ประกอบ ชี้ปัญหาสัมปทานป่าเรื้อรัง วิจารณ์รัฐไร้แนวป้องกันขัดแย้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

ประกอบ รัตนพันธ์ หารือปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าภาคใต้ โดยชี้ให้เห็นที่มาของปัญหาจากการหมดอายุสัมปทานป่าปลูกพืชเศรษฐกิจ และความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับนายทุน พร้อมวิพากษ์นโยบายจัดการป่าไม้ที่ขาดความชัดเจนตั้งแต่ปี 2526 และการไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดของรัฐบาล คสช. ที่ทำให้ปัญหาเรื้อรัง จึงเสนอแนวทางแก้ไขโดยการจัดการที่ดินให้เป็นของรัฐและจัดสรรอย่างเป็นธรรมเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมเจ้าของญัตติทั้ง ๔ ท่านนะครับ ที่ได้เสนอญัตติ ตรงประเด็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกร และตรงกับการแก้ปัญหาของที่ดินที่มีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะที่เป็นอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ในส่วนของภาคใต้ ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวกับท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมาธิการภาคใต้ ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ที่ท่านกรุณาพูด เมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนว่าเราไปแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีพิพาทในพื้นที่ป่า พื้นที่ที่มีปัญหา ก็คือพื้นที่สัมปทานปลูกพืชเศรษฐกิจ ทั้งปาล์ม ทั้งยาง แต่วันนี้ยางไม่มีใครพูดถึง พูดถึงเรื่องปาล์ม เป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าพื้นที่ปาล์มนั้นเป็นพื้นที่ที่ก่อการพิพาทระหว่างสมัชชาคนจน ที่ต้องการจะมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่หมดอายุสัมปทานกับนายทุน หรือเอกชนที่ไปสัมปทานป่า ตามนโยบายรัฐบาลเมื่อปี ๒๕๒๖ ผมเข้าใจว่าเป็นรัฐบาลของ ฯพณฯ เปรม ติณสูลานนท์ ที่ท่านมีนโยบายที่จะเอาป่าเสื่อมโทรมซึ่งเป็นป่าของป่าสงวนแห่งชาติที่ไม่มีสภาพเป็นป่าแล้ว ให้เอกชนมาเช่าปลูกพืชเศรษฐกิจเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในสมัยนั้น และผมกราบเรียนว่า นโยบายนี้ก็เป็นนโยบายที่ดี ที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าเมื่อทำไปแล้วมันเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่บอกว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่พอเหลาลงไปเป็นบ้องกัญชา มันไม่ตรงวัตถุประสงค์เดิม ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าเดิมทีเมื่อปี ๒๕๒๖ นั้น นโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน กว่านั้นนะครับว่าป่าที่มีความเสื่อมโทรมที่หมดสภาพแล้วให้เอกชนเข้ามาสัมปทาน เป็นระยะเวลา ๓๐ ปีนะครับ ๓๐ ปี และหลังจากนั้นก็ไม่ได้บอกว่าหลัง ๓๐ ปีแล้วจะทำ อย่างไร พอถึงเวลาใกล้ ๓๐ ปีพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาคนจน ก็เริ่มที่จะเข้ามาบุกรุกพื้นที่ที่คิดว่ากำลังจะเป็นพื้นที่ของรัฐที่หมดสัมปทาน ป่าแล้ว ที่หมดสัมปทานของนายทุนแล้วก็เกิดปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ อนุกรรมาธิการแก้ปัญหาที่ดินทำกินภาคใต้ ที่นำโดยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ไปแสวงหา ข้อเท็จจริงในพื้นที่ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งจังหวัดชุมพร จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และที่จังหวัดสงขลา ผมขอสรุปว่าปัญหาเกิดขึ้นนี่นะครับมาจาก ๓ ส่วนด้วยกันที่ไม่สามารถ จะแก้ปัญหาวันนี้ได้

ส่วนแรกครับ ต้องยอมรับว่าปัญหาจากนโยบายของรัฐที่ไม่มีความชัดเจนนะครับ ที่ไม่มีความชัดเจนตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ มาแล้วครับว่า หลังจากที่ให้เอกชนไปสัมปทานป่าแล้วนี่ หลังจากนั้นจะทำอย่างไร ไม่มีแผนที่ชัดเจนนะครับ แล้วหลังจากนั้นเมื่อหมดอายุสัมปทาน ๓๐ ปี ก็ถึงปี ๒๕๕๖ รัฐบาล คสช. จริง ๆ ผมกราบเรียนว่าพอหมดอายุสัมปทานนี่มันเป็น โอกาสดีที่สุดที่มาบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้ได้อย่างตามใจของรัฐบาล แต่ก็ไม่สามารถทำได้ คสช. ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ คงสร้างปัญหาระหว่างพี่น้องเกษตรกรที่ยากจนที่ไม่มีที่ดิน ทำกินกับนายทุนที่ครอบครองพื้นที่ รัฐบาลก็ไม่สามารถไปบริหารจัดการได้ จนเกิด การทะเลาะวิวาทฆ่ากันก็มีที่กระบี่ใช่ไหมครับ ชัดเจนมาก ก็ไม่สามารถแก้ได้ ที่แก้ไม่ได้ เพราะว่ารัฐบาลชุดต่อมาแม้จะ คสช. นี่ครับ ใช้หลักการประนีประนอม ผ่อนปรนนะครับ ซื้อเวลาไปวัน ๆ เพื่อให้ปัญหานี่ไปแก้กับรัฐบาลอื่น เป็นการยืดปัญหาไป ไม่บริหารจัดการ ปัญหาให้จบสิ้นภายในรัฐบาลของตัวเองที่กำลังเกิดเรื่องขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ไม่ใช่ใส่ร้าย คสช. นะครับ แต่ว่าผมคิดว่าโอกาสดีแล้ว เพราะ คสช. มีอำนาจในมือ ประชาชนนี่กริ่งเกรง แต่ก็ไม่ทำอะไรเลยจนกระทั่งคาราคาซังจนถึงปัจจุบัน

ปัญหาที่ ๒ ครับ คือปัญหาเอกชน ปัญหานายทุนที่มาเช่าสัมปทานป่าของรัฐ ปลูกปาล์ม ปลูกยาง ปลูกพืชเศรษฐกิจในระยะเวลา ๓๐ ปี ก็กราบเรียนว่าความมุ่งหวังของ นายทุนเท่าที่ผมพูดคุยกันในบางคนที่เขามีความจริงใจก็ไม่แค่ ๓๐ ปีครับ ก็หวังว่าหมด ๓๐ ปีแล้วจะเช่าต่ออีก ทำจนกระทั่งโน่นละครับถึงลูก ถึงหลาน ถึงเหลน ทำไปเรื่อย ๆ นี่ช่องทางหนึ่ง ช่องทางที่ ๒ ถ้าการเมืองเข้าข้างเขาถือโอกาสที่จะทำกรรมสิทธิ์ แล้วเกิดขึ้น จริง ๆ ครับ บางรายนี่เอาพื้นที่ที่มาสัมปทานนี้ออก น.ส. ๓ เอกชนฉลาดครับ พอทราบว่า เขาไม่สามารถต่ออายุสัมปทานป่าตรงนี้ได้แล้วเขาทำอย่างไรครับ แบ่งพื้นที่ขายต่อให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นแปลง ๆ ครับ ๒๐ ไร่ ๑๕ ไร่ ๓๐ ไร่ ขายก่อนที่หมดอายุสัมปทาน ๓๐ ปี ก่อนปีหนึ่งหรือหมดแล้วขาย ชาวบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็คิดว่าเป็นกรรมสิทธิ์ ของบริษัทเอกชนก็หลงซื้อครับ ซื้อเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนนะครับว่ายอมขายที่ ในเทศบาลมาซื้อที่ก็มีปัญหา ขอนิดเดียว ท่านประธานครับ

ส่วนที่ ๓ เข้าปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่ดินยังไม่เคลียร์ (Clear) เลยครับ ว่าทำอย่างไร พอรู้ว่าจะหมดอายุสัมปทานบุกรุกแล้ว และมีผู้นำส่วนหนึ่งก็ทำมาหากินกันนะครับ ส่วนที่ ๒ ก็ยากจนจริง ๆ ก็มาบุกรุกครอบครองกัน ก็เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ถึงมี ยามรักษาการณ์ มีปืนรักษาพื้นที่มาครอบครอง มาช่วงชิงกันพื้นที่ของรัฐคิดว่าพื้นที่หลวง ของหลวง ตรงนี้ก็กราบเรียนว่ามันเป็นปัญหาสำคัญ สิ่งที่กระผมเสนอก็เสนอเหมือนกับ ที่เพื่อนเสนอว่าต้องจัดการที่ดินตรงนี้ให้มาเป็นของรัฐ แล้วรัฐต้องบริหารจัดการ ๓ เรื่อง ๑. ตรงไหนออก ส.ป.ก. ก็ให้ออก ส.ป.ก. แบ่งที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนไหน ที่จะให้เช่าก็ให้เช่า ส่วนไหนที่รัฐต้องยึดมาเพื่อที่จะฟื้นฟูเป็นป่าของรัฐก็ต้องทำ ถ้าทำตรงนี้ได้ ผมคิดว่าก็คงจะแก้ปัญหาสิ่งนี้ได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ ขอบพระคุณ มากครับ