ศุภชัย ชี้เชื่อมั่นรัฐสภา ยันกรรมาธิการทํางานสมบูรณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๓ กันยายน ๒๕๖๓

ศุภชัย ใจสมุทร ชื่นชมการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ดำเนินการด้วยความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาและประชาธิปไตย พร้อมแสดงความเห็นว่าการชุมนุมของนิสิต นักศึกษาเป็นการแสดงออกซึ่งความรักชาติและเป็นสัญญาณของประชาธิปไตยที่เบ่งบาน แต่ต้องระวังไม่ให้พลังบริสุทธิ์ของประชาชนถูกบดบังโดยผลประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมืองที่แทรกตัวเข้ามา

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาอันสั้น ๆ นี้ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ได้ทํา ผมเข้าใจว่าท่านทํางานด้วยความลําบากใจ อึดอัดใจ แต่อยากจะเรียนว่า ภารกิจหน้าที่ที่ท่านได้ทําไปเป็นไปอย่างสมบูรณ์ครับ ผมขอชื่นชมในสิ่งที่ท่านได้ทําไป ท่านประธานครับ ความรักชาติ ความรักประชาธิปไตย มันไม่เกี่ยวกับเรื่องอายุมาก อายุน้อย หนุ่ม แก่ หรือเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ความเป็นจริงก็คือว่าสิ่งหนึ่งซึ่งพวกเราที่อยู่ที่นี่ อยู่ที่นี่กันทุกคน เรามีความคิดซึ่งผมคิดว่าเราเหมือนกันก็คือเราเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการกําลังทําอยู่ก็ด้วยเชื่อมั่นในความเป็นรัฐสภา ความเป็น ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเราจึงทําหน้าที่ของเรา ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและ ไม่ร่วมท่านก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ผมก็ไม่คิดว่ารายงานนี้จะบกพร่องไปเพียงเพราะท่านไม่ได้ เข้ามาร่วม ท่านประธานครับ ผมเป็นคนจังหวัดตรังขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานทราบดี ในวันที่ผมอายุ ๑๒ ขวบ มีทนายความหนุ่มคนหนึ่งคือท่านประธานได้ลงสมัครผู้แทนราษฎร วันนั้นท่านหนุ่มมากและจนถึงวันนี้ระบบรัฐสภาไทยก็ยังมีชื่อนายชวน หลีกภัย อยู่ เหตุผล ประการเดียวครับ เพราะท่านเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ผมตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก ผมก็ชื่นชม ท่านอยู่ และวันนี้ก็ต้องเรียนท่านตรง ๆ ว่าระบบรัฐสภาเป็นระบบที่มั่นคง ความเป็นท่านเอง ท่านประธานก็เพราะระบบรัฐสภามีความเป็นอกาลิโก เป็นสิ่งที่พวกเราต้องประคับประคอง เพียงแต่อยากจะเรียนเรื่องนี้ก็ด้วยความรู้สึกว่าผมได้ติดตามคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ว่าเขาทํางานกันอย่างเต็มที่ ผมเห็นหลายท่านซึ่งวันนี้ก็ยังแสดงจุดยืนสําคัญในการที่แสดง ความห่วงใยต่อหมู่นิสิต นักศึกษา ที่ออกมาชุมนุม ในส่วนของการชุมนุม ผมขออนุญาตที่จะ แสดงความคิดเห็นว่าวันที่ผมเห็นโรงเรียนเก่าของผมยก ๓ นิ้วกันทั้งโรงเรียนในหน้าเสาธง ผมเห็นแล้วผมปลาบปลื้ม เพราะผมเห็นภาพทั้งหมดนี้เป็นภาพที่ผมอยากเห็นเมื่อ ๔๐ กว่าปี ที่แล้ว ที่ผมเป็นนักเรียนคนเดียวของโรงเรียนกระมังที่แอบไปชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนั้นกับวันนี้มีความต่าง แต่เป็นความงดงามของวันนี้ แต่วันนั้นถ้าผมจะยกนิ้ว ๓ นิ้ว วันนั้น ถ้ามีการยกนิ้ว ๓ นิ้ว ผมอาจจะต้องไปยกในตามสุมทุมพุ่มไม้หรือในห้องน้ํา แต่วันนี้ ประชาธิปไตยเบ่งบาน มีการชุมนุมผมเรียกว่าเป็นความงดงาม ถามว่าทําไมเป็นความงดงาม เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาเห็นอยู่ทั้งชีวิตของเขา วันนี้ถ้าเรามองย้อนกลับไป ๒๐ ปี ในบ้าน พ่ออาจจะเป็น นปช. แม่อาจจะเป็น กปปส. แม่อาจจะเป็นเหลือง พ่ออาจจะเป็นแดง ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่อยู่ในวัยคนหนุ่ม คนสาว ที่อายุประมาณ ๒๐ ปีทั้งนั้น มีทีวี (TV) เครื่องโทรทัศน์อยู่ ๒ ช่อง เปิดแช่ช่องสื่อทางการเมืองทั้งวันทั้งคืนซึมซับไป เพราะฉะนั้น อยู่ ๆ วันดีคืนดีผมก็ไม่เห็นด้วยว่าทางรัฐจะไปห้ามไปปรามบอกว่าเด็ก ๆ ทั้งหลายหนูกลับไป โรงเรียนเถอะ ก็ชีวิตเขาถูกหล่อหลอมมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นการที่เขาได้แสดงออกก็เป็นสิ่งที่ เราพึงจะให้โอกาส และผมได้ฟังได้อ่านในรายงานแล้วก็พบว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่เราเห็นตรงกัน การแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษา มีเหตุผลเป็นประการเดียว ก็คือความรักชาติ ความปรารถนาดีต่อชาติอยากให้เป็น ถามว่าพวกเราที่นี่ทุกคน ฝ่ายรัฐบาลพูดกันตรง ๆ พวกเราก็ไม่เห็นด้วยกับระบบเผด็จการ ไม่ต้องบอกว่าฝ่ายค้านต่อต้านเผด็จการมากกว่าฝ่ายรัฐบาลหรอกครับ ความจริงเราก็ไม่เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเรามีก็คือว่าประเทศจะต้องเดินหน้าด้วยระบบรัฐสภา เราฝันให้ไกล เราไปให้ถึง วันนี้เรามากันไกลพอสมควร เรามายังไม่ถึง ๒ ปี สิ่งที่เราแสดงกันให้เห็นก็คือว่าวันนี้รัฐสภา แห่งนี้พร้อมที่จะร่วมกันเดินหน้าในการแก้รัฐธรรมนูญที่บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ที่เป็น อุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ที่เยาวชน นิสิต นักศึกษา นักเรียนเห็น ก็ไม่ต่างจากที่เราเห็น หรอกครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่าในวันที่เมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว ผมไปชุมนุม อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้ลูกหลานก็กําลังออกมาเรียกร้อง มันก็ไม่ต่างกัน ประเด็น มีอยู่นิดเดียวครับที่อยากจะฝากก็คือว่า ผมได้เห็นว่าการชุมนุมตลอดมาภายหลังของเรา ทุกอย่างถ้าเป็นประชาชนล้วน ๆ ประชาชนออกมาแสดงจุดยืนในการเรียกร้อง ทุกอย่าง จะเป็นพลังบริสุทธิ์ แต่คําถามว่าจริง ๆ แล้ว เราได้พบว่ามีนักการเมืองเดินนําหน้าประชาชน เสียทั้งสิ้น พลังประชาชนอันเป็นพลังบริสุทธิ์ก็เลือนหายไป เพราะเป้าหมายในการเรียกร้อง ของประชาชนกับนักการเมืองที่แฝงไปอยู่ตรงนั้นต่างกัน ประชาชนต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่นักการเมืองแฝงไว้เรื่องอํานาจ วันนี้สิ่งที่อยากจะเรียนต่อท่านประธานก็คือว่าวันนี้ผมเชื่อ ในพลังบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ของนิสิต นักศึกษา ของนักเรียน เพราะแผ่นดินนี้จะเป็น แผ่นดินของเขา ที่จะต้องรับจากรุ่นของพวกผม รุ่นของท่านประธานและอีกหลายรุ่นไป เพียงแต่ขออย่างเดียวครับ ขอให้พลังของนิสิต นักศึกษาจงเป็นพลังอันบริสุทธิ์ต่อไป อย่าให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกเลยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ