชน ในพื้นที่อย่างจริงจังและมีความจริงใจที่สุดนะคะ
ประการสุดท้ายที่ฉันขอพูดในฐานะของกรรมาธิการ อย่างที่ ส.ส. หลาย ๆ ท่าน มีคำถามว่าทำทั้งหมดนี้ ๗๐๐ กว่าโครงการนี้แก้ปัญหาน ้าท่วม น ้าแล้ง น ้าเค็ม น ้าเน่า ของประเทศไทยได้ไหม แน่นอนค่ะว่าไม่ได้ อันนี้เป็นการศึกษาเพียง ๑ ปีกว่าเท่านั้น และโครงการที่มีนี้ยังจะต้องไปจัดลำดับความสำคัญภายใต้งบประมาณที่มี ภายใต้ ความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นในเชิงพื้นที่ด้วย และในอนาคตเราอาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาอภิปราย อาทิเช่น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของน ้าทะเล กรุงเทพฯ จะจมหรือไม่จมต้องรับมืออย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาในอนาคตที่ตอนนี้ ยังไม่เกิดขึ้น แต่เราคงจะต้องคิดพิจารณา และดิฉันคิดว่าหลังจากนี้ หลังจากผลการทำงาน ของคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วยังจะต้องมีคณะกรรมาธิการชุดต่อ ๆ ไปที่จะพิจารณาปัญหา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและรับสิ่งเหล่านี้ไปดูแลต่อ ขอบพระคุณค่ะ