บัญญัติ สนับสนุนควบคุมกัญชา-กระท่อมระบบใหม่ เสนอกระจายอำนาจถึงผู้ว่าฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

บัญญัติ เจตนจันทร์ สนับสนุนการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ โดยเสนอแนวทางควบคุมสาร THC ภายใต้กฎหมายยาเสพติดประเภท 5 และกระจายอำนาจการอนุมัติการเพาะปลูกไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์ทางการแพทย์ได้สะดวกขึ้น พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ. พืชควบคุมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ กำหนดให้มีคณะกรรมการและสถาบันแห่งชาติกำกับดูแล รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการภายใน 60 วันหลังสภาเห็นชอบ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง กระผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา หาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร แต่กระผมขอใช้สิทธิสมาชิกอภิปรายสนับสนุนในรายงานและข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ รวมทั้งประธานและคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ ด้วยนะครับ ทั้งกัญชา ทั้งกัญชง และกระท่อมทั้ง ๓ คณะอนุกรรมาธิการที่ได้หาทางออกเจอ ในการที่จะมาบอกเล่าให้สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งพี่น้องทางบ้านได้ทราบว่าพืชที่เป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ทั้ง ๓ ตัว คือกัญชา กัญชง และกระท่อม ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ บัดนี้เจอทางออกแล้ว แล้วก็ได้รายงานฉบับที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ แล้วก็เป็นรายงานฉบับแรกของนิติบัญญัติต่อเรื่องพืชเสพติดนี้นะครับ ทางออก ๒ ทาง ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาก็คือว่าทางออกที่ ๑ เป็นทางออกในเชิง บริหาร อันที่ ๒ ในทางออกเชิงกฎหมายในการแก้กฎหมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยวัตถุประสงค์ ที่ยาวไกลที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มองก็คือว่าเพื่อประโยชน์ต่อชาวบ้านเป็นหลัก ในการที่จะนำพืชที่เป็นยาเสพติดให้โทษโดยเฉพาะกัญชา กัญชง และกระท่อม เอามาใช้ ประโยชน์เพื่อชาวบ้านและประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นหลัก ไม่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุน

อันที่ ๒ เพื่อสามารถควบคุมโทษและพิษภัยในบางเรื่องซึ่งเป็นยาเสพติด ให้โทษประเภท ๕ นะครับ ปัจจุบันก็พบอย่างเดียวนะครับ มีทีเอชซี (THC) ทีเอชซี (THC) ไม่ใช่เป็นยาพิษนะครับ เป็นสารที่มีความสามารถในการเสพติด แต่ก็มีประโยชน์ทาง การแพทย์มากมาย ข้อห่วงใยแล้วก็เป้าประสงค์นั้นคือให้ได้ประโยชน์โดยสถานเดียว ขณะเดียวกันก็สามารถควบคุมโทษและพิษภัยได้ด้วย ในทางออกที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ค้นพบก็คือว่า ๑. ทางออกเชิงบริหาร แม้นกฎหมายยังมิได้มีการแก้ไขก็สามารถที่จะแก้ไข ในเชิงบริหารได้ คือกระจายอำนาจจากองค์การอาหารและยาไปสู่ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็น การบริหารราชการส่วนภูมิภาคในการที่จะเป็นผู้ควบคุมอนุมัติ อนุญาตให้มีการเพาะปลูก ให้มีการครอบครองแทน อย. แต่ อย. ก็ยังมีอำนาจในการที่จะเข้าบริหารจัดการในกรณี ที่มีปัญหาอยู่นั่นเองนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ทุกจังหวัดเมื่อจะสนับสนุน มีการปลูก มีการครอบครอง หรือมีการนำมาใช้การแพทย์ในจะลำบากมากในปัจจุบัน ขั้นตอน ยุ่งยากมาก เกือบจะเอาไปใช้ไม่ค่อยได้ถ้าเป็นชาวบ้าน ในส่วนนี้ขอให้รัฐบาลในปัจจุบันนี้ ได้รับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ไป แล้วก็บูรณาการให้มีการกระจายอำนาจ ให้พี่น้องประชาชน ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์เพื่อการแพทย์โดยเร่งด่วนเลยทีเดียว

ในเรื่องที่ ๒ ทางออกที่ ๒ ก็คือการแก้กฎหมาย การแก้กฎหมายนั้น ผมอยาก ที่จะมีการบันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎรว่ากรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. พืชควบคุมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ พ.ศ. .... ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระหว่างประเทศที่เรียกว่าอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ค.ศ. ๑๙๖๑ และพิธีสารแก้ไข ค.ศ. ๑๙๗๒ ที่กฎหมายระหว่างประเทศมีความกังวลว่าพืชที่เป็นยาเสพติดนี้ ถ้าปล่อยเสรี ขาดการควบคุม ย่อมเป็นที่มาของโทษและพิษภัยต่อร่างกาย ต่อสังคมได้ ความห่วงใยเหล่านี้ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้ปิดประตูไว้หมด ในร่างกฎหมายทั้ง ๕๔ มาตรา ๑๒ หมวดนั้น มีหมวดว่าด้วยคณะกรรมการพืชควบคุมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แห่งชาติ ซึ่งมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เหตุที่ต้องมีคำว่า แห่งชาติ เพราะว่ากฎหมายระหว่าง ประเทศนั้น เขาไว้ใจว่าจะต้องมีหน่วยงานระดับชาติเข้ามาควบคุมพืชที่เป็นยาเสพติดให้โทษ แล้วก็มีการจัดตั้งสถาบันพืชควบคุมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แห่งชาติ เป็นหน่วยงาน เขาเรียกว่าหน่วยงานหน้าที่กำกับดูแล ไม่ใช่หน่วยงานปลูกนะครับ ไม่ใช่เป็นหน่วยงาน ปฏิบัติ เป็นหน่วยงานกำกับ ดูแล อนุมัติ อนุญาตเรื่องของกัญชง กัญชา และกระท่อม นอกจากนั้นที่สำคัญครับ พี่น้องชาวบ้านที่อยู่ทางบ้านคงจะยินดีเพราะรอมานานแล้ว คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้กำหนดอยู่ในบทเฉพาะกาลในร่าง พ.ร.บ. ว่าให้มี การนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันใช้อยู่ใต้ดิน มากมาย แต่ปัจจุบันก็ใช้อย่างระมัดระวังกันอยู่แล้วนะครับ ก็ไม่เกิดโทษ แต่ว่ามันยังผิด กฎหมายอยู่ ในบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๕๒ นั้น ก็ให้มีการนิรโทษไว้ ๑๒๐ วันหลังจากประกาศใช้กฎหมาย ถือว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ มีความครบถ้วนอย่างยิ่งนะครับ หากสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบรายงานฉบับนี้ที่สมบูรณ์ แล้วก็เห็นชอบกับข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต รัฐบาลมีหน้าที่รับไปดำเนินการภายใน ๖๐ วัน หากไม่ดำเนินการก็จะต้องรายงานสภาผู้แทนราษฎร หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะได้ต่อยอด กับการออกแบบ การแก้ปัญหาเพื่อนำประโยชน์จากกัญชง กัญชา และกระท่อมมาใช้แล้วก็ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สภาผู้แทนราษฎรและพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอร่างกฎหมายนี้ ประกบด้วยครับ กราบขอบคุณครับ