เกษมสันต์ มีทิพย์ หารือปัญหาการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ชี้ถึงความขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ส่งผลให้ไม่สามารถรองรับน้ำท่าได้เพียงพอ ทำให้เกิดทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ส่งผลให้ต้องเร่งพัฒนาระบบเก็บกักน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผลักดันอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในคณะกรรมการลุ่มน้ำเพื่อการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้โอกาสผมในการอภิปราย ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้จัดทำรายงานเล่มนี้ มาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมขอร่วมอภิปรายในประเด็นลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ซึ่งเป็น พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยขอเริ่มที่ลุ่มน้ำยมก่อนเป็นอันดับแรกครับ
ลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำที่มีปริมาณน้ำท่าในแต่ละปีอยู่ที่ ๔,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำท่าในหน้าฝนอยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำท่า ในหน้าแล้งอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในรายงานระบุไว้ว่ามีโครงการ สร้างอาคารบังคับน้ำในลักษณะประตูน้ำบนแม่น้ำยมเป็นช่วง ๆ โดยอาศัยความจุของลำน้ำ เพื่อชะลอและกักเก็บน้ำอยู่ทั้งหมด ๑๒ แห่ง ความจุรวมประมาณ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และโครงการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาจำนวน ๗๓ แห่ง มีความจุกักเก็บน้ำ รวม ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นั่นหมายความว่าค่าเฉลี่ยแต่ละแหล่งกักเก็บน้ำที่สร้างขึ้นมา สามารถบรรจุน้ำได้ไม่ถึง ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมความจุทั้งสิ้นของทั้งแม่น้ำยม และลุ่มน้ำสาขาประมาณ ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในการบริหารการจัดการเพื่อบรรเทา น้ำท่วม น้ำแล้งของแม่น้ำยม ซึ่งผมดีใจมากครับที่มีการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุน ในลุ่มน้ำยม แต่แหล่งกักเก็บน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังสามารถรับน้ำท่าในลุ่มน้ำยมได้ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยมทั้งปี ซึ่งลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำเดียวในภาคเหนือ ที่ยังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่จะมารองรับปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยม ซึ่งรัฐสร้างได้ เฉพาะแหล่งกักเก็บน้ำหลัก ๑๐ หรือไม่เกิน ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าจะกักเก็บน้ำให้ได้ ตามหลักพันล้านลูกบาศก์เมตร ต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำหลายร้อยแห่ง หรือบางทีอาจจะ เป็นพันแห่ง ถึงจะรองรับปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยมได้ทั้งหมดถ้ามีสถานที่ให้ก่อสร้างนะครับ
คราวนี้เรามาดูลุ่มน้ำน่านกันครับ ลุ่มน้ำน่านมีปริมาณน้ำท่าในแต่ละปีมากถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าลุ่มน้ำยมเกิน ๒ เท่า มีปริมาณน้ำท่าในหน้าฝน ๗,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำท่าในหน้าแล้ง ๓,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำ ต้นทุนจากแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ๕ แห่ง อยู่ประมาณ ๑๐,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๙๖ เปอร์เซ็นต์ของน้ำต้นทุนที่สามารถกักเก็บได้ทั้งหมด
ในรายงานให้ความเห็นว่ากรมชลประทานควรพิจารณาพัฒนาอ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำน่าน เช่น ลุ่มน้ำคลองชมพู เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหา น้ำท่วมและบรรเทาภัยแล้ง และยังมีการเสนอโครงการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ต่อคณะรัฐมนตรีท้ายรายงานฉบับนี้อีก ๙ หน้ากระดาษ ซึ่งผมอยากให้มีการแก้ไข ในหน้า ๑๐๙ อ่างกักเก็บน้ำเนินมะปรางค์ ไม่มี ค์ ครับ ขอบคุณมากครับ ผมเชื่อว่าโครงการ เหล่านี้จะสามารถช่วยบรรเทาน้ำท่วม น้ำแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ ได้ และในพื้นที่ หลายหมื่นไร่ของลุ่มแม่น้ำคลองชมพูได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวผมเองมีความผูกพันกับบ้านชมพู เสมือนเป็นบ้านเกิดผมอีกที่หนึ่ง เพราะพ่อผมไปเจอแม่ผมที่บ้านชมพูในสมัยสมรภูมิเขาค้อ ผมเป็นคนที่เกิดและอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีตัวอย่างเปรียบเทียบกันระหว่างแม่น้ำน่าน ที่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำถึง ๕ แห่ง มีความสามารถในการกักเก็บน้ำท่าได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำทั้งปี กับแม่น้ำยมที่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ขนาดใหญ่เลย มีความสามารถในการกักเก็บน้ำในปัจจุบันได้ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำยม แม่น้ำน่านเป็นแม่น้ำที่มีเครื่องมือในการควบคุมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก สามารถควบคุมบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ กว่าแม่น้ำยมอย่างเห็นได้ชัด ในหน้าฝนน้ำแทบไม่เคยล้นตลิ่งเลย แม้แต่ในปี ๒๕๕๔ ที่มี เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ก็ได้รับผลกระทบในวงแคบที่มีพื้นที่น้ำล้นตลิ่งเป็นบางพื้นที่เท่านั้น และเกิดขึ้นในลุ่มน้ำสาขาอย่างแม่น้ำแควน้อยเท่านั้น ในหน้าแล้งก็มีน้ำใช้ตลอดฤดูกาล น้ำใช้นี้คือน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคเท่านั้นนะครับ ไม่รวมไปถึงน้ำใช้เพื่อการเกษตร เพราะรัฐไม่อนุญาตให้ใช้ทางการเกษตรในฤดูแล้ง ส่วนแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำที่ไม่มีเครื่องมือในการควบคุมน้ำขนาดใหญ่ มีแต่ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ในหน้าฝนฤดูน้ำหลากก็จะมีน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี มีโครงการผันน้ำ จากแม่น้ำยมมาแม่น้ำน่านผ่านแม่น้ำน่านสายเก่า คอยช่วยบรรเทาน้ำในแม่น้ำยมในฤดูฝนได้ แต่ในฤดูแล้งแม่น้ำน่านไม่สามารถที่จะช่วยผันน้ำจากแม่น้ำน่านไปช่วยน้ำยมได้เลย เพราะลำพังแม่น้ำน่านเองก็เหลือไว้ใช้แค่เพียงการอุปโภคบริโภค แม่น้ำยมในหน้าแล้งจึงเป็น แม่น้ำที่ไม่มีน้ำเลยครับท่านประธาน ไม่มีน้ำไว้ใช้แม้กระทั่งการอุปโภคบริโภค เป็นแม่น้ำ ที่แห้งขอดจนเดินได้ ผมสงสารพี่น้องในลุ่มน้ำยมที่ผมเดินทางไปเห็นและเดินทางไปรับทราบ ปัญหาด้วยตัวเองอย่างจับใจ ทุกลุ่มน้ำจะมีคณะกรรมการลุ่มน้ำไว้คอยบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำนั้น ๆ ครับ ผมขอเสนอเพิ่มเติมแก่คณะกรรมาธิการ คือการจัดสรรตำแหน่งที่นั่ง ในคณะกรรมการลุ่มน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่อย่างลุ่มน้ำยม หรือลุ่มน้ำสาขา อย่างลุ่มน้ำชมพู ให้มีการบริหารลุ่มน้ำที่จัดสรรปันส่วนของกรรมการกระจายทั่วทุกพื้นที่ ของลุ่มน้ำ ทั้งตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ทั้งเหนือน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำ เสียงของ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหน้าน้ำ เสียงจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ในหน้าแล้ง ต้องเท่ากับเสียงของผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ในตอนอื่นของลุ่มน้ำ จัดโครงการเพื่อลุ่มน้ำเข้าใจกัน ยามน้ำท่วมจากอุทกภัย เชิญผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบในลุ่มน้ำ ตอนอื่น ๆ มาช่วยเหลือ ยามน้ำแล้ง เชิญผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากลุ่มน้ำตอนอื่น มารับทราบข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นว่าทั้ง ๒ กรณีเกิดความเสียหายต่อปีเป็นจำนวนเงิน เท่าไร เป็นพื้นที่กี่หมื่นกี่แสนไร่ สะสมในรอบ ๑๐ ปีเป็นจำนวนเงินเท่าไร จะได้เห็นใจ ซึ่งกันและกัน ผมขอเวลาเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้ยังตกในส่วน เรื่องโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดการน้ำสำหรับ ๒ กรมนี้ ควรที่จะเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำอีกประเภทหนึ่ง โดยผันน้ำ ลงใต้ดินให้กระจายทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย ผมหวังว่ารายงานฉบับนี้จะถึงมือรัฐบาล และรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการน้ำแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเกิดอุทกภัย ภัยแล้ง ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมหาศาล มาต่อเนื่องโดยตลอดทุกปีครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ