สฤษดิ์ บุตรเนียร หารือการดำเนินนโยบายกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์และยกระดับบทบาท อสม. ตามแนวทางพรรคภูมิใจไทย พร้อมเรียกร้องให้มีการศึกษาแนวทางการใช้กัญชา กัญชง และใบกระท่อมอย่างเป็นระบบเพื่อกำหนดเป็นนโยบายรัฐ ทั้งยังรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโรงเรือนเกษตรอินทรีย์ร่วมกับท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชนในอำเภอกบินทร์บุรี ย้ำความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาสู่การปฏิบัติจริง และผลักดันการส่งเสริมความรู้ผ่านหลักสูตรการศึกษา โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างบูรณาการเพื่อเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญและท่านอนุกรรมาธิการนะครับ ที่จัดทำรายงานพิจารณา ศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และใบกระท่อม อย่างเป็นระบบ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะได้กำหนดเป็นนโยบายในการดำเนินงานของรัฐต่อไป ตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๖๑ ก่อนการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ เราสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ก็ได้รับนโยบายจากท่านหัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้นำนโยบายของพรรค เพื่อจะไปรณรงค์หาเสียง และนโยบายนั้นก็มีอยู่หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย เรื่องกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ ลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องของประชาชน ยกระดับ อสม. เป็นหมอประจำบ้าน เป็นหมอชุมชน เรื่องของออนไลน์ (Online) เรื่องของ กยศ. หรือเรื่องพืชผลทางการเกษตร และเราก็ได้นำไปรณรงค์หาเสียงกับประชาชน พ่อแม่พี่น้องในเขตเลือกตั้งของผม ซึ่งเราพูดไปล้วนแล้วแต่ตลอดเวลาที่เดินพูดคุยกับ ประชาชน ผมก็รู้สึกขำขันไปกันกับชาวบ้านด้วย ส่วนมากเขาก็จะถามว่ามันเป็นจริงไหม มันทำได้จริง ๆ หรือ ส่วนใหญ่ก็คงจะเชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง เพราะเหตุว่ามันเป็นสิ่งที่ฝังกันมา อยู่นานแล้วว่านี่คือยาเสพติด จะเป็นไปได้อย่างไร จนผมลังเล ต้องกลับมาถามท่านหัวหน้าพรรค ว่าสรุปแล้วมันจะปลูกได้จริง ๆ ไหม หรือมันจะกำหนดนโยบายจริง ๆ หรือเปล่า ทางท่านหัวหน้าพรรคท่านตอบอย่างจริงจังว่ามันเป็นสิ่งที่เราศึกษากันมาอย่างยาวนาน และมีประโยชน์ โดยเฉพาะชาวบ้านเริ่มติดตามเหล่านี้เห็นความสำคัญของกัญชาครับ จึงอยากจะให้พรรคภูมิใจไทยดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ และตลอดเวลาหลังจากการเลือกตั้งแล้ว เป็นเวลามาปีกว่า ๆ พวกเราก็ได้พยายาม ส.ส. ทุกคนของพรรคภูมิใจไทยได้พยายามนำ นโยบายขับเคลื่อนนี้ ขอสไลด์ (Slide) เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ที่เราได้ไปทำโรงเรือน ประสานงาน กับท้องถิ่น ท้องที่ ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล รัฐวิสาหกิจชุมชน และ รพ.สต. สุดท้ายเราก็ได้ทำเอ็มโอยู (MOU) ระหว่าง รพ.สต. เขาไม้แก้ว และวิสาหกิจชุมชน เกษตรอินทรีย์บ้านเขาไม้แก้ว ร่วมมือกันเพื่อจะปลูก ตั้งโรงเรือนอย่างจริงจังครับ ซึ่งโรงเรือนเหล่านี้ได้ผ่านการเห็นชอบ ได้ตรวจสอบ ผ่านเกณฑ์มาแล้วประมาณเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่าสุดท้ายก็จะมีการมาตรวจของ อย. หรือแพทย์แผนไทย ก็จะเริ่มมี การปลูกจริงจังในเขตอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี นี่คือส่วนหนึ่งของผลงานที่เราได้ พยายามนำนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน และต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านครับ ที่ให้ความสำคัญจนเชื่อว่าเรื่องของกัญชานี้ก็เป็นครั้งแรก ที่เข้ามาในสภาที่เห็นว่าเรานำนโยบายสู่การปฏิบัติได้จริงจังและรูปธรรมในอนาคต
สักครู่นี้นะครับ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ที่ได้ให้ความเห็น ขอเอ่ยนามครับ ซึ่งท่านก็ได้พูดว่าการที่จะทำงานหรือเรื่องของกัญชา สิ่งหนึ่งที่ควรแนะนำ ก็คือเรื่องของการให้ความรู้ความอ่านซึ่งตรงประเด็นกับนโยบายครับ ซึ่งต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดอกเตอร์กนกวรรณ วิลาวัลย์ ท่านได้พยายามผลักดัน สนับสนุนนโยบาย ๑๒ ข้อของรัฐบาล ในการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร พัฒนานวัตกรรม เร่งศึกษาวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีในการใช้กัญชาและพืชสมุนไพร ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจะสร้างโอกาสทางการเกษตร เพื่อสร้างรายได้ให้กับ ชุมชน จึงมอบนโยบายให้กับผู้อำนวยการการศึกษานอกระบบของกรุงเทพมหานคร ท่านดอกเตอร์ปรเมศวร์ ศิริรัตน์ และคณะ รวมทั้งดอกเตอร์สุภาภรณ์ ปิติพร ท่านเภสัชกร ซึ่งมีความรู้ความสามารถของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอนสำหรับมัธยมปลายในการจะเป็นวิชาเลือกที่เกี่ยวกับกัญชา ขอรูปหนังสือเลยครับ ขอสไลด์ (Slide) ครับ ที่ได้กำหนดและทำเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งจะได้มีการส่งเสริมให้ความรู้ ความอ่านกับเด็ก ๆ เยาวชนให้มีความกระจ่างรวดเร็ว แล้วหลักสูตรนี้เราควบคุม กศน. ทั้งประเทศจำนวนหลายล้านคนที่จะได้รับความรู้ต่อไป จึงขอฝากว่าในเรื่องเหล่านี้ทาง พรรคภูมิใจไทยเราได้เตรียมนโยบายหลายประเด็นที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกัญชา เรื่อง อสม. เรื่องออนไลน์ (Online) และเรื่องการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ซึ่งทุกเรื่องล้วนแล้วแต่จะลิงก์ (Link) หรือเชื่อมโยงซึ่งกันและกันโดยทั่วถึง และปัจจุบันนี้ ก็เป็นยุคของดิจิทัล (Digital) เปลี่ยนโลก เปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนชีวิต วิถีทางการดำเนินงาน ต่าง ๆ อีกทั้งประเทศไทยกำลังเข้าสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้วครับ เราประสบปัญหา กับโควิด (COVID) ซึ่งเป็นวิกฤติการณ์ของสังคมในประเทศ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ มีผู้ติดเชื้อถึง ๖๐ ล้านคน ล้มตายเป็นจำนวนหลายแสนคน จีดีพี (GDP) ตกต่ำ แต่ผมคิดว่า วิกฤติครั้งนี้จะกลายเป็นโอกาสที่ทำให้ประเทศไทยนั้นจะพลิกผันวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยกัญชานี่ละครับ ดังนั้นการขับเคลื่อนในครั้งนี้ ข้อเสนอแนะที่กระผมจะเสนอกับท่านคณะกรรมาธิการก็คือ การขับเคลื่อนนโยบายสู่ การปฏิบัติของภาครัฐนั้นควรจะสร้างองค์ความรู้ในเรื่องของกัญชาให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกแบบ หรือจนทั่วถึงได้เข้าถึงโดยใช้ภาษาที่ง่าย เข้าใจง่าย เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนต่อไป อีกทั้งสถาบันพระปกเกล้าก็ได้เคยเสนอแนะว่า ในการที่รัฐไม่สามารถที่จะนำนโยบายสู่การปฏิบัติได้อย่างสำเร็จ จริง ๆ แล้วอาจจะ เนื่องมาจากว่าเรามองเห็นนโยบายอย่างแตกแยกกัน เราคิดแบบไม่เป็นองค์รวม หรือทำแบบ ไม่เป็นองค์รวม ดังนั้นข้อเสนอแนะที่จะให้ทางรัฐบาลหรือทางคณะกรรมาธิการเสนอต่อไปว่า เราควรที่จะมองกันอย่างครบรูปแบบ ทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรจะทำงาน ร่วมประสานกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หรือทุก ๆ กระทรวงที่มีส่วนร่วม เพื่อจะผลักดันนโยบาย และเปลี่ยนผันวิกฤติกับโควิด (COVID) หรือสังคมผู้สูงวัย สร้างโอกาส สร้างงาน พลิกผัน เศรษฐกิจของโลกให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ