สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร พูดถึงปัญหาการท่องเที่ยวในอ่าวมาหยาและเสนอแนวทางแก้ไข โดยเสนอแนวทางการจัดสรรโควตาให้ผู้ประกอบการที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อช่วยให้การท่องเที่ยวมีความสมดุลและไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายให้ความเห็นนะครับ แล้วก็ทราบว่า จะไม่ตั้งเป็นกรรมาธิการก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นบันทึกแล้วก็ส่งไปยังเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ที่จะเข้าไปพิจารณาในกรรมาธิการสามัญด้วยนะครับ เรื่องราวของอ่าวมาหยาที่ปิดอ่าวนะครับ ก็เป็นปัญหาที่ผมเข้าใจครับว่าเห็นว่านักท่องเที่ยวเยอะเกินไป สภาพแวดล้อมไม่ดีขึ้น ทรุดโทรม ทำลายปะการังแตก หัก พัง ปลาสวย ๆ ก็หายไป เพราะว่าไม่มีถิ่นที่อยู่ ในการอนุบาล มันเป็นปัญหาคลาสสิก (Classic) ครับท่านประธาน ผมเข้าใจปัญหาดีครับ เพราะก่อนที่ผมจะเป็น ส.ส. หรือไกด์ในกรุงเทพฯ นี่ผมเคยเป็นไกด์ทะเลมาก่อน แล้วเคย ทำงานอยู่ตามหมู่เกาะในอันดามันนะครับ เคยหากินกับมันและมีความรักกับมัน ผมก็เป็น คนหนึ่งครับที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของหมู่เกาะในอันดามันต่าง ๆ มาอย่างมากมาย ในช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเรียกได้ว่าหมู่เกาะสิมิลันนี่ เกาะแปดรับประทานอาหารกัน ไม่มีที่นั่งครับ อย่าว่าที่ยืนเลย ไม่มี ต้องผลัดคิวกันไป มันเป็นการโอเวอร์โหลด (Overload) ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มันเกิดจากแนวคิดที่เราไม่เคยคิดว่าการท่องเที่ยว หรือทรัพยากรธรรมชาติเราได้มาฟรี ๆ โดยตลอด การท่องเที่ยวไม่ฟรีครับ เราต้องจำคำนี้ไว้ ผมอยากเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพิ่มเติม จากท่านสมาชิกคนอื่น จริงอยู่มันก็มี ๒ ทาง เปิดหรือปิดใช่ไหมครับ ปิด ธรรมชาติ ก็ได้ฟื้นตัว เปิด ชาวบ้านก็ได้หากิน เราจะทำอย่างไรให้ตรงกลางมันเกิดขึ้นได้อย่าง ท่านสมาชิกท่านก่อนหน้านี้ได้อภิปราย ผมขอเสนอแนวทางว่าเราควรแก้ปัญหา ด้วยมาตรการ เขาเรียกว่า ไฮ สแตนดาร์ด ทัวริซึม (High standard tourism) นะครับ คืออะไร การจัดสรรโควตาที่ผ่านมาที่เคยทำกันมานี่ใครไปขอก็ได้ อย่างผมเป็นบริษัท เอ ผมไปขอ ผมมีเรือ ๒ ลำ ผมก็ได้โควตา ๒ ลำ เผลอ ๆ มันก็มีการสวมสิทธิว่าอยู่ดี ๆ ให้นายบีไปขอ แต่นายบีไม่มีเรือเลย แล้วไปขายโควตาให้นายเอ สุดท้ายนี่ใคร ๆ ก็ขอได้ แต่ขอแล้วคือถ้าไม่เต็มก็ขอได้ สุดท้ายไม่มีมาตรฐานอะไรเลยในการอนุญาตให้ผู้ประกอบการ รายใดได้ทำ เอาอย่างนี้ไหมครับ เราทำกันใหม่จากโควตาที่เรามีตามแคร์ริอิง คาพาซิตี (Carrying Capacity) ที่ควรจะได้ในเกาะเกาะหนึ่งหรือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง เราเอาผู้ประกอบการทุกคน เรามีมาตรฐานเดียวกัน แล้วทุกคนต้องทำให้ได้มาตรฐาน แล้วมาวัดผลกัน อย่างมี ๒๐ รายในปีหนึ่ง ก็มาวัดกันเลยว่าใครทำได้ดีกว่าใคร แล้วก็ได้ โควตาตามสัดส่วนนั้น ใครมีไกด์ที่ดีกว่าที่ดูแลนักท่องเที่ยวได้มากกว่า มีสต๊าฟ (Staff) เรือ ที่มากกว่าก็สามารถได้โควตาเพิ่มขึ้นในปีถัดไป มันก็เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก (Premier league) นั่นละครับท่านประธาน เหมือนกับว่าทีมที่เล่นดีก็ได้แชมป์ (Champ) ทีมที่เล่นไม่ดี มาตรฐานไม่ดีก็ตกชั้นไป ปีหน้าก็เอาใหม่ ก็ไปปรับปรุงมาตรฐาน ให้ดีขึ้น ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ไฮ สแตนดาร์ด ทัวริซึม (High standard tourism) ที่จะทำมานี้ ยังทำให้บริการมีคุณภาพดีขึ้น นักท่องเที่ยวพร้อมจ่ายมากขึ้น ราคาค่าตั๋วแพงขึ้น ผู้ประกอบการได้เงินมากขึ้น ดังนี้ถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทรัพยากรธรรมชาติที่เราเสียไป ท่านประธานครับปัญหาของการทิ้งสมอเรือมันก็เกิดมาจากการที่ดูแลไม่เพียงพอของอุทยาน ด้วยเช่นกัน บางครั้งอุทยานก็ละเลยขาดการดูแลรักษาพวกทุ่นลอยต่าง ๆ ผมเชื่อครับ ผมก็เคยอยู่กับคนที่ขับเรือหรือว่าอยู่กับคนที่เป็นเด็กเรือ หรือพี่น้องชาวมอแกนที่ได้ ประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้มาเป็นเด็กเรือนะครับ ทุกคนก็รักทะเลเหมือนกันหมดเพราะ เขาหากินกับทะเล เขาอยู่ใกล้ทะเลมากกว่าพวกเราที่อยู่ในสภานี้ด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าหากมีมาตรการ จากทางภาครัฐทำเรื่องไฮ สแตนดาร์ด ทัวริซึม (High standard tourism) แล้วผมว่า จะแก้ปัญหาระยะยาว คำตอบของปัญหานี้ครับ ไม่ใช่จะบอกว่าจะเปิดหรือปิด คำตอบ ของมันก็คือเราจะทำอย่างไรถ้าเปิดมาแล้วทุกอย่างมันเกิดความสมดุลและมันเป็นมาตรฐาน ที่ทุกคนยอมรับได้ และการแข่งขันของตลาดและบริการนี่ละครับที่จะเป็นคำตอบที่จะช่วยให้ ทุกคนสามารถกลับไปใช้ประโยชน์จากอ่าวมาหยา หรือเกาะแก่งต่าง ๆ ที่อื่นได้ในอ่าวอันดามัน และอ่าวไทย แล้วไม่ทำลายมันนะครับ ขอบคุณครับ