วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ หารือเรื่องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนในเขตพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ โดยชี้ว่ารัฐบาลควรกำหนดหลักเกณฑ์การจัดการลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนอย่างชัดเจน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้ยื่นกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง การขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการก่อสร้างถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีต เสริมเหล็กให้กับประชาชนผู้สัญจรไปมาในเขตพื้นที่ ๕ อำเภอ คือ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอไพรบึง อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอพยุห์ เหตุผลที่ผมได้ยื่นกระทู้ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานจะสังเกตว่าวันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้ยื่น กระทู้ถาม ไม่ได้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่ละกระทรวงเลย เพราะเมื่อยื่นแล้วได้คำตอบ ที่ไม่ชัดเจนและแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นจึงมุ่งมาที่ท่านนายกรัฐมนตรี เช่นดังกระทู้ผม ก็เช่นเดียวกัน เหตุผลที่ถามนายกรัฐมนตรีมีด้วยเหตุผล ๒ ประการ
ประการที่ ๑ เรื่องถนน ๓ สายนี้ผมได้หารือในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ก็ได้รับ คำตอบจากสภาว่าได้ส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่าก็คงเดิม
ประการที่ ๒ ที่ยื่นกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ก็สืบเนื่องมาจากว่ากระทู้ ถนน ๓ เส้นนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว ๒ ครั้ง ๒ สมัย แต่ปรากฏว่าก็ได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่ากระทรวงไม่มีงบประมาณให้ เหตุผลดังกล่าว ทั้ง ๒ ประการนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี
ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มาตอบกระทู้ ก่อนอื่นต้องขอกราบ ขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ตรงกับชีวิตและตรงกับประสบการณ์ ของท่าน เพราะท่านเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย พร้อมทั้งได้เคย ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบคุณ แต่ผม ขออนุญาตท่านประธาน ผมจะขออภิปรายถามกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ ก่อนอื่นขอภาพด้วยครับ เจ้าหน้าที่ขอภาพด้วยครับ ในช่วงที่ภาพยังไม่มา ผมถือโอกาส นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มาตอบกระทู้ก่อนเลยว่าถนนสายที่ ๑ เป็นสายบ้านพิงพวย ผ่านหนองสังข์ตะวันออก
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผ่านบ้านหนองสังข์ตะวันตก ผ่านบ้านหนองจิก บ้านหนองจิกนี้จะแยกออกไปทางบ้านโนนเม๊ะ ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง และอีกเส้นทางหนึ่งจะต่อไปยังบ้านหนองรุง ตำบลศรีโนนงาม ข้ามไปยังอำเภอพยุห์ เส้นทาง เส้นนี้มีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร เดิมทีอยู่ในความผิดชอบของ รพช. เมื่อปี ๒๕๔๕ หน่วยงานนี้ได้ถูกยุบไป ถ่ายโอนภารกิจให้กับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้รับผิดชอบ ผลปรากฏว่าเส้นทางเส้นนี้มีระยะทาง ๗ กิโลเมตร หารือทีไรผลปรากฏว่า ก็ได้รับหินลูกรังกับเกรต (Grate) งบประมาณจัดลงแต่ละครั้ง ๔๙๙,๐๐๐ บาท เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่เกิน ๗ วันก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เพราะฉะนั้นผมเสียดาย งบประมาณที่เป็นการแก้ปัญหาแบบไม่ยั่งยืน
ส่วนเส้นทางที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเส้นทางจากสาย บ้านกระหวันไปบ้านโนนแสนคำ ไปบ้านหนองกระแชง ไปบ้านจานบัว ตำบลเสื่องข้าว ระยะทาง ๗ กิโลเมตร แล้วต่อจากบ้านจานบัวนั้นจะเชื่อมต่อไปยังบ้านหนองไผ่หนองแคน อำเภอเบญจลักษ์ และบ้านไผ่หนองแคนนี้เป็นจุดสำคัญซึ่งจะแยกไปทางที่ว่าการอำเภอ เบญจลักษ์และอีกเส้นทางหนึ่งไปเชื่อมต่อทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๕ อำเภอ กันทรลักษ์เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนใช้ในการสัญจรไปมา ทั้งไปทำงาน ทั้งขนถ่ายสินค้า เพื่อการเกษตร เส้นทางเส้นนี้มีความสำคัญมาก
เส้นทางที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเส้นทางที่เริ่มต้นจากถนนเชื่อม ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๑ เริ่มต้นที่บ้านสันติสุข ตำบลภูเงิน ไปบ้านตายู ตำบลสระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ มีระยะทาง ๓.๑ กิโลเมตร เดิมทีถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมโยธาธิการ เมื่อปี ๒๕๔๕ กรมโยธาธิการได้ถูกยุบไป ถ่ายโอนภารกิจให้กับทางองค์การ บริหารส่วนตำบลภูเงิน ซึ่งเกินความสามารถที่องค์การบริหารส่วนตำบลภูเงินจะดูแลและ ดำเนินการซ่อมสร้างถนนสายนี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และถนนสายนี้ยังต่อจากบ้านตายู ไปเชื่อมต่อบ้านกระหวัน ตำบลเสื่องข้าว สรุปแล้วถนน ๓ เส้นนี้เป็นถนนที่เป็นหัวใจสำคัญ ของพี่น้องอำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอไพรบึง อำเภอพยุห์ และอำเภอกันทรลักษ์
ท่านประธานที่เคารพครับ จึงเป็นสาเหตุที่ผมได้ตั้งกระทู้ถาม และขอถาม คำถามที่ ๑ รัฐบาลมีหลักเกณฑ์ในการจัดการลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ