อนุชา น้อยวงศ์ ชี้ปัญหาการจัดการน้ำในระดับโลกจากข้อมูลสหประชาชาติ พร้อมยกตัวอย่างปัญหาน้ำไม่เพียงพอในลุ่มน้ำยมที่ขาดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จึงเสนอให้เร่งสร้างฝายกั้นน้ำ 12 แห่งเพื่อบรรเทาวิกฤติภัยแล้งที่ส่งผลต่อพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดพิษณุโลก รวมถึงเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองชมพูที่ค้างมานาน 43 ปี โดยเน้นย้ำความจำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนกว่า 200,000 คน แทนการยอมถอยต่อแรงต่อต้านจากกลุ่มเพียง 300 คน และเสนอให้บูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยอ้างถึงความสำเร็จของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนเป็นแบบอย่างในการสนับสนุนการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็น ๑ ในโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และเป็นโฆษกคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย มีความประสงค์ จะขออภิปรายครับ ท่านประธานที่เคารพ เอกสารที่นำมาเสนอต่อสภา ผมนำเรียนว่า ตลอดเวลาที่ผมเป็นกรรมาธิการร่วมด้วย ผมเคยนำบทความของสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) เป็นเอกสาร มอบให้กับคณะเลขานุการนะครับว่าถ้าคุณทำเอกสารเล่มนี้มาขอให้นำ บทความนั้นมาด้วย แต่ก็ไม่ได้นำมา ฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่าเอกสารนั้น มีความหมายว่าอย่างไรบ้าง คือว่าโลกเสี่ยงวิกฤติ ถ้าไม่ปฏิรูปเรื่องน้ำตั้งแต่ปี ๒๕๗๓ ที่จะถึงนี้ สภาวะของโลกจากการวิเคราะห์ของสหประชาชาติ คือน้ำจืดในโลกจะหายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน จะหายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าวันนี้สิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎรต้องจัดทำเร่งด่วนก็คือการบูรณาการน้ำทั้งระบบ ๑๐ ปีที่จะถึงนี้มันไม่นาน โครงการใหญ่ ๆ ที่เสนอต่อสภาผมคิดว่าบางโครงการทำ ๑๐ ปียังไม่จบเลย ฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ถึง ๓ สมัย เคยเป็นเทศมนตรีในเทศบาลด้วย ฉะนั้นปัญหาของจังหวัดของผมผมทราบดี ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดพิษณุโลกมีลุ่มน้ำใหญ่อยู่ ๒ ลุ่มน้ำที่เป็นแม่น้ำสาขาหลัก ของประเทศก็คือแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม
แม่น้ำน่านมีความสมบูรณ์พูนสุข พี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำนั้นได้รับการจัด ชลประทานอย่างสมบูรณ์แบบนะครับ เพราะเรามีเขื่อนสิริกิติ์ มีเขื่อนนเรศวรคอยกักกั้น คอยปล่อยน้ำเป็นระยะ ทุกวันนี้ก็มีการร้องเรียนบ้างเนื่องจากน้ำไม่ค่อยพอในการทำ ชลประทาน แต่ก็ยังดีกว่าที่อื่นครับ ยังดีกว่า เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในลุ่มน้ำนั้น มีความสมบูรณ์พูนสุข
อีกลุ่มน้ำหนึ่งคือลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำยมไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เลย ความใฝ่ฝัน มาโบราณกาลก็คือจะมีเขื่อนแก่งเสือเต้นก็มีไม่ได้ ปัจจุบันนี้กรรมาธิการได้มีความคิด จะทำฝายถึง ๑๒ ตัวกั้นลำน้ำ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน สำหรับฝายที่จะกั้น น้ำยมถึง ๑๒ ตัวที่ก่อนจะถึงจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผมเชื่อว่าปี ๒๕๗๓ อีกไม่นานนี้ จังหวัดของผมต้องทนลำบากเรื่องน้ำอย่างมหาศาล แม้แต่ทุกวันนี้เองบางหมู่บ้านในเขต ห่างไกล เช่นอำเภอเนินมะปราง น้ำที่เคยใช้มาบริโภคเริ่มลดต่ำลงจนปีนี้ อย่าว่าแต่ทำ การเกษตรเลย น้ำจะกินยังมีหรือเปล่าไม่ทราบ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดพิษณุโลก ยังมีน้ำสาขาเล็ก ๆ ซึ่งมาเชื่อมต่อกับแม่น้ำน่านอีก ๓ สาย ก็คือ ๑. แม่น้ำแควน้อย ซึ่งปัจจุบันนี้มีเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน สร้างความดีงาม สร้างความผาสุกให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ลุ่มน้ำนั้นอย่างยิ่งเพราะเรามีเขื่อนนะครับ พี่น้องประชาชนได้ทำการชลประทาน ไม่มีการน้ำท่วมนะครับ
อีกแม่น้ำหนึ่งคือแม่น้ำวังทอง ท่านประธานที่เคารพ แม่น้ำนี้มีชื่ออีกชื่อหนึ่ง ก็คือแม่น้ำเข็ก ต้นน้ำมาจากอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์นะครับ ทางกรมชลประทานก็มี แผนงานทำโครงการถึง ๓ จุด คือ ๑. อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ตำบลนครไทย อีกจุดหนึ่งก็คือ ที่ตำบลบ้านแยง ซึ่งอยู่ในอำเภอนครไทย และอีกจุดหนึ่งก็อยู่ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง ผมก็มีความฝันว่าถ้าชลประทานได้ทำแล้ว ลุ่มน้ำนี้จะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เพราะปีที่ ผ่านมานะครับท่านประธาน ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิด มาก่อนเลย สร้างความเสียหายอย่างนับไม่ได้นะครับท่านประธาน วันนี้กรมชลประทาน ผมกราบขอความกรุณาผลักดันทั้ง ๓ อ่างเก็บน้ำ เพื่อจะผันน้ำด้วย สามารถผันน้ำไปยัง ตำบลดินทอง ตำบลหนองพระ แล้วไปยังตำบลแม่ระกา ซึ่งมีความยาวถึง ๗๗ กิโลเมตร แม่น้ำนี้ไปลงแม่น้ำน่านที่อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ท่านประธานที่เคารพ แล้วมาถึงปัญหา ที่ยิ่งใหญ่ของผมในการอภิปรายวันนี้ มีโครงการอยู่โครงการหนึ่ง ชื่อโครงการอ่างเก็บน้ำ คลองชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำริตั้งแต่ ปี ๒๕๒๐ ผ่านมา ๔๓ ปีแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรสักเรื่องหนึ่ง ยังบูรณาการการสร้างอะไรไม่ได้ โครงการนี้ถ้าได้บูรณาการแล้วจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องถึง ๒ อำเภอ เช่น อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง แล้วพี่น้องชาวจังหวัดพิจิตรอีก ๒ อำเภอ คืออำเภอสากเหล็ก และอำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็น ส.จ. ในเขตพื้นที่ต้นน้ำนั่นละครับ เรียกตำบลชมพู ผมอยู่ที่นั่น ๑๐ กว่าปี ผมรู้หมดว่าเบื้องหลังการถ่ายทำของการต่อต้านเขื่อน มันเป็นอย่างไรนะครับท่านประธาน ประเทศเรานี่ก็แปลก ลุ่มน้ำชมพูนี่มีพี่น้องประชาชน เกี่ยวข้อง ๒๐๐,๐๐๐ คน บวกทุก อบต. ไปแล้ว ผมบวกตัวเลขทั้ง ๔ อำเภอ บวกไป หมดแล้วนะครับทั้ง ๒ จังหวัด ติดขัดในการประชาคมของคนแค่ ๓๐๐ คน ติดขัดแค่ ๓๐๐ คน คือหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ตำบลชมพู ชาวบ้านที่นั่นผู้ต่อต้าน นับหัวแล้วไม่เกิน ๓๐๐ คน รวมหัวกันขัดขวางไม่ให้ประชาคมครับ ชลประทานก็ทำอะไรไม่ได้จะไปประชาคม ตำบลชมพูมีพี่น้อง ๑๕ หมู่บ้าน ๑๓ หมู่บ้านผ่านการประชาคม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อยากให้ทำ อีก ๒ หมู่บ้านทำไม่ได้ อยากจะให้ทางการเข้าไปตรวจสอบเบื้องหลังการต่อต้านเขื่อน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะครับ โครงการดังกล่าวนี้ หากท่านผู้ใดมีส่วนสนับสนุนจะเป็นบุญกุศล เพราะมันเป็นโครงการสืบสานพระราชปณิธานอันสูงส่งของรัชกาลที่ ๙ นะครับ ขอให้ กรมชลประทานดำเนินการจัดการประชาคมให้เรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพ ๓๐๐ คน ที่ต่อต้าน ๒๐๐,๐๐๐ คนให้เดือดร้อน สุภาษิตอังกฤษเขาบอกว่าอย่างไรครับ อิฟ ยู ไทร์ ทู พลีส เอฟเวรีวัน ยู วิล เอนด์ อัป พลีสซิง โน วัน (If You try to please everyone You will end up pleasing no one) ก็คือถ้าคุณจะทำอะไรให้ถูกใจคนทั้งหมด สุดท้าย คุณจะจบลงด้วยไม่ได้ทำให้ใครถูกใจแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะตามใจ คนทั้ง ๒๐๐,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ผมขอปิดการอภิปรายเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ