ซูการ์โน มะทา ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่่อม โดยยึดหลักศาสนาอิสลามและจริยธรรม พร้อมกังวลต่อปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของผู้ติดน้ำกระท่อมในกลุ่มเยาวชน และเห็นว่าการยกเลิกกฎหมายควบคุมควรพิจารณาผลกระทบต่อจิตสำนึกและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างรอบคอบ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เขต ๒ ผมได้อ่านรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในเล่มนี้ถือว่าได้มีเนื้อหาสาระ ที่ได้เขียนพอครอบคลุม แต่ว่าวันนี้ขออนุญาตทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย เลยมาตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับว่า ผมทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน สิ่งแรกที่ผมยึดถือก็คือหลักการของศาสนาอิสลาม เป็นสำคัญ
อันที่ ๒ ก็คือกฎหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ นี่คือแนวทางในการทำหน้าที่ของผมนะครับ ผมต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านก็รู้จักกันดีนะครับ พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ท่านก็เคยแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ในคณะกรรมาธิการของเรา วันนี้ผมได้ดูเนื้อหาสาระสำคัญต่าง ๆ ของรายงาน ฉบับนี้แล้ว มีหลายมิติ มีหลายมุมมองที่ทางคณะกรรมาธิการและทางอนุกรรมาธิการ ยังขาดตกบกพร่อง ยังไม่ได้เติมเต็มใส่ไว้ในนี้ ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ใช่เรื่องของความไม่สงบเรียบร้อย วันนี้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลัง แพร่ระบาดหนัก แล้วก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นก็คือการแพร่ระบาดของยาเสพติด เมื่อสักครู่ ท่านครูมานิตย์ก็ได้พูดแล้วว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือเรื่องยาเสพติด เป็นเรื่อง สำคัญนะครับ ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมว่ารัฐบาลก็ใช้ งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ ล้มตาย เสียชีวิตก็ ๑๐,๐๐๐ กว่าท่านนะครับ แต่ที่สำคัญที่สุดนะครับท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมจึงอยากบอกว่าไม่มั่นใจนะครับว่าการที่คณะกรรมาธิการจะยกให้กัญชา กัญชง และกระท่อม ออกจากพระราชบัญญัติยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ นั้น จะเป็นมาตรการที่ดี และเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะวันนี้แม้กระทั่งเรายังบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ ท่านรู้ไหมครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีผู้ติดยาเสพติดถึงเท่าไรครับ ในจำนวนของพื้นที่ที่มี ๓๓ อำเภอ ๒๕๐ ตำบล ๒,๑๒๐ หมู่บ้านนั้น ผู้ที่ติดยาเสพติดทั้งหมด ในพื้นที่ที่ผมได้มีสถิติตัวเลข แล้วก็เท่าที่ผ่านมาก็คือ มีการจับกุมคดีทั้งหมด ๑๕,๐๑๓ คดี นี่เมื่อประมาณปี ๒๕๖๐ ผมไม่ได้นับปี ๒๕๖๓ ที่มันทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) การแพร่ระบาดของยาเสพติดนี้มีพัฒนามากขึ้น ท่านได้ศึกษาไหมครับว่าถ้าท่านยกเลิก พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วท่านคิดว่าจะป้องกันการแพร่ระบาด ได้อย่างไร และมีการศึกษาวิจัยหรือไม่ว่าการใช้กัญชาหรือกระท่อมมาเป็นยานั้น ปริมาณของ ประชาชนที่ได้รับประโยชน์มันคุ้มทุนหรือไม่ ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของความรู้สึก เรื่องของ หลักการศาสนา อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมบอกว่าท่านต้องศึกษาด้วย เพราะเราอยู่ในประเทศไทย เรามีชาติ มีศาสนา และมีพระมหากษัตริย์ ฉะนั้นหลักการของทุกศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะต้องไม่ไปกระทบเรื่องของความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมเป็นห่วงนะครับว่า หากเรายกเลิกกฎหมายตรงนี้ขึ้นมาแล้ว ปัญหายาเสพติดวันนี้มันยังไม่ทุเลาลง ท่านรู้ไหมครับ ช่วงยาเสพติดเป็นเสียงสะท้อนจากผู้นำศาสนา ซึ่งช่วงนี้มีการอบรมจริยธรรม ส่งเสริม ประเพณีวัฒนธรรมทุกหมู่บ้าน สิ่งหนึ่งที่เขาตกใจรู้ไหมครับว่าก่อนโควิด (COVID) เกิดขึ้น บรรดาเหล่าเยาวชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งเป็นนักเรียนธรรมหรือนักเรียน เรื่องของศาสนา เป็นผู้ที่จดจำอัลกุรอาน ๓๐ ยุซได้นะครับ แต่หลังจากเกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) นักเรียนที่จดจำอัลกุรอาน ๓๐ ยุซเหล่านี้กลับหันไปติดยาเสพติด ติดน้ำกระท่อม ติดจนกระทั่งลืมอัลกุรอาน ๓๐ ยุซนี่คือเรื่องจริง ในพื้นที่ที่ผมอยากมาบอกถึงท่านประธาน ผ่านถึงท่านคณะกรรมาธิการว่ามุมมิติในประเด็นที่ท่านไม่ได้พูดถึง ไม่ได้เขียนในรายงานก็คือ เรื่องของจิตสำนึก ความรู้สึก เรื่องของจิตวิญญาณ เรื่องของหลักการศรัทธาของศาสนาอิสลาม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ผมก็อยากฝากท่านประธานว่าสิ่งต่าง ๆ ถ้าเราคิดจะทำ เราจะต้องคำนึงถึงเรื่องของหลักจริยธรรม คุณธรรม และหลักศีลธรรมเป็นสำคัญ เราจะไม่พูดถึง เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของผลประโยชน์ที่จะมาก่อเกิดให้กับรายได้จากการที่เรายกเลิก ปัญหาทั้งหมดที่ท่านได้นำเรียนมาทั้งหมดนะครับ เพราะที่ผมมีข้อมูลทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่า ประชาชนที่เป็นเยาวชนที่ติดยาเสพติดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับท่านประธาน ท่านคณะอนุกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการครับว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๙๒ เปอร์เซ็นต์ คิดกันง่าย ๆ คือมีผู้ใช้ยาเสพติดประมาณ ๘๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน ของประชากร ๒ ล้านคน นี่ขนาดมีประกาศกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๒๒ ถ้าเรายกเลิกกัญชา กัญชง กระท่อม กระท่อมเป็นหัวใจสำคัญ ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านครูมานิตย์ ก็พูดแล้วว่าวิวัฒนาการของการใช้กระท่อมวันนี้มันไม่ใช่รู้จักเฉพาะเด็ก เยาวชนที่อายุมากถึง ๓๐-๔๐ ปี วันนี้เด็กอายุ ๘-๙ ปีรู้จักดื่มน้ำกระท่อมแล้วครับ คนเหล่านี้คืออนาคตของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ผมดูในศึกษาข้อมูลของคณะกรรมาธิการแล้ว ประเด็นเหล่านี้ ท่านไม่ได้เอามาเขียนและเป็นข้อสังเกตไว้ จึงอยากเรียนฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้ท่านต้องตรึกตรองให้ดีว่าระหว่างการยกเลิกกัญชา กระท่อม และกัญชง ให้ออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดนั้นมันจะมีความคุ้มทุนกับพี่น้องประชาชนคนไทย มากน้อยเพียงใดนะครับ เพราะว่าคนไทยทุกคนก็มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน