ชัยชาญ แจงมาตรการรัฐสภา-ป้องกันปะทะผู้ชุมนุมอย่างสันติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงมาตรการดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม ย้ำการป้องกันเหตุรุนแรงและการใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมยืนยันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามแผนควบคุมการชุมนุมอย่างสันติ รวมถึงการสอบสวนเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีจุดยืนต่างกัน และการออกคำสั่งห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตรรอบรัฐสภาเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของสถานที่และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามนะครับ ตามที่ท่านได้สอบถามในเรื่องของการดูแล การชุมนุมในวันนี้ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านผู้ตั้งกระทู้ถามที่ได้กรุณาติดตามในเรื่องของ การดูแลเรื่องของการชุมนุม ก่อนที่จะตอบถาม ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกว่าในเรื่องของการดูแลการชุมนุมนั้น ท่านรัฐมนตรีท่านก็มีความห่วงใยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมกลุ่มใดก็ตาม ท่านก็กำชับว่าให้เจ้าหน้าที่ให้การดูแลเรื่องของ ความปลอดภัย เรื่องของป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดความรุนแรง รวมทั้ง ที่สำคัญก็คือว่าป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกัน หรือว่ามีความเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ใกล้กัน แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ในส่วนเรื่องของการใช้สิทธิเสรีภาพนั้น ก็ตระหนักดีว่าถือเป็น สิทธิเสรีภาพในการที่ทุกคนก็มีสิทธิที่จะแสดงออกเรื่องของการสนับสนุนหรือการคัดค้าน แสดงความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ภายใต้ขอบเขตบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่มีอยู่ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในวันที่ ๑๗ นั้น ก่อนที่จะมี การประกาศที่จะมีคณะราษฎรจะเข้ามาชุมนุมที่รอบรัฐสภาแห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เล็งเห็น ถึงความปลอดภัย เรื่องการรักษาความปลอดภัย การเข้าออกสถานที่ในการที่จะอำนวย ความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกรัฐสภาที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงวันนั้น ก็ได้มีการออกคำสั่งโดยปฏิบัติตามอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๗ วรรคท้าย ว่าห้ามการชุมนุมสาธารณะในรัศมี ไม่เกินห้าสิบเมตรรอบรัฐสภา มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนไปของวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ก็คือรุ่งคืน วันที่ ๑๗ พฤศจิกายนนั่นเอง แต่ตรงนี้เพื่อที่จะควบคุมแล้วก็กำหนดให้พื้นที่รอบรัฐสภา เป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อที่จะรักษาความปลอดภัย

ขออนุญาตกราบเรียนคำถามข้อแรกว่าท่านทราบหรือไม่ว่ามีกลุ่มมาชุมนุม เท่าไร วัตถุประสงค์อะไร ในวันที่ ๑๗ นั้นก็มีอยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือช่วงเช้าก็จะมีกลุ่ม ที่จะใช้คำว่ากลุ่มเสื้อเหลืองหรือกลุ่มไทยภักดีนั้นได้เข้ามาที่จะแสดงความเห็นในเรื่องของ การคัดค้านในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตรงนี้ แล้วก็ในช่วง ๑๔.๐๐ นาฬิกาโดยประมาณ ก็มีกลุ่มราษฎรที่จะเข้ามาในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มี ๒ กลุ่มด้วยกันในการดำเนินการนั้นในการปฏิบัติ

ท่านถามว่าอาวุธมาจากกลุ่มไหนแล้วก็มีผลกระทบอย่างไร ขออนุญาต กราบเรียนว่าในช่วงที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นต้องเรียนว่าในช่วงแรกที่กลุ่มไทยภักดี หรือกลุ่มที่ใส่เสื้อสีเหลืองมาในช่วงเช้านั้น กลุ่มนี้ได้ขอแจ้งการชุมนุมนะครับ แจ้งการชุมนุม สาธารณะ ได้เข้ามายื่นหนังสือแล้วก็ได้เข้าไปอยู่ที่ถนนแยกเกียกกาย ซึ่งพอช่วงที่ ๑๔.๐๐ นาฬิกาคณะราษฎรมานั้นเจ้าหน้าที่ก็เห็นว่าเนื่องจากว่าเพื่อป้องกันแล้วก็ แยกจากกัน ก็เลยให้กลุ่มเสื้อเหลืองนั้นไปอยู่ที่ถนนทหาร แล้วก็กลุ่มราษฎรนั้นก็เข้ามา ๒ ทาง ก็คือว่าเข้าถนนประชาราษฎร์มาทางหนึ่งแล้วก็มาถนนสามเสนอีกทางหนึ่ง ตามที่ทราบว่าก็พยายามที่จะให้แต่ละกลุ่มนั้นอยู่ในแต่ละถนนเพื่อที่จะไม่ให้มา เผชิญหน้ากัน แล้วก็มีจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแล แล้วตรงนั้นก็ได้มีแนวป้องกันควบคุมพื้นที่ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับไปยังท่านสมาชิกว่าในลักษณะนั้นไม่ได้เป็น การสลายการชุมนุม เพียงแต่ว่าเป็นการป้องกันการที่จะเข้ามาโดยผ่านแนวป้องกันพื้นที่ ควบคุม ที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าเราได้ประกาศพื้นที่รอบรัฐสภานั้น ๕๐ เมตรเป็นพื้นที่ ควบคุมก็ได้มีวางกั้นไว้เพื่อที่จะให้มีความปลอดภัยนะครับ ตรงนั้นก็เป็นการที่จะป้องกัน มิให้แนวป้องกันพื้นที่ควบคุมนั้นได้ถูกทำลาย ก็เลยมีการดำเนินการตามที่ทราบนะครับ แล้วถามว่าอาวุธที่มาจากกลุ่มไหน อย่างไร มีผลกระทบอย่างไร จากการที่ติดตามและมี แจ้งกันวันนั้นก็มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ ๕๕ ราย แล้วมีผู้ได้รับยิงกระสุนจำนวนหนึ่ง ตรงนี้ขออนุญาตเรียนว่าได้มีการสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้ติดตามสอบสวน พฤติกรรมพิสูจน์ทราบตัวบุคคล แล้วก็จะดำเนินคดีทุกกลุ่ม ตอนนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ ที่จะแจ้งข้อหาและติดตามทั้งทุกกลุ่มที่ดำเนินการที่ก่อให้เกิดการปะทะกันในวันนั้น มีเหตุการณ์ในวันนั้นนะครับ

๓. ท่านถามว่าแผนการดูแลเป็นไปตามแผนหรือไม่ ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในการปฏิบัติในทุกการชุมนุมนั้นทางเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้รับผิดชอบ ผู้ควบคุม เหตุการณ์ก็ได้มีการวางแผนการปฏิบัติ ก็มีการสั่งการว่าจะต้องไม่มีเหตุความรุนแรง หลีกเลี่ยง การปะทะกับผู้ชุมนุมให้มากที่สุดในการดำเนินการ เมื่อผู้ชุมนุมนั้นได้ผ่านแนวป้องกันพื้นที่ ควบคุมเข้ามาจะเห็นได้ว่าทางตำรวจเองก็ได้ถอยร่นลงมาตามลำดับเพื่อไม่ให้มีการเผชิญหน้ากัน ตรงนี้ก็เป็นการดำเนินการตามแผนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้ควบคุม เหตุการณ์ได้กำหนดไว้ครับ ขออนุญาตคำถามแรกนะครับ