กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือเรื่องการยกฐานะศาลแขวงบางแห่งให้เป็นศาลจังหวัด และเรียกร้องการทราบงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการ พร้อมพิจารณาเร่งดำเนินการและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการดำเนินการของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการที่เรากําลังพิจารณาเรื่องร่างพระราชบัญญัติยกฐานะ ศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ท่านประธานครับ ผมจะพยายามอยู่ในประเด็นนะครับ แต่ว่ามันมีประเด็นข้อสงสัยคําถามหลายคําถามที่อยากถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานก่อนที่จะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ โดยหลักการเบื้องต้นนี่ผมเห็นด้วยว่าในสภาพปัจจุบันด้วยหลักการและ เหตุผลที่มีการระบุในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความจําเป็นที่บางพื้นที่หลายท้องที่ ในประเทศไทยจะต้องยกฐานะศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดเพื่อให้ทันกับสภาพการณ์แล้วก็ จํานวนอรรถคดีที่มีจํานวนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการยกฐานะ ศาลแขวงเป็นศาลจังหวัดมันเกี่ยวข้องกับการเงินการคลังของประเทศ
ประเด็นที่ผมจะเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือว่า เนื่องจากกฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่เห็นชัดที่สุดก็คือว่าขณะนี้ ๓ ศาลแขวงกําลังเปิดทําการอยู่ เมื่อมีการยกฐานะเป็นศาลจังหวัด แน่นอนที่สุดนะครับสิ่งที่เราเห็นภาพชัดก็คือว่ามันจะมีกระบวนการยุติธรรมอีกหลายหน่วยงาน เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นหมายความว่าจะต้องมีอัยการจังหวัดนครไทย จะต้องมีอัยการ จังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย และอัยการจังหวัดเวียงป่าเป้า นอกจากนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ กรมราชทัณฑ์อีกจะต้องมีการสร้างเรือนจํา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยชี้แจงในที่ประชุมก่อนที่ผมจะ พิจารณารับหลักการนะครับว่า เมื่อสักครู่ท่านแถลงว่า เมื่อผ่านขั้นรับหลักการ ผ่านวาระที่ ๓ พระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วจะต้องมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาต่อไปเป็นศาลจังหวัด เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียนถามว่าความพร้อมในเรื่องของฐานะการเงินของประเทศตอนนี้ ท่านได้มีการพิจารณางบประมาณทั้ง ๓ ศาล ที่จะมีการยกฐานะจากศาลแขวงเป็น ศาลจังหวัด แล้วก็มีการเพิ่มหน่วยงาน มีการสร้างเรือนจําอะไรต่าง ๆ เหล่านี้อีก ๓ แห่งนี่นะครับ ท่านบอกได้ไหมครับว่าต้องใช้งบประมาณอีกประมาณเท่าไร แล้วก็ทางรัฐบาลมีการเตรียม งบประมาณเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ในวงเงินประมาณเท่าไรบอกได้ไหมครับ
สุดท้ายนะครับ ผมอยากจะเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานสภา ผมเองคนหนึ่งแล้วนะครับที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่ จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้พรรคประชาชาติเราเคยยื่นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลจังหวัดสุไหงปาดีเข้าสู่สภาแห่งนี้ แต่ด้วยตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ปรากฏว่า ผมได้รับหนังสือจากสภาแห่งนี้แจ้งมาว่าร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดี ซึ่งแยกออกต่างหากจากศาลจังหวัดนราธิวาส ซึ่งปัจจุบันนี้นราธิวาสก็มีจํานวนอรรถคดี จํานวนมากขึ้นนี่นะครับ ปรากฏว่าได้รับหนังสือแจ้งว่าร่างพระราชบัญญัติที่พรรคประชาชาติ เสนอไปนั้นเกี่ยวข้องกับฐานะการเงิน จนถึงขณะนี้ผมก็ยังไม่ทราบความคืบหน้า ก็เลย อยากเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติจังหวัดสุไหงปาดี ที่แยกออกต่างหากจากศาลจังหวัดนราธิวาส ด้วยหลักการและเหตุผลลักษณะคล้าย ๆ กัน อย่างที่ท่านแถลงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็คือปัจจุบันนราธิวาสมีจํานวนอรรถคดีมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงกับเหตุการณ์ความไม่สงบมีจํานวนคดีอาญามากขึ้น ทางรัฐบาล คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการเงินร่างพระราชบัญญัติที่ผมเสนอไปแล้ว ไปถึงไหน อย่างไร หรือมีกระบวนการระยะเวลาในการพิจารณาอีกนานไหมครับกว่าจะมีหนังสือ แจ้งมาทางฝ่ายผมได้รับทราบว่าสิ่งที่เราได้ยื่นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลจังหวัดสุไหงปาดีนั้น มีโอกาส มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดนะครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ให้ ผมมีโอกาสอภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงทั้ง ๓ ศาล แล้วก็ หวังว่าท่านจะให้ความสําคัญในเรื่องของการพิจารณาจัดตั้งศาลจังหวัดเพิ่มขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ