สิริพงศ์ สนับสนุนช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว-เร่งเยียวยาโควิดสมุทรสาคร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลประเมินและตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรสาคร ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิต พร้อมเสนอให้ปรับแนวทางจัดการแรงงานต่างด้าวแบบไม่เน้นจับกุมแต่เชิญชวนขึ้นทะเบียน เร่งระดมศักยภาพทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือพื้นที่ประสบวิกฤต สื่อสารข้อมูลอย่างทันท่วงที และเตรียมความพร้อมรับมือช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมถึงเรียกร้องให้ขยายมาตรการเยียวยาอย่างทั่วถึงเพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมส่งกำลังใจให้คนไทยร่วมกันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอให้กําลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ทุก ๆ ท่าน ให้กําลังใจประชาชนคนไทยทุกคน ที่เรากําลังเผชิญหน้ากับวิกฤติโควิด (COVID) ในระลอก ๒ หรือระลอกใหม่นี้ ขอให้กําลังใจกับผู้ที่อยู่หน้างานทุกท่าน เมื่อสักครู่ ท่านณัฐวุฒิก็บอกว่าให้กําลังใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางจังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็ต้องให้ กําลังใจท่านหัวหน้าส่วนราชการในทุก ๆ จังหวัดที่กําลังอยู่กับความยากลําบากในขณะนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้องขอเสนอต่อรัฐบาลนั้น ผมสรุปมาได้ประมาณ ๔-๕ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ วันนี้รัฐบาลมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประเมิน สถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด แล้วก็ตัดสินใจให้เร็วที่สุด เหตุที่บอกว่ารัฐบาลนั้นต้องมีหน้าที่ ที่จะต้องประเมินสถานการณ์ให้เร็วที่สุด เพราะว่าวันนี้พวกเราในหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้แทนที่มาจากต่างจังหวัดทุกท่าน ท่านรู้ดีครับว่าวันนี้สภาพการณ์ ในพื้นที่ของพวกเราเป็นอย่างไร ในต่างจังหวัดตอนนี้ทําอะไรไม่ถูกเลยนะครับ ไม่ทราบเลย ว่าเราควรจะเดินไปทางไหน เดินไปทิศทางไหน อะไรทําได้ อะไรทําไม่ได้ และสิ่งเหล่านี้ มันเป็นความเสียหาย มันเป็นความเสียหายที่บางครั้งเรามองไม่เห็นด้วยซ้ํา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่าประสบปัญหาในเรื่องของความยากลําบาก ในการทํามาหากิน วันนี้เอาเฉพาะอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ ที่ใกล้กับเทศกาลปีใหม่ ที่เขาเตรียมกันเอาไว้ อย่างเช่นงานกาชาด อย่างเช่นงานประจําปี งานเฉลิมฉลอง เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ทันทีที่มันมีการแพร่ระบาด หากเราไม่รีบประกาศว่าควรจะต้อง ทําอย่างไร งานไหนทําได้ งานไหนทําไม่ได้ มันจะกลายเป็นว่าประชาชนเขาจะลงทุน มากขึ้นไป แล้วก็จะมีความเสี่ยงต่อการสูญเสีย ผมยกตัวอย่างครับ ผมเพิ่งฟังเรื่องนี้มา เมื่อวานสด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ การบินไทยเขาจะจัดงานทีจีวินเทอร์เฟสต์ (TG Winter Fest) ทันทีที่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้น มีลูกเรือที่เขาไม่ได้บิน มีลูกเรือที่เขาอยู่ในแผนฟื้นฟู เขาเตรียม หาของดี ๆ มาขาย ที่ผมเห็นแล้วผมสงสารมาก ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เขาเตรียมไข่ เขาบอกไข่ออนเซ็นจากอําเภอแจ้ห่ม จังหวัดลําปาง มาขาย สั่งไข่มา ๒๐,๐๐๐ ฟอง ปรากฏงานยกเลิก ไข่กองเต็มบ้าน อย่างนี้เป็นต้นครับ วันนี้รัฐบาลเราเห็นปัญหาทั้งหมด เราเห็นหน้างานมากที่สุด เรามีข้อมูลมากที่สุด ฉะนั้นรัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องตัดสินใจ ให้เร็ว กําหนดทิศทาง ผมเชื่อว่าประสบการณ์ของรัฐบาลเรามีมามากพอว่าระดับไหน ระดับไหน ระดับไหนที่เราควรจะเลือกใช้

ประเด็นต่อมาครับ รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือระดมทุกสรรพกําลัง ลงไปช่วยพื้นที่ที่เขากําลังเผชิญวิกฤติอยู่ในขณะนี้อย่าปล่อยให้เขาสู้ลําพัง ผมเชื่อมั่น ในกระทรวงสาธารณสุขตอนนี้ครับว่าเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ เรามีอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพียงพอที่จะดูแล แต่สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทํามาก ๆ ก็คือเราต้องไปช่วยพื้นที่ที่เขากําลัง เดือดร้อน แบ่งเบาเขาให้ได้มากที่สุด

ประเด็นต่อมาครับ ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. ที่ท่านอภิปรายไปก่อนหน้านี้ นโยบายเกี่ยวกับเรื่องแรงงานต่างด้าว วันนี้อย่าไปตามจับเขาครับ วันนี้สมควรที่เราจะมี มาตรการที่จะเชิญชวนเขาเข้ามา เพราะวันนี้สิ่งที่เราอยากได้มากที่สุดก็คือเราอยากจะเจอตัว อยากจะเจอตัวกลุ่มเสี่ยงเหล่านั้น เอาเขามาขึ้นทะเบียน แต่แน่นอนครับ คนที่ทําผิด ไม่ว่าจะเป็นราชการ ไม่ว่าจะเป็นนายหน้า ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามแต่ที่เขากระทําผิด ในท้ายที่สุดต้องโดนลงโทษ ต้องมีคนที่ได้รับโทษจากเรื่องนี้ แต่วันนี้ไม่ใช่เวลานั้น วันนี้เป็น เวลาที่เราจะต้องหาผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาร่วมกับเราให้ได้มากที่สุด การประชาสัมพันธ์ ของภาครัฐมีความจําเป็นที่จะต้องเพิ่มความถี่ให้มากขึ้น เพิ่มความแม่นยําให้มากขึ้น วันนี้สิ่งที่ เราเห็นเต็มโซเชียลมีเดีย (Social media) ในไลน์ (Line) ของทุกท่านเราเห็นครับ เด้งขึ้นมา บอกว่าที่โน่นเป็นแล้ว ที่นี่เป็นแล้ว ที่นั่นเป็นแล้ว แต่ไม่ใช่ข้อมูลของทางรัฐ ซึ่งหลายข้อมูล เป็นข้อมูลที่ผิด แล้วก็สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน แต่ในขณะเดียวกันหลายข้อมูล ก็เป็นข้อมูลที่ถูกครับ แต่ปรากฏว่าภาครัฐ เราแจ้งให้ประชาชนทราบช้ากว่าโซเชียลมีเดีย (Social media) ฉะนั้นวันนี้จําเป็นครับที่จะต้องปรับกลยุทธ์ มีการประชาสัมพันธ์ ทําความเข้าใจกับประชาชนให้รวดเร็วขึ้น

มาตรการสุดท้ายที่จะเสนอแนะก็คือ อีก ๒ สัปดาห์จะเป็นเทศกาลปีใหม่ จะมีคนเดินทางจํานวนมาก ความเข้มงวดในการตรวจสอบ ความเข้มงวดในการให้ความรู้ ผมคิดว่าถ้าไปเริ่มเฉพาะช่วงปีใหม่อาจจะไม่ทัน มีความจําเป็นครับ ที่วันนี้รัฐบาลจะต้องมี นโยบายให้ทุกจังหวัดเขาได้มีการเตรียมความพร้อมกันแล้ว

ท้ายที่สุดสิ่งที่ต้องฝากถึงรัฐบาล นอกเหนือจาก ๕ ประเด็นที่ผมได้พูดไปแล้ว นั่นก็คือสุดท้ายแล้วหลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปแล้วก็คือการเยียวยา การเยียวยาที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับครับว่าเราทําได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ดีมากนัก วันนี้ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ยังต้องการ การเยียวยาจากภาครัฐ ท่านจะต้องดูมาตรการที่มันกระจายมากกว่านี้สําหรับคนที่ได้รับ ผลกระทบในอีกหลาย ๆ กลุ่ม ดังที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้กล่าวไปแล้ว หลาย ๆ ท่าน สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ขอให้กําลังใจคนไทยทุก ๆ คนฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน เราสู้ชนะมาแล้วครั้งหนึ่ง และวันนี้เราก็จะชนะมันอีกครั้งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน