สฤษฏ์พงษ์ แจงห่วงร้องเรียน ป.ป.ช. ขาดข้อเท็จจริง กระทบการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือการร้องเรียนนักการเมืองผ่าน ป.ป.ช. โดยเฉพาะกรณีที่ดิน ส.ป.ก. และใบ ภ.บ.ท.5 ที่อาจขาดข้อเท็จจริง พร้อมเสนอให้พิจารณานโยบายจัดการผู้ร้องเท็จและสนับสนุนการให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนการสอบสวนอย่างลึกซึ้ง

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่อดทนนั่งกันจน ๔ ชั่วโมงกว่า แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ยังนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ แล้วก็เห็นใจทางทีมท่านประธานกรรมการ ป.ป.ช. ที่ตอบกัน ผมคิดว่าท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ท่านตอบได้ละเอียดมาก ตอบทุกคนนะครับ โดยส่วนตัวผมครับท่านประธานที่เคารพ ผมเคยเจอท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ตั้งแต่ท่านเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปี ๒๕๕๒ ผมเคยไปขอ ความร่วมมือ ขอความเมตตาท่านในการทำงานในภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ในเรื่องของการใช้งบสนับสนุน ในเรื่องของซีซีทีวี (CCTV) อะไรนี่ ท่านก็กรุณาเมตตาจัดห้องให้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ปทุมวัน ตอนนั้นชั้น ๒๐ กว่าแล้วก็ไปดูในเรื่องของระบบอะไรต่าง ๆ ของซีซีทีวี (CCTV) ซึ่งทันสมัยมากนะครับ ในวันนี้ที่จริงแล้วผมไม่ได้มาชื่นชมท่านนะครับ แต่ผมติดตามท่าน ผมถือว่าเป็นบุคคลที่ผมเคารพศรัทธาท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล มาตลอดนะครับ แต่วันนี้ ท่านได้กรุณามาตอบในเรื่องของรายงานของ ป.ป.ช. ในส่วนของปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กับสภา ผมก็เลยมีประเด็นปัญหาที่จะเป็นข้อสังเกตฝากถึงท่านว่า ในส่วนของนักการเมือง ที่โดนร้องเรียนจากฝ่ายการเมืองด้วยกันก็มีหลายเรื่อง และโดยเฉพาะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผมเห็นบางเรื่องที่ถูกองค์กรอะไรต่าง ๆ หรือบุคคลนักร้องต่าง ๆ ในระดับชาติร้องมา บางคนไม่เคยสอบข้อเท็จจริงรายละเอียดลงลึกเลยนะครับ เพียงแต่ ไปเปิดบัญชีในส่วนของ ป.ป.ช. แล้วก็นำมาร้องเรียนมา สิ่งที่ยังไม่ได้ไปสืบเสาะหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่าพอเป็นข่าว นักการเมืองทุกคนก็เสียหายแล้วนะครับ สังคมเขาก็ตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย แต่ผมดูพระราชบัญญัติ ๒๕๖๑ ผมคิดว่าดีขึ้นมาก ก็น่าจะอดทนกันที่จะเริ่มต้น กันใหม่ได้ แล้วก็ผมอยากเรียนฝากท่านเป็นข้อสังเกตว่า การป้องกันหรือวิธีการดำเนินคดี กับคนที่ไปร้องเท็จในส่วนขององค์กร ป.ป.ช. มีนโนบายอย่างไร บางคนไปร้องโดยที่ว่า ยังไม่ได้ข้อเท็จจริงอะไรเลยนะครับ รับจ้างร้องก็มีนะครับ อย่างกรณีในเรื่องของที่ดิน ส.ป.ก. หรือใบเสียภาษี ภ.บ.ท. ๕ ของนักการเมือง อย่างในทีมหลายคนนะครับ ส.ส. ที่โดนร้อง ในภาพรวม ๒๐-๓๐ คนนะครับ ซึ่งบางท่านก็เป็นคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เองว่า ในขณะที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่มาของรายได้อันเกิดจากทรัพย์สินก็จะต้องรายงาน เพราะว่า ป.ป.ช. ถือเอาที่มาของรายได้และรายงานตามความเป็นจริง ยึดหลักพื้นฐาน ความบริสุทธิ์นะครับ แต่รายได้อันเกิดจากทรัพย์สินอาจจะต่างกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น อย่างกรณีนักการเมืองบางท่านก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร บางท่าน ก็ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร แต่คุณสมบัติในเรื่องของ ส.ป.ก. บางครั้งก็ขาดคุณสมบัติ บางท่านก็มีใบเสียภาษี ภ.บ.ท. ๕ ซึ่งใบเสียภาษี ภ.บ.ท. ๕ ใครก็เสียได้ แล้วก็ไม่ใช่เป็นใบที่ แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ปรากฏว่าหลังจากนั้นรัฐก็ยกเลิกไม่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับเงินจากของผู้ที่อ้างว่ามาเสียภาษีที่ดิน โดยให้สำเนาใบเสร็จ ภ.บ.ท. ๕ เนื่องจากว่าบางท่านก็ไปต่อสู้คดีว่านี่คือหลักฐานที่รัฐรับรู้ว่ามีที่ดินตรงนั้นตรงนี้นะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับที่ดินที่ไม่มีหลักฐาน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างนะครับว่า นักการเมืองบางท่านก็สงสารบุคคลที่อยู่ใน ส.ป.ก. ซึ่งคนที่อยู่ใน ส.ป.ก. ได้ที่ดินมาส่วนใหญ่ ก็ยากจนทั้งนั้นละครับ ไม่มีที่ทำกิน ก็ใช้สิทธิกันไม่เกิน ๕๐ ไร่ เพราะฉะนั้นนักการเมืองบางคน ก็ไปลงทุนปลูกพืชผลในที่ดินแปลงดังกล่าว อาจจะเอามา ๒ ราย ๓ ราย ๔ ราย ก็รวมเป็น ๑๐๐ ไร่อะไรนี้ ๒ รายก็ ๑๐๐ ไร่แล้วครับ แต่คราวนี้มันเหมือนลักษณะเป็นเรื่องของ คนหนึ่งไปลงทุนให้แล้วก็ดูแลรักษาให้ ใส่ปุ๋ยให้ ก็มีรายได้จากผลผลิต เช่น ปาล์มน้ำมัน อย่างนี้ครับ ก็ตัดปาล์มน้ำมัน ก็ไปแบ่งให้กับเจ้าของที่ดิน ซึ่งในหลักฐาน ส.ป.ก. ก็ไม่ใช่ชื่อ ของนักการเมืองเลย แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็ต้องแนะนำว่ารายได้ที่มาจาก ปาล์มน้ำมันอันนั้นต้องรายงานบัญชีทรัพย์สินนะครับ แล้วเขารายงานมาร่วม ๑๐ กว่าปีแล้ว อย่างนี้ครับ ก็ปรากฏว่าก็ถูกกลุ่มที่ไปต่อสู้ทางการเมืองเอาประเด็นอันนี้ไปร้องเรียน ป.ป.ช. แล้วก็ไปแถลงข่าวกันมากมาย อันนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธาน กรรมาธิการ ป.ป.ช. ท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของคำแนะนำ เมื่อก่อนนักการเมืองที่จะเข้ามาสู่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มาจากนักการเมืองท้องถิ่น อาจจะไม่มีความเข้าใจในเรื่องของระเบียบในการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ผมเจอมาเยอะแล้วครับ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ท่านประธานกรรมการ ป.ป.ช. คงจะทราบข่าวว่า องค์กรท้องถิ่นในระดับจังหวัดท่านก็เคยให้รางวัล และ อบจ. จังหวัดกระบี่ โดยท่านนายก สมศักดิ์ กิตติธรกุล ซึ่งในขณะนั้นผมเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ แล้วก็ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ที่มาเป็น ส.ส. ด้วยกัน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็เป็น ผู้อำนวยการกองกิจการสภา ซึ่งพวกเราให้ความร่วมมือ ป.ป.ช. ตลอดมา และถือว่า เป็นองค์กรที่ได้รับรางวัลของ อปท. ที่บริหารจัดการแบบโปร่งใสตลอดมา และเป็นองค์กร ที่นำเสนอและเป็นการฝึกอบรม มีผู้นำ และเป็น อบจ. ที่ได้รับการยกย่องจาก ป.ป.ช. ซึ่งตรงนี้เราเข้าใจดีนะครับว่า การพัฒนาและในเรื่องของคน เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. มีจำนวน อันจำกัดในส่วนของจังหวัดและท่านก็พยายามแก้ไขไปหลายเรื่อง อย่างกรณีในเรื่องของ การคัดเลือก ป.ป.ช. จังหวัด ตอนหลังก็ถูกเบรก ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณสัก ๓๘ จังหวัด หรืออะไรอย่างนี้ครับ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าท่านรู้ในแนวนโยบายว่า ถ้าการทำอย่างนี้เรื่องการเมือง มันมีฝ่ายตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นผมมองเห็นว่าหน่วยงานโดยการนำของ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ในฐานะประธานกรรมการ ป.ป.ช. และมีที่ปรึกษา มีบอร์ดอะไรพวกนี้ครับ ผมคิดว่าท่านได้วางหลักเกณฑ์ในวันนี้ดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่ผมฝากนะครับท่าน ผมฝากในเรื่อง ของการอธิบายในส่วนของนักการเมืองที่เขาเข้ามาใหม่ อย่าง อบต. ที่เพิ่งเลือกมานี้ ที่ท่านบอกว่าจะต้องรายงานบัญชีทรัพย์สินถึง ๓๕,๐๐๐ กว่าบัญชี เห็นใจทั้ง ๒ ฝ่ายเลยครับ เห็นใจทั้งผู้ตรวจ เห็นใจทั้งผู้รายงาน เพราะว่านักการเมืองพี่น้องภาคประชาชนเขาไม่เคยรู้ เรื่องระบบบัญชีเลยว่าอะไรเป็นรายได้ อะไรเป็นทรัพย์สิน อะไรเป็นทุน อะไร เป็นอสังหาริมทรัพย์ เพราะฉะนั้นก็มีอาชีพหนึ่งนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นทนายหรือว่านักบัญชี ก็รับทำให้ และบางคนไม่เคยรู้เลยว่าการรายงานบัญชีทรัพย์สิน บัตรเครดิตก็ดี บัตรเดบิต (Debit) ก็ดี อะไรก็ดี บัญชีที่ปิดแล้วเหลือ ๑๐ บาทก็ต้องรายงาน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเราจะทำ อย่างไรเพื่อที่จะให้เกิดความบริสุทธิ์และความเข้าใจของบุคคลที่เข้าสู่ทางการเมืองในรุ่นใหม่ ผมเห็นแล้วบางคนเป็นนักการเมืองน้ำดี แต่เสียโอกาสกับความกลัวและความท้อแท้ว่า การเข้ามาสู่ในวันนี้ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องของการที่จะมารายงานบัญชีทรัพย์สิน และอาจจะ เสี่ยงภัยในเรื่องของการติดคุกแล้วก็เสียชื่อเสียงได้ อันนี้ครับ มันมีทั้งมุมดี มุมมืด มุมขาว จุดอ่อน จุดด้อย ในส่วนของกฎหมายที่เราออกมาก็ให้กำลังใจท่านนะครับ แล้วก็ให้กำลังใจ เพื่อนนักการเมืองในระดับท้องถิ่น ซึ่งเราเพิ่งเลือกมาในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ที่ผ่านมานี้ครับ