สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

ทรงศักดิ์ ทองศรี หารือเรื่องการแก้ไขถนนชำรุดในจังหวัดเลย โดยอธิบายว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการซ่อมแซมถนน และต้องนำปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนไปจัดทำแผนงบประมาณ นอกจากนี้ยังขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการถนนสายหนึ่งที่เกินศักยภาพของท้องถิ่น

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องกราบขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเลย ความจริงท่านกับผมก็ คุ้นเคยกันดีนะครับ ผมเรียนกับท่านนะครับว่าเป็นความห่วงใยของท่านสมาชิกทุกครั้งที่ได้ไป พบเห็นปัญหาเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้ท่านถามเรื่องการแก้ไขปัญหาถนนชำรุด และความเสียหายถนนสายบ้านบ่อซืน หมู่ ๑ ตำบลบ้านบ่อซืน อำเภอปากชม ถึงบ้านโพนสว่าง หมู่ ๓ ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง และถนนสายบ้านวังเย็น ตำบลนาดอกคำ บ้านนานกปีด ตำบลบ่อซืน อำเภอปากชม จังหวัดเลยนะครับ เป็นเรื่องความห่วงใย และท่านมีคำถามว่า เหตุใดเมื่อถนนชำรุดเสียหาย และขอรับการสนับสนุนงบประมาณแล้วองค์กรปกครอง ท้องถิ่นหรือสำนักงบประมาณไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมแซมมาให้ แล้วก็ทราบ รายละเอียด ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าความจริงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีหน้าที่กัน อยู่แล้วในเรื่องของการก่อสร้างการบำรุงรักษา ตลอดจนการรักษาความสะอาดทาง เพื่อให้ การบริการสาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่ดำเนินการเป็นไปตามหน้าที่ที่ทำไว้ เพียงแต่ว่า การทำโครงการทั้งหลาย การซ่อมแซม การบำรุงนี่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องนำปัญหา ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนตามที่ท่านได้เสนอมาจัดทำแผนในการจัดทำงบประมาณ ของบประมาณนะครับ บางแผนถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงก็สามารถที่จะแก้ไขได้ โดยอำนาจ ของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ยกเว้นกรณีขององค์การบริหารส่วนตำบล เท่านั้นนะครับที่ต้องผ่านสภาความเห็นชอบในการจัดทำแผนการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าโครงการที่ท่านได้พูดถึง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเองก็ยังเคยขอมา ของบประมาณมาต่อเนื่องหลายปีนะครับ แล้วก็ทาง ท้องถิ่นเองก็ได้ลงไปสำรวจตรวจสอบดูผ่านจังหวัดนะครับ แล้วก็ได้ทราบว่าถนนสายดังกล่าว เป็นถนนที่อยู่ในความเห็นชอบของท้องถิ่น ๒ ท้องถิ่นด้วยกัน คือ เทศบาลแล้วก็องค์การ บริหารส่วนจังหวัด เส้นทางยาวประมาณสัก ๓๓.๘ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของ อบจ. ๑๐ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลดอกคำ ๒๓.๘๐ กิโลเมตร ซึ่งโครงการดังกล่าว ผมเรียนว่าถ้าเกินศักยภาพของท้องถิ่น ความจริงท้องถิ่นมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิน ศักยภาพท้องถิ่นก็ต้องไปของบประมาณจากหน่วยงานอื่น อย่างเช่น อบจ. ซึ่งเป็นหน่วยงาน ท้องถิ่นที่ใกล้เคียงกัน รู้เรื่องปัญหา แต่ถ้าเกินไม่สามารถตั้งงบประมาณได้ก็อาจจะไปขอเงิน เป็นงบอุดหนุนเฉพาะกิจจากกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการอุดหนุนเงินเข้าไปโดยการรับเสนอโครงการจากท้องถิ่นในการเสนอโครงการมานะครับ ผมเรียนว่าท้องถิ่นเองก็มีหน้าที่ในการที่จะดูแลเรื่องโครงการต่าง ๆ ซึ่งเกินศักยภาพของ ท้องถิ่นในการจัดสรรงบประมาณลงไป เพียงแต่ว่าผมเรียนท่านประธานว่าในแต่ละปี ท้องถิ่นเองได้มีคำขอมา กรมเองมีคำขอจากท้องถิ่นมาแต่ละปี ๆ เป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองขอรับการสนับสนุนงบประมาณมา ทั้งสิ้น ๗,๓๔๖ โครงการ เป็นงบประมาณทั้งสิ้น ๓๐,๓๖๗ ล้านบาทเศษ แล้วก็ได้รับ การจัดสรรงบประมาณไป ๗๐๕ โครงการ เป็นเงินงบประมาณ ๓๓,๓๙๖ ล้านบาทเศษ มีตัวเลขข้างหลังนะครับ ขออนุญาตที่อาจจะไม่ได้พูดทั้งหมด

สำหรับจังหวัดเลย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ได้เสนอขอรับงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ โครงสร้างปรับปรุงซ่อมแซมทางหลวงท้องถิ่น ทั้งสิ้น ๘๗ โครงการ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ๔๐๐,๘๕๘,๐๐๐ บาท และได้รับการจัดสรร ทั้งสิ้น ๘๒ โครงการ โครงการงบประมาณ ๓๗๕,๖๕๑,๔๐๐ บาท เทศบาลนาดอกคำเอง ก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเหมือนกันนะครับ ๑ โครงการ เป็นเงิน ๙,๙๘๗,๐๐๐ บาท

สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ไม่ได้ของบประมาณมาในส่วน ในโครงการซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ อบจ. เอง อันนี้ผมเรียนท่านประธานว่าเกณฑ์ที่ การจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น ซึ่งทางท้องถิ่นขอมาที่กรม กรมก็ได้มีการพิจารณาไปตาม หลักเกณฑ์ แต่เนื่องจากว่าแต่ละปีขอกันมาเยอะ แล้วก็มีเกณฑ์ในการพิจารณาตามคำขอ แล้วก็เสนอไปตั้งงบประมาณ แล้วก็เสนอเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณต่อไปในแต่ละปี เบื้องต้นขออนุญาตตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับ