ปดิพัทธ์ ท้วงติงงบกู้ 5.55 แสนล้าน ชี้เยียวยาไม่ทั่วถึง-เบิกจ่ายต่ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ท้วงติงการจัดสรรงบประมาณภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินที่ไม่สอดคล้องกับความเร่งด่วน โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุขที่ได้รับจัดสรรสูงแต่เบิกจ่ายต่ำ พร้อมเรียกร้องให้เยียวยาบุคลากรสาธารณสุข อสม. และ อพปร. ที่ทำงานเสี่ยงภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงทบทวนโครงการเยียวยามูลค่า 555,000 ล้านบาทที่รายงานว่าดำเนินการเสร็จแล้ว ทั้งที่ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนในพื้นที่ชนบทยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือจริง อีกทั้งวิพากษ์โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาทที่เน้นเร่งด่วนแต่ไม่ตอบโจทย์การสร้างงานและศักยภาพชุมชน พร้อมเตือนถึงวิกฤตว่างงานจากปัญหาน้ำขาดแคลนในภาคเกษตร และหารือปัญหาความไม่ทั่วถึงของมาตรการเยียวยาที่กระทบผู้ประกอบการโรงแรมในพิษณุโลก จึงเสนอให้ปรับเงื่อนไขสนับสนุนค่าแรง ผ่อนปรนประกันสังคม และช่วยเจรจาพักชำระหนี้ ลดภาระค่าสาธารณูปโภค เพื่อเสริมกำลังใจให้ธุรกิจและแรงงานสามารถฟื้นตัวและร่วมมือกับรัฐต่อไปได้

นายปดิพัทธ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนทานประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ สันติภาดา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคกาวไกล อยางที่ทานสมาชิกหลายทานไดอภิปรายไปนะครับ เราเห็นขอบกพรองแลวก็จุดออนมากมาย ในการใช พ.ร.ก. เงินกูฉบับนี้ ในสวนของภาพรวมผมก็คอนขางจะตกใจนะครับ ในเมื่อ สัดสวนในเรื่องของวัตถุประสงคแทางการแพทยและสาธารณสุขมีการจัดสรรไวนอยที่สุด คือ ๔๕,๐๐๐ ลานบาท แลวเมื่อไปดูการเบิกจายแลวแทบจะไมมีการเบิกจายเลย ทั้งที่ แทจริงแลวเป็นลําดับความสําคัญอันดับหนึ่ง เพราะไมวาเราจะเยียวยาไปมากแคไหนนะครับ ถาการแพทยแยังไมมีความพรอม การตรวจในเชิงรุกยังไมมีความคืบหนา แลวที่สําคัญที่สุด คือเรื่องของการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการควบคุมคุณภาพวัคซีน ในที่นี้ยังไมมี การเบิกจายเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็คิดวาเราเยียวยาไปอีกกี่ครั้งประเทศไทยก็ยัง จะตองกู กู กูเพิ่มแบบนี้อีก ถาอยางนี้ปัญหาจะยิ่งซับซอนแลวก็เป็นภาระของประเทศ ในระยะยาว ผมเป็นกังวลใจจริง ๆ นะครับ

ในสวนของเรื่องแผนตาง ๆ ที่เป็นยุทธศาสตรแทั้ง ๓ อัน ผมเห็นดวยวา เราจําเป็นที่จะตองจายเงินเยียวยาคาเสี่ยงภัยของ อสม. ซึ่งทุกวันนี้ยังทํางานอยูเลยนะครับ และการเบิกจายในรอบที่แลวก็มีปัญหามาก รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทยแสาธารณสุข ที่อยูใน รพ.สต. ตาง ๆ ที่ไมใช อสม. ดวย อีกกลุมหนึ่งก็คือ อพปร. ทั้งหมดนี้พวกเขา ทํางานหนัก เสี่ยงภัย แตถาเขาไดเห็นรายงานฉบับนี้ผมคิดวาเอามือกายหนาผาก แนนอนวา เขาจะมีกําลังใจในการตอสูแลวก็รวมมือกับมาตรการของรัฐไปไดอยางไรนะครับ

ประการของการชวยเหลือ เยียวยา ๕๕๕,๐๐๐ ลานบาท คําถามที่ผมคิดวา หลายคนก็ถามไปแลวนะครับ และผมคิดวาเราตองการคําตอบที่ชัดเจนก็คืออยางเชน โครงการที่ ๒.๑ ในหมวดที่ ๓ โครงการเยียวยาชดเชยใหกับประชาชนที่ไดรับผลกระทบ บอกวาดําเนินการสําเร็จไปเรียบรอยแลว ทานประธานครับ ตอนนี้มีพี่นองประชาชน มากจริง ๆ นะครับ ที่ไมไดรับการเยียวยา แตในรายงานฉบับนี้บอกวาดําเนินการไปเสร็จแลว ทั้งที่หมวดอื่นก็ไมมีการเบิกจายแตอยางไร คําถามก็คือถารูอยางนี้แลวจะสามารถมีการปรับ โครงการตาง ๆ ใหเพียงพอตอการเยียวยาไดหรือไม หรือมันถูกฟิกซ (Fix) ตายตัวแบบนี้ ใน ๓ หมวดแลวก็โครงการดังกลาว ผมคิดวาเรื่องนี้เราตองการความชัดเจนโดยเรงดวน และเหมือนที่ทานสมาชิกทานไดอภิปรายไปนะครับ ก็คือตอนนี้เราตองการเงินสดหมุนเวียน ที่อยูในระบบของเศรษฐกิจฐานราก เพราะวาคนเฒาคนแก พอแม หรือแมแตพอแมของผม ก็ยังไมสามารถทํารายการดวยตัวเองไดนะครับ ขนาดเป็นคนที่เขาถึงอินเทอรเน็ต (Internet) เป็นคนที่ใชโซเชียลมีเดีย (Social media) เป็น แลวก็มีลูกหลานอยูใกลชิด แตสังคมชนบท ในจังหวัดของผมเองที่จังหวัดพิษณุโลกไมสามารถเขาถึงบริการเหลานี้ไดจริง ๆ แลวคนที่ ทําไมไดก็จะทําไมไดไปอยางนั้นเรื่อย ๆ คนที่ทําไดก็จะทําไดไปเรื่อย ๆ อันนี้เองผมอยากใหมี การทบทวนมาตรการเหลานี้โดยเรงดวน ไมอยางนั้นจะทําใหเกิดปัญหาอยางยิ่งนะครับ

ประการที่ ๓ คือเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ลานบาทนี่นะครับ ผมดูในหมวดที่ ๓ ผมตองเรียนดวยความเคารพนะครับวาผมตกใจจริง ๆ เพราะวามีแต โครงการที่ทําใหผมนึกยอนไปถึงโครงการโอทอป (OTOP) นวัตวิถีนะครับ ที่สุดทาย เป็นการเรงทําโครงการ ผมเขาใจวาตอนที่จะเสนอโครงการเหลานี้ มีกรอบเวลาที่ดวนมาก ใชไหมครับ เพราะฉะนั้นมันเป็นการเอาโครงการเกา ๆ ที่ไมเคยไดงบรีบยัดใสมือแลวก็ เรงเสนอใหกับหนวยราชการ แลวยังไมเห็นเลยวาโครงการหลายโครงการจะตอบโจทย เรื่องการสรางงานและการเพิ่มศักยภาพของชุมชนไดอยางไร เพราะจริง ๆ แลวการจะฟื้นฟู เศรษฐกิจไดไมใชการทําโครงการใหมนะครับ แตเป็นการรักษางานเดิมไวใหได ตอนนี้ ผูประกอบการจํานวนมากเขาตองการที่จะรักษาคนงานของเขาเอาไว เพราะถาเลิกจาง ตอนนี้เราตองรับคนงานใหม ก็ตองมีการอบรม มีการฝึกสกิล (Skill) ใหม แตเขาเสียแรงงาน ที่มีฝีมือไป แลวการเสียไปกลับไปในภาคเกษตรนะครับ ซึ่งภาคเกษตรปีนี้จังหวัดพิษณุโลก แมน้ํายมลงไปเดินเลนไดแลวนะครับ ไมมีน้ําเลยในการทําการเกษตร เพราะเหตุนี้นะครับ ภายในเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เราจะเจอวิกฤติของการตกงานมหาศาลเลย

แลวผมมีเรื่องอยากจะสื่อสารดวยนะครับ จังหวัดพิษณุโลกไมใชจังหวัดที่เป็น แหลงทองเที่ยวหลักนะครับ ไมเหมือนจังหวัดเชียงใหม ไมเหมือนจังหวัดภูเก็ตนะครับ แตผูประกอบการโรงแรมในจังหวัดพิษณุโลกกวา ๘๐ โรงแรมไดแสดงความหนักใจนะครับ แลวก็ฝากผมมาเรียนถึงสภาแหงนี้วาพวกเขาไดรับผลกระทบโดยตรงตอมาตรการเยียวยา ของรัฐที่ไมทั่วถึง แลวพวกเขาไมอยูในกลุมเปูาหมายของโครงการเยียวยาพวกนี้เลยนะครับ พวกเขาตองการรักษาแรงงานที่มีฝีมือไวใหได เพราะฉะนั้นมาตรการ อยางเชนการที่รัฐ จะสนับสนุนคาแรงให อยางเชนสนับสนุนจายครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอรเซ็นต โครงการคนละครึ่ง เอามาใชแบบนี้ไดไหม ถาผูประกอบการที่ไมเลิกจางงานรัฐสามารถจายอีกครึ่งหนึ่งใหเขาได อาจจะเป็นคาแรงขั้นต่ําก็ไดนะครับ เพื่อใหเขาผานพนวิกฤติการณแบบนี้ไปไดโดยที่เขา รักษาทั้งธุรกิจและรักษาแรงงานของพวกเขาได อยางเชนภาครัฐจะมีการสนับสนุนชวยเหลือ แรงงาน ปรากฏวาก็ไปติดเงื่อนไขของมาตรา ๓๓ อีก อยากจะจางแรงงานใหมันถูกตอง แตก็อาจจะตองเขาไปถึงของการเลิกจาง เพื่อใหลูกจางไดรับการเยียวยา สิ่งเหลานี้จะทําใหเขา เสียคนงานของเขาไป ซึ่งผมอยากใหเราปลดล็อกตรงนี้ ใหสวัสดิการสังคมหรือประกันสังคม ไมเป็นเงื่อนไขหรือเป็นอุปสรรคของการเขาถึงการเยียวยาของภาครัฐนะครับ เพราะตอนนี้ คนที่ยังเป็นลูกจางที่ไดรับประกันสังคมพวกเขาถูกลดโอที (OT) พวกเขาถูกลดคาจาง หลายอยางที่เป็นสวนที่ทําใหเขาสามารถดํารงชีพไดและกลายเป็นไดเงินเดือนขั้นต่ํา เทานั้นเอง เพราะฉะนั้นถาเขายังเขาไมถึงการเยียวยาทั้งที่ภาระของเขายังมีเทาเดิมนะครับ ไมวาจะเป็นคาเชาบาน คาเลาเรียนของลูก พวกเขาก็จะประสบปัญหาอยางมาก แลวอาจจะตองถึงการเลิกจางเพื่อไดรับการเยียวยาของรัฐ อันนี้เป็นสิ่งที่ไมเป็นธรรม

ประการสุดทาย ทางภาคธุรกิจโรงแรมไดบอกวาเราจะตองมีการเจรจา ตอรองดอกเบี้ยกับทางโรงแรม เพราะเขาไมอยากจะขอกูใหม เพราะวาการจะขอกูใหม ตอใหเป็นซอฟตโลน (Soft Loan) ก็ตามก็ติดเงื่อนไข มันมีเงื่อนไขจุกจิกมากมาย แตถาสามารถมีการประนีประนอมหนี้ได พักชําระทั้งตนทั้งดอกจนกวาสถานการณโควิด (COVID) จะดีขึ้น ผมคิดวากําลังใจอันนี้จะทําใหผูประกอบการในจังหวัดพิษณุโลกนั้น แข็งแรงแลวก็พรอมจะรวมมือกับรัฐบาลไดมากขึ้น

ประการสุดทายครับ ก็คือคาใชจายอันเกิดจากสาธารณูปโภคคือคาไฟฟูา แลวก็คาน้ําประปา โรงแรมเหลานี้ผูประกอบการเหลานี้ยังจะตองจายคาใชจายเหลานี้ไป เรื่อย ๆ ทั้งที่รายรับของเขาลดลงไป ๙๐ เปอรเซ็นต เพราะฉะนั้นถาภาครัฐสามารถชวยได สิ่งนี้จะทําใหผูประกอบการในพิษณุโลกสามารถเอาตัวรอดในวิกฤติแบบนี้ไดแลวก็ฟื้นขึ้นมา พรอมกับวันที่ประเทศของเรามีความชัดเจนเรื่องวัคซีนนะครับ ขอบคุณครับ