ซูการโน สนับสนุนตั้ง กมธ. เดินหน้าท่องเที่ยวภาคใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓

ซูการโน มะทา หารือการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดยะลาที่เน้นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม พร้อมเสนอให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา เพื่อสร้างรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายซูการโน มะทา ยะลา

เรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎรที่เคารพ ผม ซูการโน มะทา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมตอง ขอบคุณทานประธานที่ไดใหโอกาสผมขึ้นมาอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอใหตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการดําเนินการการพัฒนาการทองเที่ยว ของภาคใตที่เสนอโดยนางสาวพิมพแภัทรา วิชัยกุล ในฐานะที่ผมก็เป็นสมาชิกสภาผูแทนราษฎร อยูใน ๑๔ จังหวัดภาคใต ก็ขออภิปรายเพื่อใหสภาอันทรงเกียรติแหงนี้ไดเห็นความแตกตาง ในเรื่องของการทองเที่ยว ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ทานจากภาคใตก็ไดพูดถึงการทองเที่ยว ในเรื่องที่มุงเนนวาตองอาศัยนักทองเที่ยวจากตางชาติเป็นสําคัญนะครับ สําหรับจังหวัดยะลา เป็นจังหวัดเดียวของ ๑๔ จังหวัดภาคใตแทบไมมีพื้นที่ติดทะเล ไมวาจะเป็นติดกับทางอันดามัน หรือฝั่งอาวไทยนะครับ ฉะนั้นจังหวัดยะลาจึงเป็นจังหวัดเดียวที่มีการทองเที่ยวที่เนนในเรื่องของการทองเที่ยวที่ให ความสําคัญกับการทองเที่ยวที่เป็นแหลงทองเที่ยวตามธรรมชาติ แหลงทองเที่ยวที่เป็น แหลงทองเที่ยวทางประวัติศาสตรและประเพณี วัฒนธรรม แตจากขอมูลทั้งหมดเราจะเห็น วาประเทศไทยเรามีรายไดจากการทองเที่ยว ๑,๕๐๐,๐๐๐ กวาลานบาท กอนโควิด (COVID) จะเกิดขึ้น แตวาจังหวัดยะลามีรายไดจากการทองเที่ยวเพียง ๗,๐๐๐ กวาลานบาทเทานั้น นอกจากปัญหาของการแพรระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) แลว จังหวัดยะลายังมีปัญหา เรื่องของความไมสงบที่ยาวนานมาถึง ๑๖ ปี อันนี้สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเสนอใหทางคณะกรรมาธิการ ไดไปศึกษาพิจารณาและเพื่อตองการที่จะมุงเนนใหการพัฒนาการทองเที่ยวใหเกิดเป็นรูปธรรม ใหมากที่สุด โดยเฉพาะอยางยิ่งผมคิดวาในจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาสนั้น มีประวัติศาสตรแความเป็นมาที่ยาวนาน และนักทองเที่ยวแมจะเป็นนักทองเที่ยวภายในประเทศ ก็ใหความสําคัญ วันนี้ภายใตวิกฤติการแพรระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) การล็อกดาวน (Lockdown) ของหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งเราก็ไมมั่นใจเหมือนกันวาหากเราเปิดพรมแดนขึ้นมา ปัญหาการแพรระบาดของโควิด (COVID) ที่มีอยูทั่วโลกกวา ๒๐ ลานคนนั้น จะมีผลกระทบ การทองเที่ยวหรือไม ผมจึงคิดวาวันนี้ประเทศไทยตองสงเสริมการทองเที่ยวแบบนิวนอรแมัล (New normal) ใหม ก็คือเราจะตองไมยืมจมูกของนักทองเที่ยวตางชาติมาหายใจ เราจะตอง ลุกขึ้นยืนดวยลําแขงของคนไทยดวยกัน นั่นหมายความวารัฐบาลตองพยายามกระจายเม็ดเงิน งบประมาณในการทองเที่ยวใหกับองคแกรปกครองสวนทองถิ่นไดไปพัฒนาแหลงทองเที่ยวที่ผมกลาว ทั้งหมดที่เป็นแหลงทองเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ทางดานประวัติศาสตร และทางดานวัฒนธรรม ใหองคแกรทองถิ่นเหลานี้ไดไปพัฒนาชวงที่เรากําลังปิดประเทศ และเมื่อถึงเวลาที่เราเปิดประเทศ ใหนักทองเที่ยวเขามาแลว ผมคิดวาเราก็จะมีความเขมแข็งในการทองเที่ยว เราก็จะสามารถ สรางรายไดการทองเที่ยวใหมันเป็นรายไดหลักของประเทศกลับมาอีกครั้งหนึ่งก็ไดนะครับ ทานประธานที่เคารพครับ ผมอยากฝากทางกรรมาธิการนิดหนึ่งวาวันนี้จังหวัดยะลาเป็นแหลง ที่เป็นการทองเที่ยวในเชิงของโบราณสถาน โบราณวัตถุ และที่สําคัญมีประวัติศาสตร ความเป็นมาของการพัฒนาการของการศึกษาอิสลาม มีนักปราชญแทางการศึกษาไปสราง ที่เป็นคนพื้นเพในจังหวัดชายแดนภาคใต จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส มีนักศิลปะที่มีฝีมือไปสรางชื่อเสียงใหกับโลกตะวันออกกลางอยางประเทศซาอุดิอาระเบีย ก็หลายทาน ฉะนั้นวันนี้ผมอยากใหทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา ลองมาปรับในเรื่องของการพัฒนาการทองเที่ยวของจังหวัดยะลา เชน สงเสริมใหมีพิพิธภัณฑ ที่จะรวบรวมขอมูลโบราณวัตถุ โบราณสถาน เอกสารตาง ๆ หรือหนังสือ แมกระทั่ง พระมหาคัมภีรแอัลกุรอาน หรือกริชที่เป็นอาวุธของพี่นองชาวมลายูปัตตานีในอดีต ในการตอสู มาเป็นพิพิธภัณฑ ประเทศเพื่อนบานเรารัฐกลันตันมีพิพิธภัณฑเพื่อแสดงถึงวิวัฒนาการ การพัฒนาของชุมชนชาวมลายูในรัฐกลันตัน แตเรามีพื้นที่อยูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต เรากลับไมมีพิพิธภัณฑแตาง ๆ เหลานี้ ผมอยากตั้งขอสังเกตและอยากเสนอใหทางรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬาไดเนนไปสงเสริมการทองเที่ยวเชิงโบราณสถาน เรื่องของ วัฒนธรรม ธรรมชาติ สิ่งสําคัญที่สุด วันนี้มันมีการทองเที่ยวอันหนึ่งที่ผมคิดวาเป็นการ ทองเที่ยวดวย เขามาศึกษาธรรมะดวย มาศึกษาจริยธรรมศาสนาดวย นั่นคือเรามีศูนยแจริยธรรม สําคัญที่ใหญที่สุดของอิสลามอยูที่จังหวัดยะลาที่มัรกัสตาเซะ วันนี้เขามีพื้นที่ที่จะตองพัฒนา ดวยศักยภาพของเขาเอง ถาหากกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬาหรือกระทรวงวัฒนธรรม ไปสงเสริม สนับสนุนในการดําเนินการสรางสถานที่มัสยิดที่มีพื้นที่ถึง ๔๑ ไร ใหญมาก จุคนไดจํานวนมาก สิ่งเหลานี้จะดึงดูดนักทองเที่ยวที่ตองการมาทองเที่ยวและศึกษาเรียนรูจริยธรรมของศาสนา ในปีหนึ่งหลายแสนคน ผมคิดวาเพื่อแกปัญหารายไดของการทองเที่ยวของจังหวัดยะลาที่มี เพียงแค ๗,๐๐๐ กวาลานบาทตอปี เพื่อใหเศรษฐกิจของจังหวัดยะลาดีขึ้น ผมก็อยากมี ขอเสนอแนะอยางนอยเพื่อเป็นทางออกใหกับทานคณะกรรมาธิการก็คือ ๑. ฝุายความมั่นคง จะตองปรับบทบาท ๒. ลดมาตรการดานความมั่นคงลงเพื่อสงเสริมการทองเที่ยวใหได ๓. รัฐบาลจะตองแกเรื่องของการกระจายอํานาจ กระจายงบประมาณใหกับทองถิ่นในเรื่อง ของการสงเสริมการทองเที่ยวใหมากกวานี้ เพราะวาผมเชื่อวาการพัฒนาแหลงการทองเที่ยว ที่เป็นเชิงธรรมชาตินั้นสามารถทําใหเกิดการทองเที่ยวที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดยะลาไดนะครับ ขอบคุณมากครับ