สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องความชอบธรรมของการฟ้องคดีเองโดย ป.ป.ช. การถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรอิสระกับฝ่ายนิติบัญญัติ และการเสนอแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยย้ำความสำคัญของเขตอำนาจตามหลักนิติธรรมและอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้มีโอกาสดีครับที่ได้มาสนทนาธรรมกับทางท่าน ป.ป.ช. ผมจะพูด ปัญหาเชิงหลักการที่ผมเกี่ยวข้องมาแต่ต้น ผมนี้เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการยื่นฟ้องเอง ของท่าน ตอนแรกเป็นเสียงข้างน้อย ผมเป็น สสร. ปี ๒๕๔๐ ครับ ท่านถูกยกสถานะเป็น ป.ป.ช. เหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วเราวางว่าในครั้งนั้นเมื่อเกิด ปัญหาเรื่องเขตอำนาจ เพราะเขตอำนาจนี้คืออธิปไตย อำนาจอธิปไตยตามมาตรา ๓ นะครับ ท่านเป็นอำนาจอธิปไตยของฝ่ายตรวจสอบ พวกผมนี้เป็นอธิปไตยของฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาลเป็นอธิปไตยของฝ่ายบริหาร การล่วงละเมิดต่าง ๆ จะเกิดขึ้น เขาเรียกเขตอำนาจ มันทับซ้อนกัน แต่ ป.ป.ช. ในขณะนั้นถูกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๓๖ ท่านไปอ่านดู สั่งให้ว่า เมื่อใช้รัฐธรรมนูญครบ ๕ ปีนี้ ต้องแก้กฎหมายเหล่านี้ ศึกษารัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเสนอต่อฝ่ายบริหารและรัฐสภา เพราะสารเริ่มต้นจะถูกที่ท่าน ๓ องค์กรคือ ป.ป.ช. ศาลยุติธรรม และศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นนะ จะเป็นศาลตั้งต้นในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีใคร แก้ก็เกิดการยึดอำนาจ ผมยังยืนยัน ณ วันนี้ว่าการฟ้องเองของท่านเป็นสิ่งที่ชอบธรรม เพราะถ้าท่านสอบแล้วอัยการสั่งไม่ฟัง ท่านต้องมีสิทธิฟ้อง ผมยังยืนยันจนกระทั่งบัดนี้ ผมพูดเรื่องนี้ประเด็นนี้ทำไม ผมเห็นด้วยกับการฟ้องเอง เพราะการฟ้องเองนี้แสดงเจตนา และทัศนะของท่าน แต่ตอนหลังผมตกใจ มันไม่มีการถ่วงดุล มาดีใจเมื่อมีมติในที่ประชุมใหญ่ ของศาลฎีกาว่าสามารถรับฟ้อง ป.ป.ช. ได้ในปัญหาเรื่องกระบวนการสอบสวนไต่สวน ที่ไม่ชอบ ผมย้ำตรงนี้นะครับว่าเขาให้ฟ้องเรื่องกระบวนการไต่สวนและสอบสวนที่ไม่ชอบ หมายความว่าท่านจะใช้อำนาจอธิปไตยของฝ่ายตรวจสอบมาล่วงละเมิดอำนาจอธิปไตย ของฝ่ายอื่นไม่ได้ การเสนอกฎหมายของรัฐบาลของประชาชนของ ส.ส. เป็นอำนาจอธิปไตย ของที่นี่ ของนิติบัญญัติ ท่านจะบอกว่าเราไม่มีอำนาจเสนอกฎหมายนั้น ท่านผิด ท่านครับ ท่าทีผมมันรุนแรงแต่ผมพูดด้วยความนิ่มนวล ผมเห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ผมชื่นชมตรงไหนครับ ชื่นชมที่ท่านเข้าไปชี้แจงต่อคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ ห้องประชุมชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ท่านไปทั้งคณะ แล้วดูเหมือนว่า ท่านเลขาท่านก็จะไปด้วยเพราะท่านเลขาตอนนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ผมดูในชื่อนี้นะครับ ท่านก็ไปด้วย ผมแอบชื่นชมแล้วผมอ่านอย่างละเอียดเลยครับ ท่านเสนอ ๓ เรื่อง ไม่ไปแค่ ท่านเดียว ท่านเสนอ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ท่านเสนอว่าท่านต้องการเป็นองค์กรอิสระ และมีอำนาจตามองค์กรอิสระ แล้วข้อต่อมา ๆ ผมไม่พูด ผมพูดถึงเรื่องประการที่ ๗ ท่านเน้นเรื่องระยะเวลา เริ่มต้นรับรู้ แม้ไม่มีคนร้องก็ต้องนับ ๑ แล้ว ท่านเสนอเองครับ หลังจากนั้นผมก็ติดตามการประชุมมาตลอด การประชุมพูดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา ๔๖ ท่านออกมา ๒๐๐ มาตรานะครับ มาตรา ๔๖ พูดเรื่องอำนาจของท่านและระยะเวลาที่ท่านต้องปฏิบัติตาม และหากท่านไม่ทำไปดู ๑๗๒ ท่านถูกลงโทษ ๑-๑๐ ปีนะ ท่านครับ ท่านสอบเขาเมื่อก่อน จะถูกรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ผมโดนสอบ บังสนธิ บุญยรัตกลิน ท่านก็ถูกสอบ ตอนนั้น ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ท่านมาชี้มูล มันเลย ๓ ปีมา ๒ รอบ ถ้าท่านเริ่มต้น นับ ๑ ใหม่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๑ พบความเห็นใหม่ คนที่ถูกสอบก่อนก็พ้นไปแล้ว ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ก็เกิน ๓ ปีอยู่แล้ว ท่านจะอาศัยข้อบังคับที่ ๗๐ ได้อย่างไร ไม่ใช่ข้อบังคับ โทษครับ เขาเรียกว่าระเบียบ ป.ป.ช. ข้อ ๗๐ ได้อย่างไร ท่านครับ ท่านจินตนาการว่าพวกผมนี่ไปปรึกษากับทักษิณต่างประเทศ จะล้มเลิกคำสั่ง คตส. ขอโทษครับ ประวัติศาสตร์มันบันทึกว่า คตส. นี่ตั้งขึ้นมาหลังยึดอำนาจของยิ่งลักษณ์ สอบสวน ครม. ครอบครัวชินวัตร เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวชุมนุมเลย ท่านยังไม่ดูหรือว่า มันฆ่ากันตายกลางถนน ร้อยกว่าศพ เกิดสมัยปี ๒๕๕๓ ครับ กฎหมายมันลากปี ๒๕๕๖ มันตอบสนองเรื่องนี้ ท่านดูให้ดีครับ ท่านปกป้อง คตส. และท่านไม่เห็นใจ ศอฉ. หรือครับ คณะกรรมการนี้ตั้งขึ้นมาใครเป็นประธาน ท่านสุเทพเป็นประธาน มีผู้นำเป็นพัน นปช. มีแค่เป็นสิบไม่ถึงร้อย ผู้นำครับ ตอนแรกไม่เอาผิด จะให้เอาผิด ผมเองนี่เป็นพลทหาร การเหนี่ยวไกของพลทหารมันไม่ได้มาจากสายตาในการตัดสินใจ มันมาจากคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นตั้งแต่ร้อยตรีขึ้นไปจนกระทั่งถึงนายพล นายพัน อยู่ในสนาม ของการเข้ามากระชับพื้นที่เขาจะต้องรับผิดไปด้วยหรือ ก็ออกกฎหมายแบบนี้แต่ท่านไม่ดูเลย ไปกล่าวโทษว่าเราปกป้องท่านทักษิณ ยุคท่านทักษิณถูกปฏิวัติมีใครเคลื่อนไหวการเมืองบ้าง ผมเองโทษอย่างมากเลยครับ สั่งยุติการเป็น ส.ส. ๗๕ ปีแล้วผมจะกลัวอะไร พวกคุณ ยังไม่ถึง ๗๐ ผมพูดด้วยความเจ็บปวดครับ ผมจะบอกท่านว่า ท่านครับ เขตอำนาจของแต่ละ อธิปไตยสำคัญมากท่านประธานครับ ผมฝากท่านดูว่าถ้าท่านละเมิดอธิปไตยของนิติบัญญัติ ช่องทางต่อสู้มันก็มี เมื่อก่อนไม่มีครับ ผมพูดแบบสไตล์ (Style) ของผมนะครับ อาจจะฟัง ไม่เพราะหู แต่ในใจนี่ผมรักการตรวจสอบครับ ผมมาจากครอบครัวยากจน ผมมีอะไรเท่าไร ผมก็รายงานเท่านั้น ผมทำอย่างนี้ตลอด และวันนี้หลายคนบอกว่าไม่กลัวหรือไปสมัคร ส.ส. ใหม่ เสร็จแล้วเขาจะสั่งยุบแบบพรรคคราวที่แล้วจะหลุดไป คุณรู้อย่างไรว่าผมจะสมัครต่อ ผมงงและผมจะบอกว่าความกลัวหรือไม่กลัวไม่ใช่ศักดิ์ศรีของมนุษย์ในเวทีนี้ หลักการ ต่างหากครับท่าน ท่านจำไว้ให้ดีนะครับ อธิปไตยตามมาตรา ๓ มันชัดเจน ขอบคุณครับ ท่านประธาน