ภาสกร ชี้นำสายไฟลงดินเพิ่มความปลอดภัย-ทัศนียภาพดี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ภาสกร เงินเจริญกุล หารือเกี่ยวกับการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความมั่นคง และทัศนียภาพที่ดีขึ้น รองรับการพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยชี้ปัญหาความล่าช้าของโครงการที่ดำเนินมานานกว่า 30 ปี พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ แนวทางการดำเนินการ และการปรับปรุงการประสานงานและงบประมาณ เพื่อป้องกันการขุดซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนอย่างยั่งยืน

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก่อนอื่นผมขออนุญาตอ่านญัตติที่ได้เสนอ เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของการเสนอญัตตินะครับ เรื่องขอเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการย้าย สายไฟฟ้า-สายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ พร้อมศึกษาผลกระทบข้อดี-ข้อเสีย กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ในประเทศพัฒนาแล้วที่มีความก้าวหน้าทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม จะเห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่มี การหยุดยั้งที่ควบคู่กันไปในทุก ๆ ด้านนะครับ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะแสดงถึง ขีดของศักยภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความยั่งยืนของสังคม ความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี และทัศนะทางสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยทั้งด้านร่างกาย และจิตใจภายใต้สภาพแวดล้อม ที่มีคุณภาพของประเทศนั้น ๆ เมืองใหญ่ ๆ ของต่างประเทศก็มีการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม และทัศนียภาพให้มีความสวยงาน และปลอดภัย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และเป็น หน้าเป็นตาของประเทศนั้น ๆ โครงการย้ายสายไฟฟ้าลงใต้ดิน และสายสื่อสารลงใต้ดินเป็นอีก โครงการหนึ่งในประเทศพัฒนา และให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าโครงการอื่น ๆ เช่น ที่ประเทศ อังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ดำเนินการเอาสายไฟฟ้า-สายสื่อสาร ลงใต้ดินกันเป็นที่สวยงามเรียบร้อยแล้ว ในเมืองหลวงหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะทางฝั่งด้านเอเชีย (Asia) เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ก็มีการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเพื่อความสวยงามของทัศนียภาพ และเพิ่มในด้าน ความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว สายไฟฟ้าที่อยู่ตามท้องถนน บนเสาไม่ได้มีสายไฟ อย่างเดียว แต่ประกอบไปด้วยสายไฟฟ้าแรงสูง สายไฟฟ้าแรงต่ำ สายสื่อสาร เช่น สายเคเบิล สายโทรศัพท์ สายอินเทอร์เน็ต (Internet) สายทีวี (TV) การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต้องใช้ สายไฟฟ้าเพื่อเชื่อมเข้ากับระบบ เป็นสาเหตุทำให้มีสายที่รกรุงรังไม่เป็นระเบียบ เมื่อเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง ต้นไม้แกว่งไปโดนสายไฟก็ทำให้ไฟฟ้าดับ อาจจะชั่วคราวหรือดับยาว ถ้ามีการนำสายไฟฟ้าลงดินก็เกิดความปลอดภัยและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟฟ้า เพิ่มได้อีกหลายวงจร หากมีการพิจารณาโครงการเปลี่ยนจากระบบไฟฟ้าบนดิน มาเป็น ระบบไฟฟ้าใต้ดิน โดยให้มีการจัดระเบียบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต ชุมชนเมืองเพื่อแก้ปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่บางครั้งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต รวมถึง ยังรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ตซิตี (Smart City) ในอนาคตอีกด้วย

ข้อดีอันดับแรกของการเปลี่ยนเสาไฟฟ้า และการนำสายไฟฟ้า และสายสื่อสาร ลงใต้ดินทำให้กลายเป็นโครงข่ายร้อยสายไฟ และสายเคเบิลใต้ดิน เพื่อกำจัดสายไฟฟ้า และสายไฟที่บดบังทัศนียภาพของเมือง

อันดับที่ ๒ คือลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ จากสายไฟ ไม่ว่า จะเป็นจากสัตว์ จากคน และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่นต้นไม้ใหญ่ที่อาจจะโตและสูงขึ้นมาถึง ระดับเดียวกับสายไฟ หากไม่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจพบ ต้นไม้ก็อาจจะโตขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ สายไฟชำรุด หรือสายไฟชำรุดแล้วห้อยลงมาบนพื้น ซึ่งหากมีผู้คนเดินผ่านไปละแวกนั้น ก็อาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ส่วนข้อเสียของการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน หลัก ๆ ก็คือราคาที่แพง การใช้ สายในอากาศถึง ๑๐ เท่า แพงกว่า ๑๐ เท่า รวมถึงการใช้ระยะเวลาก่อสร้างอันยาวนานด้วย และในช่วงเวลาดำเนินการนั้นอาจจะมีผลกระทบการจราจรในช่วงที่ดำเนินการอย่างแน่นอน แต่หลังจากเสร็จไปแล้วก็จะเป็นถนนที่สวยงาม มีความมั่นคง ความปลอดภัยทางการใช้ ไฟฟ้าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว แต่แท้จริงแล้วในประเทศไทย หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร มีแนวคิดที่จะนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินนานแล้ว แต่ก็เริ่มทำเริ่มมีบางโครงการ นำสายไฟฟ้าลงดินตั้งแต่ ปี ๒๕๓๐ โดยหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงกับการจ่ายไฟฟ้า ให้กับเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็คือการไฟฟ้านครหลวงก็ได้ดำเนินการมาจนได้ สำเร็จในกรุงเทพมหานครหลายสาย เช่น สีลม สุขุมวิทบางส่วน การที่สายไฟฟ้ายังอยู่บนดินนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นเอง ก็สังเกตในถนนสายเล็กในบ้านเรือนที่ห่างออกไปจากตัวเมืองก็ยังใช้สายไฟฟ้าบนดิน กันอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับความจำเป็น ที่ความจำเป็นที่ว่านั้นก็มีหลายเหตุผล อย่างเช่น ส่วนปัญหาที่ตามมา อาทิ การดำเนินงานที่ล่าช้าในการประสานงานหลัก ระหว่างหน่วยงานรัฐ กับหน่วยงานเอกชนที่ไม่สามารถนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงใต้ดินได้อย่างทันท่วงที และเส้นทางที่มีถนนตัดใหม่ ปัจจุบันยังมีการดำเนินการเอาสายไฟฟ้าปักบนถนนตัดใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลาที่จะย้ายสาย ลงใต้ดิน ทำให้งานซับซ้อนและเสียงบประมาณซ้ำซ้อน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการย้ายสายไฟฟ้า และสายสื่อสารลงใต้ดินทั่วประเทศ พร้อมศึกษาผลกระทบข้อดี-ข้อเสีย ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะชี้แจง ในที่ประชุมต่อไป ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

เดี๋ยวท่านประธาน ผมจะ พยายามสรุปให้ได้ภายใน ๒๐ นาที ส่วนข้ออันไหนที่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้วผมก็จะ ข้ามนะครับ ญัตติที่ผมเสนอขอหน้าต่อไปเลยครับ ญัตติที่ผมเสนอหรือโครงการนำสายไฟฟ้า ลงใต้ดิน หรือสายสื่อสารลงใต้ดินนี่ไม่ใช่เป็นโครงการที่ใหม่แล้วเราได้ยินกัน ผมเชื่อว่าสมาชิก หลายท่าน หรือส่วนท่านประธานก็คงได้ยินกันมานานแล้วนะครับ โครงการนี้มีมา ๓๐ ปีแล้วครับ ท่านประธาน ขอหน้า ๒ ด้วยครับ สไลด์ (Slide) หน้า ๒ ครับ มันมีมา ๓๐ ปีแล้วครับ เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ แผนมันถูกแบ่งออกเป็น ๒ แผนครับ

แผนแรก เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ถึงปี ๒๕๓๗ ระยะทางประมาณ ๘๘.๓ กิโลเมตร ก็ประกอบไปด้วยเส้นหลัก ๆ ที่หลาย ๆ ท่านก็จะได้ยิน อย่างเช่นที่ผมเขียนไปในการเสนอ ญัตติครับ เส้นสีลม จิตรลดา ปทุมวัน พญาไท สุขุมวิท พหลโยธิน นนทบุรี พระราม ๓ รัชดาภิเษก-อโศก และรัชดาภิเษก-พระราม ๙ แต่เมื่อครบกำหนดถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ เสร็จสิ้น เพียง ๓๕ กิโลเมตร ก็เกิดแผนที่ ๒ ขึ้นมา

แผนที่ ๒ คือแผนที่เป็นโครงการรองรับมหานครอาเซียน (ASEAN) ตามที่ ครม. ได้เห็นชอบเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นระยะทาง ๑๒๗.๓ กิโลเมตร รวม ๒ แผน ทั้งหมดระยะทางก็คือ ๒๑๕.๖ กิโลเมตร เมื่อผ่านมา ณ วันนี้ ผ่านไปแล้ว เข้าใจว่าน่าจะเสร็จอยู่ราว ๆ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ระยะทางไม่ได้เป็นเรื่องสาระสำคัญ แต่สิ่งที่อยากให้เห็นความสำคัญของการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดินประกอบด้วย แบบนี้ครับท่านประธาน บนเสาไฟฟ้าที่เราเห็น ณ วันนี้ ประกอบไปด้วยสายไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ แล้วก็สายสื่อสารที่เราเห็นระโยงระยางกันเยอะแยะ ณ วันนี้ก็จะมีสายไฟเบอร์ (Fiber) เพิ่มมา สายเคเบิลก็แล้วแต่ก็ห้อยกันใหม่ ปัญหาที่เกิดการล่าช้าเนื่องจากว่ามันเกิด การประสานงานระหว่างหลาย ๆ หน่วยงาน อันนี้จะเป็นต้นเหตุหลัก ผมเคยเห็นในเส้นถนน บางเส้น ซึ่งก็อาจจะเป็นหลายเส้นด้วย ทางไฟฟ้าบอกว่ามีการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เรียบร้อยแล้ว แต่เราก็ยังเห็นสายระโยงระยางเต็มไปหมด มันก็เป็นเรื่องจริงนะครับ ที่การไฟฟ้าได้นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเรียบร้อยแล้วจริง ๆ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือสายสัญญาณ ต่าง ๆ สายสื่อสารต่าง ๆ เพราะว่ามาไม่ทันครับ หรือมีงบประมาณก็เลยทำให้ การประสานงาน หรือการที่จะลงพร้อมกันมันไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน นี่เป็นปัจจัยหลัก ๆ เลย ในการประสานงาน เพราะเนื่องจากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะนำสายไฟฟ้า สายสัญญาณ สายสื่อสารลงใต้ดินมันประกอบไปด้วยหลายหน่วยงานนะครับ ค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี่มีแน่นอน สูงขึ้นแน่นอนอย่างน้อย ๑๐ เท่า ถ้าเป็นการไฟฟ้า ฝ่ายเอกชน ภาคเอกชนก็เช่นกันนะครับ การนำสายสัญญาณลงใต้ดินก็เปลี่ยนวิธีการจาก การเช่าสายไฟฟ้านี้อาจจะอยู่สัก ๑๐ บาท ๑๕ บาท แล้วก็อาจจะกลายเป็นต่อเดือนสัก ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ก็แล้วแต่วิธีการไป ปัญหาเหล่านี้ทำให้การที่จะนำสายสื่อสาร หรือสายสัญญาณลงใต้ดินก็มีอุปสรรคล่าช้านะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการฝากพิจารณาว่า สามารถทำอย่างไรให้ร่นระยะเวลาในการที่จะนำสายสัญญาณ สายไฟฟ้าลงใต้ดินพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียงบประมาณที่มันซ้ำซ้อน ยกตัวอย่าง อย่างเช่นสายถนนที่ตัดใหม่ ๆ ถ้ามันเป็นถนน หรือมีความจำเป็นเราก็อาจจะเพิ่มงบประมาณแล้วก็ลงใต้ดินเลยจะได้ไม่ต้อง มานั่งเสียไป ๒-๓ รอบนะครับ บางถนนก็มีถนนปรับเป็นระดับนี้เพิ่มไปอีกแล้ว ผมว่า มันก็เสียหลายรอบในการขุด ในการทำงบประมาณ ถ้าเราลดตรงนี้ได้ก็จะทำให้การลงทุน หรืองบประมาณที่ใช้ในการนำสายสัญญาณ สายไฟฟ้าลงใต้ดินลดลงได้นะครับ

และอีกเหตุผลนะครับที่ทำไมจะต้องนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไป ผมสรุปเป็นเหตุผลใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ข้อ

ข้อที่ ๑ คือระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่มั่นคงและปลอดภัยขึ้น ท่านจะเห็นว่า ทำไมลงใต้ดินแล้วมั่นคงและปลอดภัยขึ้น การที่ลงใต้ดินไม่ได้หมายความว่าเราเอาสายไฟฟ้า ที่ใช้อยู่แล้วอยู่ดี ๆ ลงใต้ดินได้เลย หรือไปใช้สายไฟแบบเดิมมันมีวิธีการที่เปลี่ยนไป ทางเทคนิคเราคงไม่ได้อธิบายนะครับว่าจะต้องใช้อุโมงค์ ใช้สายแบบไหน มันทำให้ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดเราเห็นชัด ๆ รถสิบล้อที่จะไปชนเสาไฟฟ้าก็คงไม่เกิดขึ้นแล้ว การที่จะมีงูไปเลื้อยแล้ว ทำให้สายไฟฟ้าชอร์ต (Short) ก็ไม่มีนะครับ พอไม่มีเรื่องลักษณะเหล่านี้เกิดขึ้นหมายความว่า เราก็จะสามารถใช้ไฟได้อย่างต่อเนื่องนะครับ อยู่ดี ๆ จะไปไฟดับ ๕ ชั่วโมง ครึ่งวัน หรือ ๑ ชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง ก็ไม่มีนะครับ ความปลอดภัยนี่เห็นชัดเจนเพราะมันอยู่ใต้ดิน ไม่ใช่ว่า อยู่ดี ๆ เราจะเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินโดยวิธีปกติก็ไม่ใช่ มันมีวิธีการ มีมาตรฐานของมัน อยู่ดี ๆ คนไปเดินแล้วเหยียบสายไฟฟ้าที่อยู่ดี ๆ มันตกมา หรือสายสื่อสาร ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า มันมีไฟหรือไม่มีไฟก็ไม่มี แถวบ้านผมนี่มีเหมือนกันสายไฟฟ้าสายสื่อสารเต็มไปหมดเลยครับ แล้วมันเป็นจุดดูลิง วันดีคืนดีลิงก็ปีนไปเรื่อย ๆ แล้วก็ดึง ดึง ดึง สุดท้ายสายไฟฟ้าก็ห้อยลงมา จนถึงพื้นดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็ต้องไปดึงขึงให้มันตึง ปัญหาเรื่องนี้ก็หมดไป

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรากำลังจะเข้าเมืองที่เป็นเมืองอัจฉริยะหรือมหานคร อัจฉริยะอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเทรนด์ (Trend) ของโลกไปแน่นอน การที่เราเอาทุกอย่างลงใต้ดิน เพื่อเป็นการรองรับเทคโนโลยีอนาคตที่กำลังจะไปเช่นกันนะครับ การปรับปรุงทัศนียภาพ อันนี้เป็นผลพลอยได้ที่เราเห็น ผมอยากให้เห็นแบบนี้ครับว่าท่านประธาน ผมมี ๗ นาที ผมพยายามจะสรุปให้เร็ว ๆ เพื่อจะให้เห็นว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน เรากำลังจะเป็น เมืองอัจฉริยะ เรากำลังจะเป็นสมาร์ตซิตี (Smart City) ด้วยแผนยุทธศาสตร์ หรือถ้าไม่มี เราก็จำเป็นต้องไป เราจำเป็นต้องทำอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) หรือโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ ณ วันนี้ประกอบด้วยสภาวะ หรือเราโดนโควิด (COVID) สถานการณ์โควิด (COVID) แพร่กระจายเรายิ่งต้องทำ ทำไมยิ่งต้องทำครับ เนื่องจากว่า มีการคาดการณ์กันหลายสำนักบอกว่าเศรษฐกิจเราจะฟื้นฟูหลังโควิด (COVID) ถ้าเกิด เลิกระบาดนะครับ ใช้เวลาราว ๆ ๔ ปีที่จะกลับเข้าเท่ากับจุดที่เราตกต่ำนะครับ ก็คือพีก (Peak) สุดเท่าที่เราเคยมี เราใช้เวลา ๔ ปีนะครับท่านประธาน ประเทศอื่นก็เหมือนกันถ้าเราใช้ นโยบายปกติ อัดอะไรบ้างก็แล้วแต่เฉลี่ยราว ๆ ๔ ปี ณ วันนี้เราใช้มาตรการในการป้องกัน การระบาด จะเห็นว่าธุรกิจเราก็จะเป็นลักษณะนี้ละครับท่านประธาน แต่วันนี้ การลงทุนมันจะถูกลง ณ วันนี้ถ้าท่านทำสายไฟฟ้าลงดินท่านจ่ายน้อยลง แต่ท่านได้ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต แล้วยังสามรถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ มีใครที่เป็นนักท่องเที่ยวแล้วอยากมาดูสายไฟฟ้าเต็มบ้านเต็มเมืองไหมครับ ไม่มีนะครับ ขออนุญาตอีกหน้าหนึ่งครับ สไลด์ (Slide) อีกอันหนึ่งครับ ฉะนั้นอันนี้ถือเป็น การลงทุนตัวหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม แล้ววันนี้ลงทุน ถูกกว่า ท่านจะเห็นว่าสไลด์ (Slide) ข้างหนึ่งก่อนสายไฟฟ้ารกรุงรังขนาดนี้ ให้สวยขนาดไหน ก็ไม่สามารถโชว์ความสวยได้ แต่ถ้าท่านเห็นด้านขวามือที่เป็นหลังจากทำ แล้วท่านจะเห็นว่า มันผิดกัน ๒ อันเลย ถ้าท่านเดินอยู่บนถนนที่เป็นสายเดียวกัน แล้วมีสายไฟฟ้า สายสื่อสาร เต็มไปหมด กับอีกอันหนึ่งมันผิดกันมาก การถ่ายรูปก็สวยงามขึ้น การท่องเที่ยวเราถือว่าเป็นรายได้หลัก ตัวหนึ่งของเราเหมือนกัน ฉะนั้นการลงทุนเพื่อที่นำสายไฟฟ้าลงดิน สายสื่อสารลงดิน มันมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาศึกษากันพอสมควร ไม่ใช่แค่เอาลงดินแล้วจบ มันมีทางเทคนิค หลายอย่าง แล้วเขามีวิธีการหลายอย่าง ซึ่งอยากให้คณะกรรมาธิการที่ได้ตั้งขึ้นลองศึกษา ไม่ใช่แค่เมืองหลวงนะครับ ลองดูถนนใหม่ ๆ ในทั่วประเทศเลยว่าไหน ๆ จะเอาลงแล้ว จุดไหนอย่างไร จะเป็นอย่างไร เพราะว่าถนนบางเส้น ไม่ใช่ถนนเส้นใหญ่นะครับท่านประธาน ก็ไม่ได้อยู่ในเมืองด้วยแต่มันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำไมไม่พยายามทำให้แหล่งท่องเที่ยว มันเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวมาแล้วติดอกติดใจอยากมาอีก รัฐบาลก็คงต้องช่วยเหมือนกัน ในการลงทุนเรื่องนี้ อันนี้เป็นการลงทุนไม่ใช่เป็นค่าใช้จ่าย สามารถช่วยได้นะครับ ก็เป็น เรื่องที่ผมขอเสนอเป็นข้อมูลเพื่อให้ท่านประธาน แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีข้อมูล ในการพิจารณาตัดสินใจ ขอบพระคุณครับท่านประธาน