ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หารือปัญหาช้างป่าล้ำเข้าพื้นที่ชุมชน โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อกำหนดแนวทางป้องกัน แก้ไข และเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดระบบการดูแลที่ชัดเจน มีการแบ่งเขตความรับผิดชอบ สนับสนุนอุปกรณ์ กำลังคน และประกันภัยให้อาสาสมัคร รวมถึงการบริหารจัดการจำนวนช้างและฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ ก็ขอสนับสนุน ญัตติที่ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาช้างป่า ไม่ว่าจะเป็นการทำร้าย หรือว่าทำลายสิ่งต่าง ๆ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน เรื่องช้างนี่จริง ๆ เป็นเรื่องที่ ผมหารือในสภาแห่งนี้ตั้งแต่น่าจะเป็นครั้งแรกในฐานะ ส.ส. ตั้งแต่ที่เราอยู่ที่ทีโอที (TOT) กัน แล้วก็หลังจากนั้นก็ ๒-๓ ครั้งที่ผมย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จนถึงปี ๒๕๖๓ สถิติต่าง ๆ ในการที่ช้างป่าออกมาจากพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือว่าจะเป็นเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ เริ่มถี่มากขึ้น แต่ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีสมาชิกหลายท่าน พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะขอข้ามไปจุดที่อยากให้เราเน้นว่าคณะกรรมาธิการควรจะต้อง ทำอะไรบ้าง
อย่างแรก คือเราต้องมีการกำหนดหน้าที่ บทบาท ความรับผิดชอบให้ชัดเจน ว่าส่วนไหนใครดูแล ตอนนี้ที่พื้นที่ที่อำเภอภูหลวงซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอยู่นี่ ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้เชื่อมต่อกับหลายตำบล หลายอำเภอ ทำให้ปัญหาช้างป่าออกนอก พื้นที่กระจายไปในหลายอำเภอ ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ของผม แล้วมันก็จะเป็นการยาก ที่เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนก็ตาม หรือว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่ไหนพื้นที่หนึ่ง จะสามารถดูแลได้หมด เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องมีการแบ่งให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนดู เรื่องอะไร และเจ้าหน้าที่กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนเองก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อแม่พี่น้องในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ช่วยกันจัดเป็นกลุ่ม เพื่อเฝ้าระวังช้างขึ้นมา แต่ก็ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งก็มีติดเรื่องการข้ามพื้นที่ การข้ามเขต หรือว่าการเข้าในพื้นที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ ป่าไม้เข้ามาช่วย อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ยังมีความสับสนมากเวลาทำงานว่าใครจะทำอะไร อย่างไร ในคณะกรรมาธิการก็อยากให้ทำเรื่องนี้ให้เป็นระบบมากขึ้น ใครจะช่วยดูแล ส่วนไหน ใครที่จะเป็นคนคอยประสานงาน เพื่อที่จะทำให้บุคลากรที่ช่วยดูแลเรื่องนี้ทำงาน กันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ต่อมาครับ ต่อมาจากเรื่องอำนาจหน้าที่ ก็คือการสนับสนุน ตอนนี้หน่วยงาน หรือว่ากลุ่มชาวบ้านที่แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาหรือว่าเฝ้าระวังช้างมีปัญหามาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสาร ไฟฟ้าส่องสว่าง หรือแม้แต่ กำลังคน ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือการประกันภัย เนื่องจากหน่วยงานหรือว่าสิ่งที่ เขากำลังทำกันอยู่นี้มีความอันตรายสูง เพราะฉะนั้นในการที่เป็นอาสาสมัคร แทบจะไม่มี ที่ไหนที่รับประกันเลยว่าการทำงานแบบนี้แล้วเขาจะช่วยประกันภัยให้ได้ ตอนนี้ก็ต้อง ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลยนะครับที่เข้ามาทำงาน แล้วก็ช่วยพยายามอย่างเต็มที่ ในการผลักดันให้เกิดการประกันภัยของอาสาสมัครที่ช่วยเฝ้าระวังช้างป่า แต่ว่าเราก็ อยากให้มีการสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่านี้ ตอนผมไปลงพื้นที่ในพื้นที่ภูหลวง หรือพื้นที่ ที่มีปัญหาเรื่องช้างป่านั้น ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าก่อนจะขอน้ำหรือว่าขอถนน อยากให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องช้างป่าก่อนเป็นอันดับแรก แล้วมันก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เท่าที่ควร ตอนนี้ก็เริ่มมีงบประมาณต่าง ๆ ลงไปเพื่อช่วย ไม่ว่าจะเป็นสร้างในการครอง เพื่อเปลี่ยนทางเดินของช้างเพื่อกำหนดให้เขาเดินไปทางอื่นที่ไม่ผ่านพื้นที่ชุมชน แต่มันก็ยังมี ติดอยู่ครับท่านประธาน ก็คือมีปัญหาว่าการทำโครงการต่าง ๆ บางครั้งในพื้นที่ พื้นที่ของ ป่าไม้ก็ต้องคุยกับป่าไม้ก่อน บางทีกว่าจะได้ทำอะไรจริง ๆ ได้งบตั้งแต่เดือนนี้ อีก ๕-๖ เดือน ถึงจะได้ทำ ก็อยากให้มีการเคลียร์ (Clear) กันให้ชัดว่าการจะทำโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ควรจะทำอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ได้รวดเร็ว ต่อไปก็คือแผนระยะยาวว่าเราจะทำอย่างไร อย่างที่หลาย ๆ ท่านที่สมาชิกพูดไปแล้วก็คือเราต้องรู้ให้ได้ว่าปัญหาที่ทำให้ช้างออกมา คืออะไร เราจะได้แก้ปัญหาให้ถูก ในป่าหรือว่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีจำนวนช้าง ที่หนาแน่นเกินไป หรือว่าอาหารไม่เพียงพอทำให้ช้างต้องโดนผลักดันออกมาเพื่อหาอาหาร จากพื้นที่ชุมชน เหล่านี้คือปัญหาที่เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันเกิดจากปัญหาอะไรกันแน่ ต่อมาก็คือการตรวจเช็ก (Check) ข้อมูล หรือว่าการทำข้อมูลบันทึกว่าจริง ๆ แล้วในพื้นที่ มีจำนวนช้างอยู่เท่าไรกันแน่ มีจำนวนช้างเท่าไร พื้นที่อาศัยอยู่บริเวณไหน มันเหมาะสม กับช้างในจำนวนเท่านี้ ในพื้นที่เท่านี้หรือเปล่า เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมจำนวน ของช้างป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าได้ แล้วเราไม่สามารถเช็ก (Check) จำนวน อย่างละเอียดได้ว่ามีจำนวนอยู่เท่าไรแน่ ทำให้มันเป็นการยากครับที่เราจะกำหนด หรือเราจะดูแลว่าตอนนี้มันเริ่มเยอะไปแล้วจะเริ่มมีปัญหาช้างที่ออกมาจากพื้นที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าในคณะกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นนะครับ ก็อยากให้ฝากเรื่องนี้ด้วยว่า ช่วยศึกษาความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการฝังชิป (Chip) หรือการติดตาม ไม่ว่า จะเป็นจำนวนหรือว่าการเดินทาง การเคลื่อนที่ ย้ายถิ่นของช้างต่าง ๆ เพื่อที่ถ้าเราจะต้อง ป้องกันหรือช่วยผลักดันช้างที่ออกมาจากเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า เราจะสามารถทำได้ อย่างทันท่วงทีไม่ต้องให้ช้างออกมา ไปเจอชาวบ้าน ไปสร้างความเสียหายแล้วค่อยผลักดัน กลับเข้าไป
เรื่องต่อไป ก็คือการควบคุมปริมาณช้าง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อาจจะฟังดูง่าย แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การควบคุมปริมาณช้าง เพราะว่า มันไม่เหมือนสัตว์ชนิดอื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเอง ช้างเป็นสัตว์ที่ถ้าในชาวบ้าน และพวกผมก็จะเรียกว่าเป็นพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ของป่า คือไม่มีใครใหญ่กว่านี้แล้ว ไม่มีใคร ทำอะไรได้ ก็ต้องปล่อยให้โตหรือว่าเป็นอะไรตายไปเอง เพราะฉะนั้นการควบคุมปริมาณ ของช้างมันจะยากมาก แต่ก็อยากจะฝากนะครับว่ามีทางไหนที่พอจะควบคุมได้ หรืออาจจะ ต้องเป็นการย้ายไปพื้นที่อื่นที่มีความพร้อมมีพื้นที่มากกว่าที่จะสามารถรับปริมาณช้าง ที่เยอะเกินไปของพื้นที่หนึ่งย้ายไปอีกพื้นที่หนึ่งได้ เพื่อที่ช้างก็จะได้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ แล้วก็ไม่ได้มีผลกระทบกับชุมชนโดยรอบพื้นที่
เรื่องต่อมา ก็คือการช่วยเหลือแล้วก็การเยียวยาของพ่อแม่พี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบ เรื่องนี้เราพูดกันมานานว่าช้างออกมากินพืชผลทางการเกษตรบ้าง ทำลาย ข้าวของบ้าง หรือแม้กระทั่งทำให้คนตายบ้าง ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้หลายที่ หลายพื้นที่มีการจัดการ มีการเยียวยาที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากให้คณะกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นศึกษาว่าเราควรจะเยียวยาอย่างไร ที่ให้มันเหมาะสม ช้างออกมารอบหนึ่งกินอ้อยไปไร่หนึ่ง ความเสียหายนับเป็นเท่าไร หรือว่า ควรจะมีการเยียวยาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเท่าไรแน่ มันควรจะเป็นมาตรฐาน อีกนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน
เรื่องสุดท้าย ก็คือการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อที่จะทำให้ช้างไม่ต้องออกมาจากพื้นที่ ถ้าเขามีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิต ผมเชื่อว่าช้าง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาในพื้นที่ชุมชน เพราะฉะนั้นผมขอเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน แล้วก็ให้ มันหมด เพื่อที่เราจะได้รักษาช้างแล้วก็ทำให้อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างเสมอภาคกัน ขอบคุณครับ