รังสิมันต์ โรม ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ ป.ป.ช. ที่เน้นการรับเรื่องร้องเรียนแบบตอบสนองมากกว่าการดำเนินการอย่างรุก พร้อมตั้งคำถามถึงความเงียบต่อกรณีทุจริตที่เปิดเผยในที่ประชุมและสังคม เช่น กรณีป่ารอยต่อ การใช้ทรัพย์สินราชการในกิจกรรมมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับผู้นำรัฐบาล กรณีการโยกย้ายตำรวจ ความผิดปกติในการแต่งตั้ง และเรื่องดาวเทียมไทยคม รวมถึงการไม่ตรวจสอบการย้ายพรรคของนักการเมืองหรือปรากฏการณ์งูเห่า ซึ่งสะท้อนถึงความล่าช้าและข้อสงสัยต่อประสิทธิภาพ จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนบทบาทเพื่อให้การต่อต้านการทุจริตเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพจริง
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตเริ่มต้น ด้วยการชมเป็นคนที่ ๒ นะครับ ก็ต้องบอกว่าการทำหน้าที่ของท่านอันหนึ่งที่ผมสนใจ ตามรายงานที่ท่านเสนอต่อสภา คือมันจะมีประเภทคำกล่าวหาที่เป็นบัตรสนเท่ห์ ซึ่งนั่นหมายความว่ามีประชาชนที่เขาไม่ต้องการที่จะแสดงตนว่าเป็นใคร ได้มีการแจ้งเรื่อง ร้องเรียนต่อท่าน แล้วก็เข้าใจว่าท่านก็มีการดำเนินการอยู่เหมือนกัน ซึ่งเมื่อเราดูประเภทคำกล่าวหาต่าง ๆ นะครับ ผมก็คิดว่าในส่วนของบัตรสนเท่ห์ท่านทำไป ๒๒.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่พอเราดู แบ่งประเภทใหญ่ ๆ ในเรื่องอื่น ๆ เราจะพบว่าลักษณะการทำงานของ ป.ป.ช. แบ่งเป็น การทำงานแบบพาสซีฟ อินคัม (Passive income) ประมาณ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เชิงรุกน่าจะ ๑ เปอร์เซ็นต์ คือเป็นเรื่องของเหตุอันควรสงสัยแล้วก็แจ้งเบาะแส ท่านประธานครับ เราเสียงบประมาณเงินแผ่นดินจำนวนมากมหาศาล เพื่อที่เราจะคาดหวังจากองค์กร อย่าง ป.ป.ช. ในการทำหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ แต่เรากลับพบว่าการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนและครอบคลุม ไม่ต้องอะไรมากครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ นะครับ อย่างเวลาที่เรามีการอภิปรายในสภาในหลาย ๆ เรื่อง ผมไม่เข้าใจว่าการอภิปราย ในสภาของเราในหลาย ๆ เรื่องที่มันมีการเปิดเผยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ทำไม ป.ป.ช. ถึงไม่ทำอะไร หรือตอบสนองต่อสิ่งที่การอภิปรายของผู้แทนประชาชนเลยแม้แต่น้อย ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างเรื่องกรณีป่ารอยต่อ ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ แน่นอนครับ ผมไม่ได้อภิปรายในที่นี้ ผมไปอภิปรายนอกสภา แต่ก็เป็นกรณีที่มีการพูดคุยอย่างวงกว้าง ในสังคม เพราะเหตุไฉน ป.ป.ช. ถึงไม่ทำอะไรกับเรื่องนี้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ผมมีภาพ มาแสดงนะครับ ซูม (Zoom) เลยครับในรูปโทรศัพท์มือถือที่ผมโชว์นี้เป็นกรณีที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะของประธานมูลนิธิป่ารอยต่อ ได้ใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อไปปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิ แล้วมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคง จำนวนมากออกมาต้อนรับ คำถามที่สำคัญก็คือว่าทำไมตั้งแต่ผมอภิปรายรอบนั้น ป.ป.ช. ไม่เห็นจะทำอะไร
เรื่องที่ ๒ เป็นกรณีเรื่องของตั๋วช้าง เรื่องตั๋วช้างเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ มันก็ยิ่ง แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้มีมูลและความสำคัญ ไม่ใช่แค่กับคนไม่กี่คน แต่คนนับล้านคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราอาจจะแบ่งเรื่องของตั๋วช้างเป็น ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ การโยกย้ายหรือการวิ่งเต้นกันโดยที่ไม่มีอำนาจ ถ้าท่านติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของผม ท่านจะพบเลยว่ามันมีเอกสารที่น่าเชื่อถือลงลายเซ็นอย่างเรียบร้อย คำถามก็คือ ป.ป.ช. ได้ทำอะไรกับเรื่องนี้ไหม มีการฝากกัน มีการบอกว่าให้คนนี้ได้รับการโพรโมต (Promote) มากกว่าคนอื่น หรือหลาย ๆ ครั้งที่ ก.ตร. มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ ถามว่า ท่านเคยตรวจสอบเรื่องพวกนี้บ้างไหม แล้วรู้ไหมการที่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเรื่อย ๆ วงการ ตำรวจมันแย่ขนาดไหน ท่านเคยได้ตรวจสอบบ้างหรือไม่ หรือกรณีเรื่องของตำรวจราบ ที่มีการเอาตำรวจ ๙๗ คนไปธำรงวินัย ใช้งบเงินภาษีจากประชาชน ซึ่งผมไม่เข้าใจว่ามันมี อำนาจอะไร มีเหตุอะไรให้มีการธำรงวินัย คำถามก็คือท่านได้ทำอะไรไหม ต้องให้ผมส่งเป็น บัตรสนเท่ห์ก่อนใช่ไหมท่านถึงจะทำงาน ถึงจะทำหน้าที่ การอภิปรายในสภาของผู้แทน ประชาชนมันไม่มีความหมายอะไรเลยต่อท่านใช่ไหม แล้วเราจะเสียเงินนับพันล้าน เพื่อองค์กรของท่านไปทำไม หรือเรื่องถัดไปนะครับ กรณีอย่างดาวเทียมไทยคม ผมทราบว่า กรรมการบางท่านเคยเป็นอนุญาโตตุลาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาก่อน ท่านรู้อยู่แก่ใจดีว่า เกิดอะไรขึ้น ท่านรู้อยู่แก่ใจดีว่ามีบริษัทเอกชนที่กำลังจะได้ผลประโยชน์ตรงนี้จากการที่ รัฐมนตรีบางคนไปมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายทุน ท่านรู้ แล้วผมก็ร้องเรียนท่านด้วย ผ่านมาหลายเดือนแล้ว คำถามก็คือท่านทำอะไรอยู่ เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ท่านใช้อำนาจ หน้าที่ของท่านในการตรวจสอบพรรคการเมือง หรือนักการเมืองที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาล ท่านรวดเร็วราวปานกามนิตหนุ่ม แต่พอเป็นพวกเราร้องเรียนท่านเชื่องช้าเหมือนลา ที่อายุมากแล้ว นั่นคือสิ่งที่เราไม่เข้าใจว่า ป.ป.ช. ที่รับงบประมาณมหาศาลจากภาษี ของประชาชน ทำไมถึงได้ทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพแบบนี้
เรื่องสุดท้ายกรณีงูเห่า มีข่าวออกมาเต็มไปหมดครับ ว่างูเห่าได้รับอามิส สินจ้าง มีการได้รับเงินได้รับทอง บางกรณีมีคลิป (Clip) เสียง ท่านเคยตรวจสอบไหมครับ อยู่ดี ๆ นักการเมืองที่มาจากประชาชนย้ายไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง ป.ป.ช. ไม่ทำอะไรเลย หรือครับ เอาแค่ถ้าท่านส่งคนในองค์กรของท่านมาตรวจสอบว่ารถกี่คันที่ใช้กันอยู่นี่ ท่านก็รู้แล้วว่ามันอยู่ในบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ท่านได้ทำไหม หรือตกลงว่าท่านเป็นองค์กร ที่มีหน้าที่แค่เพียงปกป้องรัฐบาลเท่านั้น แล้วผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าหลายท่าน เป็นผู้อาวุโส หลายท่านเป็นคนที่จบการศึกษา เคยมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี ผมอยากให้ท่าน ตระหนักว่า ตัวท่านเองแม้วันนี้จะไม่ได้มาจากการเลือกโดยประชาชนโดยอ้อมเหมือนที่เรา เคยมีมาก่อน แต่ผมอยากให้ท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญว่า ภารกิจของท่าน มันมีความสำคัญต่อประเทศนี้มาก แล้วถ้า ป.ป.ช. ยังเป็นแบบนี้ คำถามก็คือ แล้วเราจะปราบปรามคอร์รัปชันได้อย่างไร สิ่งที่ผมเห็นรายงานเล่มนี้ไม่มีอื่นเลยครับ นี่คือรายงานที่เอาไว้ประชาสัมพันธ์ด้านเดียวของท่าน โดยไม่ได้พูดถึงความเสียหาย ของสิ่งที่ท่านไม่ได้ทำ ขยะครับ ขอบคุณครับ