กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือแนวทางการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการแพทย์ วิถีชุมชน และเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนการปลูกเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและพัฒนาสู่เกษตรอุตสาหกรรม พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งการควบคุมการใช้ การศึกษาวิจัย การพัฒนาพันธุ์ และการส่งเสริมนโยบายที่สอดคล้องกับชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความปลอดภัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ วันนี้ก็ขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานการศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบของ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้รายงานเมื่อสักครู่นี้ก็ต้องยอมรับว่า เป็นรายงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในปัจจุบันนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ชื่นชม คณะกรรมาธิการที่ได้รวบรวมเอกสารต่าง ๆ ให้พวกเราได้เรียนรู้ร่วมกันนะครับ
ผมก็ได้ศึกษาไม่ว่าจะเป็นจากการศึกษาจากข้อมูลนะครับ รวมทั้ง เอกสารที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เรียบเรียงมานะครับ ก็ต้องนำเรียนว่าเรื่องของ กัญชง กัญชา กระท่อมเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เรื่องจะบอกว่าเรื่องใหม่ก็ใหม่ จะบอกว่า เป็นเรื่องที่โบราณก็โบราณนะครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเรื่องนี้นะครับเป็นวิถี ของชาวบ้าน วิถีของชุมชนในอดีตกาลที่มีการใช้กัญชา กัญชง แล้วก็เรื่องของกระท่อม ในวิถีประจำวัน เช่น เรื่องของการเคี้ยวกระท่อมตอนที่ทำงานหนัก ๆ ตอนที่เหนื่อย อะไรอย่างนี้นะครับแล้วรู้สึกดีขึ้น เขาก็เรียนรู้จากชีวิตประจำวันแล้วก็นำมาใช้ในชีวิต ประจำวันของตัวเองนะครับ แล้วเรื่องของกัญชา แต่ก่อนก็ใช้ในการรักษาพยาบาล อะไรต่าง ๆ นะครับ ซึ่งหลังจากที่มีกฎหมายในทุกประเทศในนานาอารยประเทศ ให้การใช้กัญชง กัญชา และกระท่อมเป็นสารเสพติดประเภทที่ ๕ นี่นะครับ การใช้กัญชง กัญชาในประเทศไทยก็เรียกว่าไม่มีการได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ ในอดีตมาเนิ่นนานนะครับ ซึ่งหลังจากที่มีกระแสในการใช้กัญชง กัญชา แล้วก็กระท่อมมาในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะ หลาย ๆ ประเทศก็มีการเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ว่าการใช้สาร ทั้ง ๓ ชนิดให้เกิดประโยชน์อย่างไร เขามีโทษอย่างไร แล้วเราก็จะระมัดระวังอย่างไรถึงจะ เกิดประโยชน์สูงสุดกับเราอย่างไร ซึ่งจากการศึกษาครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็นที่น่ายินดีที่ พวกเราได้ศึกษาเล่มเบ้อเร่อเลยนะครับ แล้วก็ในส่วนของการแพทย์นี่ก็ต้องยอมรับว่าในโรค ที่ใช้กันประจำนะครับ ใช้เยอะที่สุดก็คงเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะเขาเรียกว่าเอ็นเสด (NSAIDs) คือโรคมะเร็งที่บางทีเราหายาอะไรไม่ได้แล้ว เราก็ใช้กัญชา กัญชง แล้วเราเรียกว่า ทำเป็นยาทำให้ชีวิตดีขึ้นแล้วก็อายุยืนขึ้น แล้วก็ในหลายส่วนก็ต้องนำเรียนว่าในการแพทย์ เรื่องของระบบประสาท การใช้ระงับปวดโรคไมเกรน โรคมะเร็ง โรคจากการอักเสบต่าง ๆ โรคกล้ามเนื้อเกร็งอะไรอย่างนี้นะครับ พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ เรื่องจิตเวช อาการนอนไม่หลับ อาการวิตกกังวลนะครับ การลงแดงจากการถอนยาเสพติดนะครับ โรคระบบคุ้มกัน โรคระบบทางเดินอาหาร การเผาผลาญ และอื่น ๆ อีกมากมายในเพเพอร์ (Paper) นี้นะครับ ก็ต้องบอกว่าในเรื่องสารที่อยู่ในกัญชง กัญชา ไม่ว่าจะเป็นทีเอชซี (THC) แล้วก็ซีบีดี (CBD) นะครับ ซึ่งในทั้ง ๒ ตัวก็มีฤทธิ์แตกต่างกัน แต่ก็นำเรียนว่าในการแพทย์เราก็กังวล มากว่าคนจะใช้ผิด แล้วคนก็กังวลว่าแพทย์เราจะไม่ค่อยให้ใช้ ฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ เป็นการรวมทุกคนทุกเรียกว่าวิชาชีพมาร่วมกันเพื่อจะหาจุดร่วมที่จะศึกษาแล้วนำไปใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคตนะครับ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องค่อย ๆ เปิดออกมา เห็นไหมครับเดี๋ยวมีระเบียบโน้นระเบียบนี้ กฎกระทรวงนะครับ ประกาศของคณะกรรมการ ยาเสพติด และอื่น ๆ มาเพื่อจะค่อย ๆ ออกระเบียบมาเพื่อจะเปิดการใช้ขึ้นมา พอมีระเบียบ ออกมา มีการศึกษาออกมาก็ค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเอาออกมาแล้วมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ก็มีการไปปรับ เรียนรู้แล้วก็ไปปรับในการใช้ให้เกิดความเหมาะสม แล้วก็เรียนรู้ว่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสม ต่อไป ผมเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นนะครับ แล้วเราจะพัฒนาการใช้ทางการแพทย์ได้อีกมากมายในอนาคตนะครับ ซึ่งเชื่อมั่นนะครับว่า หลังจากที่เราเปิดการใช้และการศึกษา ก็จะเกิดการเรียนรู้ให้เกิดมีการศึกษา มีเพเพอร์ (Paper) ต่าง ๆ อีกมากมาย
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ก็เชื่อนะครับว่าที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้บอกว่า เรื่องเศรษฐกิจ มีเรื่องคุณค่าทางเศรษฐกิจของพืชทั้ง ๓ ตัว ไม่ว่าจะเป็นกระท่อม แล้วก็ กัญชง กัญชา ทำให้เกษตรกรของเราในอนาคตจะมีรายได้อีกมากมาย ถ้าเราสามารถ จะทำให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรมได้ แต่ผมคิดว่าการที่เราจะเรียนรู้ในการที่จะส่งเสริม วิธีการปลูก ฝ่ายควบคุมก็ต้องออกระเบียบ ฝ่ายการปลูกก็จะต้องมีการเรียนรู้ร่วม ๆ กันไป แต่เราเริ่มนับ ๑ เดี๋ยวมันก็มี ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ นะครับ แล้วก็เรื่องของการที่จะส่งเสริม การพัฒนาสายพันธุ์ต่าง ๆ ก็คงจะมีการเรียนรู้เพื่อให้ได้สารที่เราต้องการเพื่อจะใช้ในทาง การแพทย์ แล้วก็ใช้ในการที่จะเอาไปเรียกว่าไปเป็นอุตสาหกรรมยาในอนาคตนะครับ ส่วนการทำเป็นวิสาหกิจชุมชมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ว่าเราจะทำอย่างไรที่จะ ดีไซน์ (Design) ระบบ ดีไซน์ (Design) นโยบายอย่างไร เพื่อจะทำให้เกิดวิสาหกิจชุมชม เพื่อจะทำให้ประชาชนทุกคนมีรายได้จากการใช้ การปลูกพืชทั้ง ๓ อย่างด้วยความปลอดภัย นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือจุดเริ่มต้นที่หลายคนก็กังวล แพทย์ก็กังวลว่าถ้าเราออกมา เยอะก็กลัวว่าคนจะไปใช้ผิด กลัวคนจะไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้วก็ไม่เหมาะสมนะครับ เพื่อนผมที่เป็นจิตเวชเขาบอกว่าเขาก็กลัว กลัวว่าจะมีคนเอาไปใช้ผิดเยอะ เขาต้องมารักษา คนที่ติดสารเสพติดทั้ง ๓ อย่างเยอะขึ้น แต่ผมเชื่อมั่นนะครับว่าการที่เราเรียนรู้ด้วยกัน แล้วปัญหานี่ เราก็เอาปัญหาต่าง ๆ มาใช้ในการที่จะแก้ไข แล้วก็พัฒนากฎ ระเบียบ การควบคุมร่วมกัน ประเทศไทยหลายคนบอกว่าเป็นประเทศที่การควบคุมไม่ค่อยดี แต่ผม เชื่อมั่นนะครับว่าถึงแม้เราจะควบคุมอะไร ยังมีปัญหาอะไรบ้าง แต่เราจะเรียนรู้ไปสู่ การทำงานที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านการแพทย์ แล้วก็ด้านเศรษฐกิจต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ