กนก สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาพัฒนาการท่องเที่ยวหลังโควิด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓

ศาสตราจารย์กนก วงษ์แตระหงษาน สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเสนอแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารและวัฒนธรรมที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น วัตถุดิบเฉพาะถิ่น และประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อสร้างสินค้าและบริการใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยและผลักดันเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19

ศาสตราจารยแกนก วงษแตระหงาน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนทานประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษแตระหงาน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย ขออนุญาตสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนา การทองเที่ยวภาคใตและการแกไขปัญหาการทองเที่ยวของประเทศไทย โดย ส.ส. พิมพแภัทรา วิชัยกุล แลวก็ ส.ส. นริศ ขํานุรักษ ของพรรคประชาธิปัตยแครับ ทานประธานที่เคารพครับ เหตุการณแของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ที่เกิดขึ้นทําใหเราพบความจริงขอหนึ่งที่สําคัญก็คือวา การทองเที่ยวเป็นสินคาและบริการที่จะสรางรายไดที่เร็วที่สุดใหกับประเทศไทย เพราะฉะนั้น การทองเที่ยวจึงนาจะเป็นโจทยแที่สําคัญของการพลิกฟื้นประเทศไทยของเราหลังโควิด-๑๙ (COVID-19) จากการประเมินทางนโยบายของรัฐบาลไดระบุพื้นที่ ๓ เรื่อง ในการพลิกฟื้น เศรษฐกิจของประเทศ เรื่องแรกคือเรื่องอาหาร เรื่องที่ ๒ คือสุขภาพ และเรื่องที่ ๓ คือ การทองเที่ยว ซึ่งถือวาเป็นจุดแข็งและเป็นอนาคตของเศรษฐกิจของประเทศ นั่นหมายความวาถาเรานํา ๓ เรื่องนี้มาผสมผสานกันและทําใหเกิดสินคาและบริการใหม ของประเทศก็จะทําใหโอกาสการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศนั้นประสบความสําเร็จ คําถามก็คือวาสินคาและบริการนี้คืออะไร นี่คือโจทยแของการทองเที่ยวที่เราจะตองหาคําตอบ คําตอบที่ผมอยากจะขออนุญาตนําเสนอใหกับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น ก็คือ การทองเที่ยวเชิงอาหาร วัฒนธรรม ซึ่งคํานี้มาจากภาษาอังกฤษ ขออนุญาตใชนะครับ แตวาคําไทยยังแปลไมตรงนัก คือคําวาแกสโทรโนมี ทัวริซึม (Gastronomy Tourism) นั่นหมายความวาการทองเที่ยวเราไมไดขายการทองเที่ยวดวยธรรมชาติแตเพียงอยางเดียว เชนอดีตที่ผานมาที่บอกวาเราขายซัน ซี แซนด (Sun Sea Sand) ขายแสงอาทิตย ขายทะเล ขายหาดทราย ขายปุาไม เป็นตน สิ่งเหลานั้นก็ยังคงมีคุณคาอยูเหมือนเดิม แตไมเพียงพอแลว สิ่งที่คนโหยหามากขึ้นคืออาหาร จะทําอยางไรใหอาหารซึ่งประเทศไทยของเรามีความไดเปรียบ อยางมาก แลวก็อาหารนั้นก็สะทอนความเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทย แลวที่สําคัญคือ อาหารที่เรารับประทานเขาไปนั้นนักทองเที่ยวที่จะเขามาก็จะเป็นประโยชนแตอสุขภาวะของเขา ทั้งในทางรางกายและจิตใจ โจทยแนี้คําถามก็คือทําอยางไร ผมอยากจะขออนุญาตชวน ทานประธานคิดยอนกลับไปในอดีตวาในชวงกอนปี ๒๕๐๐ เราเกิดปัญหาในประเทศไทย ระหวางคนไทยเชื้อสายจีนกับคนไทยดวยกัน แลวก็เกิดปัญหาความขัดแยงระหวางชาติพันธุแขึ้น รัฐบาลในตอนนั้นก็ไดคิดที่จะสรางอะไรสักอยางหนึ่งที่จะรวมกันระหวางคนไทยกับคนจีน ก็ไดนํามาถึงประเด็นที่วาอาหาร ก็คือนําสิ่งที่คนจีนกินก็คือเสน หรือเรียกวากเวยเตี๋ยว เตาหูนี่ คนจีนกิน แลวก็ทําอยางไรจึงจะเอามาผสมกับความเป็นไทย ก็เอามะขามเปียกแลวเอาน้ําตาล ที่เรียกกันงาย ๆ ภาษาชาวบานวาน้ําตาลปี๊บเอามาผสมกันแลวก็เกิดตํารับใหมเรียกวาผัดไทย ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจนถึงวันนี้ นั่นคือตัวอยางที่สําคัญของการคิดคนอาหารใหม ๆ ทานประธานทราบไหมครับวาอาหารไทยของเราจากงานวิจัยที่ผมทําพบวามันมีประโยชน กับรางกายคือระบบการหายใจ แลวก็ระบบการยอยและทางเดินอาหาร นี่เป็นจุดเดนของ อาหารไทยครับ ถาเรานําสิ่งเหลานี้มาเป็นประโยชนในการขายอาหารไทย ยกตัวอยางเชน ในภาคใตเรามีขมิ้นชันซึ่งมีสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชนแอยางมาก ในภาคกลางเรามีมะอึก ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชนแอยางมาก ในภาคเหนือเรามีกระโดนซึ่งมีสารออกฤทธิ์ที่มี ประโยชนแอยางมาก แลวในภาคอีสานของทานประธานมีขี้เพี้ย ทานประธานรูจักขี้เพี้ยดี รสขมมีประโยชนแตอทางรางกาย สิ่งเหลานี้เป็นความรูใหมที่วิทยาศาสตรแวันนี้เราไดอธิบาย ไดแลววามันคืออะไร และเป็นประโยชนแมีสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชนแตอรางกายอยางไร เมื่อเป็นแบบนี้เราก็จะนําสิ่งเหลานี้มาประกอบกันใหเป็นอาหารครับ บวกกับเรื่องราวทาง วัฒนธรรมของเรา ไปอีสานตองกินขี้เพี้ย ตอไปขาวจี่ใสขี้เพี้ยก็ได แลวอาจจะมีการผสมผสาน ระหวางขี้เพี้ยกับขมิ้นชัน ก็เป็นการบูรณาการของภาคใตกับภาคอีสานเป็นอยางดี จังหวัดกระบี่ กับจังหวัดสกลนครก็อาจจะทํางานดวยกันได สิ่งเหลานี้เป็นตัวอยางที่ผมตองการจะเรียนกับ ทานประธานวาแนวคิดของการสรางการทองเที่ยวดวยการคิดสินคาและบริการใหมที่ไมเคย มีมาเลยในโลกนี้และคนไทยเราคิดไดครับ วันนี้ ส.ส. ในสภาแหงนี้อยางนอย ๕-๖ คน กําลัง ทํางานเรื่องนี้และเรามีคําตอบในเรื่องเหลานี้แลวครับ ดวยเหตุผลดังกลาวนี้เองจึงเป็น สิ่งจําเป็นที่เราจะตองสนับสนุนใหมีการศึกษาเรื่องนี้อยางจริงจังและทําใหเกิดผลลัพธแขึ้นได คําถามก็คือวาเราจะบริหารจัดการมันอยางไร สิ่งแรกที่เราตองทําคือการบูรณาการองคแความรู ทางดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยตาง ๆ ที่เรามี การคนพบขี้เพี้ยนี้มาจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร แลวก็เราจะตอง มารวมมือกับภาคเอกชนแลวก็สวนราชการที่เกี่ยวของ ทานประธานทราบไหมวาเราพบ ขี้เพี้ยแลวขายขี้เพี้ยไมไดเพราะ อย. ยังไมรับรอง เนื่องจากสารออกฤทธิ์นั้นตองมีการ ไปวิจัยเพื่อรับรองความปลอดภัยเสียกอน เราตองไปทํางานกับ อย. เพื่อที่จะทําใหเรา เอาสิ่งดี ๆ ในบานเรานั้นยืนยันโดย อย. วาปลอดภัยแลวไปขายไดครับ แลวก็แนนอนรัฐบาลจะตองลงทุนเพื่อที่จะทําใหเกิดโครงการนี้เกิดขึ้น เราอยากจะเห็น แกสโทรโนมี ทัวริซึม (Gastronomy tourism) เกิดขึ้นในภาคอีสาน เกิดขึ้นในภาคใต เกิดขึ้นในภาคเหนือ ในภาคกลางเป็นตน แลวหลังจากนั้นเราก็จะมีแกสโทรโนมี ทัวริซึม (Gastronomy tourism) ของประเทศไทย อันนี้ผมอยากจะเสนอทานประธานเลยวา จะเป็นโครงการเรียกวาสตารแตอัป ไทยแลนด โพรเจกต (Startup Thailand Project) โครงการสตารแตอัป (Startup) ประเทศไทยดวยแกสโทรโนมี ทัวริซึม (Gastronomy tourism) ซึ่งถาเป็นอยางนี้แลวก็จะทําใหประเทศไทยของเราพลิกฟื้นดวยสินคาใหมและบริการใหม ที่ไมมีที่ไหนมีในโลก ดวยเหตุผลอันนี้ผมจึงขออนุญาตสนับสนุนใหตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการดําเนินการพัฒนาการทองเที่ยวของภาคใต และการแกไขปัญหา และพัฒนาการทองเที่ยวของประเทศไทย สิ่งเหลานี้เป็นความหวังที่เราตั้งใจวาจะทําใหเกิดขึ้น สตารแตอัป ไทยแลนด โพรเจกต (Startup Thailand Project) ดวยแกสโทรโนมี ทัวริซึม (Gastronomy tourism) ขอบพระคุณครับ