ประเสริฐ บุญเรือง หารือปัญหายาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการผลิตยาเสพติดจากสารไซยาไนด์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของมาตรการเดิม การบกพร่องของหน่วยงานปราบปราม และการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดผล จนเกิดความเอือมระอาในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้จะอภิปรายสนับสนุนผู้เสนอญัตติและขอให้เป็นญัตติที่พิจารณาแล้ว แล้วนํามาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นจริงได้ ๘ เดือนที่ผ่านมาผมได้อภิปราย และนําเสนอข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องของยาเสพติดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จนมาปี ๒๕๖๓ อัตราการขยายตัวของยาเสพติดถือว่าเป็นปัญหาที่ก้าวกระโดดขึ้นมา ซึ่งในปี ๒๕๖๑ คดีที่เกิดขึ้นต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างในกรณี ของยาเสพติดเกี่ยวกับพวกแอมเฟตามีน (Amphetamine) ก็คืออยู่ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คดี แต่ปี ๒๕๖๓ กระโดดขึ้นมาเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คดีเกี่ยวกับยาเสพติดเรื่องยาบ้าและยาไอซ์อยู่ ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คดี เรื่องอย่างนี้ปัญหายาเสพติดที่มันเกิดขึ้นก็เกิดอยู่ในบริเวณ ลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกิดขึ้นแถวสามเหลี่ยมทองคํา ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศไทย ซึ่งแต่ก่อนปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นมันมาจากสารตั้งต้นที่เรา เรียกกันว่าซูโด (Pseudo) และซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) มันไหลขึ้นมาตาม ลําแม่น้ําโขงและเกิดการต่อสู้ขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็เล็ดลอดขึ้นมา อีกสิ่งหนึ่ง ที่มาจากกรมศุลกากรที่สั่งเข้ามา ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) นี้เป็นสารที่เอามาผลิต เป็นยาแก้ไอ ณ ปัจจุบันนี้ จากซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ในปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ แต่ว่าในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ นี้ การผลิตยาเสพติดนั้นมันได้พัฒนาขึ้นไป โดยการใช้ สารไซยาไนด์ (Cyanide) ขึ้นมา ท่านประธานรู้ไหมว่า ๑๐๐ กิโลกรัม ผลิตได้ ๑๐ ล้านเม็ด เราถึงเห็นการจับกุมยาเสพติดมีปัญหามากที่สุดและรุนแรงที่สุด ประเทศไทยของเรา คดีที่ปัญหามากที่สุดก็คือคดียาเสพติด ซึ่งมีจํานวนผู้ต้องขังอยู่ทั้งหมดประมาณ ๓๑๐,๐๐๐ กว่าคน ในปี ๒๕๖๓ ข้อมูล ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม แต่เป็นที่น่าตกใจมากคือ อัตราเฉลี่ยจํานวนอายุของประชากรที่มาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดคืออายุแค่ ๑๕ ปีจนถึง ๒๔ ปี อันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าปัญหายาเสพติดเข้าขั้นวิกฤติทั้งที่เป็นวาระแห่งชาติ ของรัฐบาล เราเคยเห็นอยู่ในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าลูกฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ปล้น จี้ วิ่งราว ลักเล็กขโมยน้อย การค้ายาเสพติด ส่งยาเสพติด อย่างที่หลายท่านได้คุยไปแล้ว อายุน้อยลง เป็นเด็กส่งยา ในพื้นที่ เราก็จะเห็นอยู่ในพื้นที่ไม่ว่าอยู่ต่างจังหวัดหรือชั้นในของกรุงเทพมหานคร งบประมาณที่ได้ทุ่มลงไปถือว่าเป็นจํานวนมหาศาล แต่รูปแบบการดําเนินการอย่างที่ท่าน หลายท่านได้พูด รูปแบบการดําเนินการก็เป็นรูปแบบลักษณะเดิม ๆ ๑๕ ปีที่ผ่านมา เป็นอย่างไร ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น เช่น เมื่อสักครู่นี้ท่านหนึ่งก็บอกว่ากีฬาต้านยาเสพติด ประสบผลสําเร็จไหม ๑๕ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมามันก็เป็นลักษณะการจัดกีฬาต้านยาเสพติด เหมือนเดิม แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับเม็ดเงินงบประมาณไปแล้วก็ทําเรื่องหมู่บ้านปลอดยาเสพติด หมู่บ้านสีขาว โครงการมีเยอะแยะ แต่งบประมาณเป็นหลายแสนล้านบาทที่ทุ่มลงไป กระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ จริง ๆ แล้วผมในฐานะเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาเรื่องหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่า ป.ป.ส. ป.ป.ส. นี่ท่านประธานทราบไหมว่า มีจํานวนบุคลากรของ ป.ป.ส. แค่ ๑,๒๐๐ กว่าคน แต่ทําไมถึงจับยาได้ ก็ไปอบรมตํารวจบ้าง อบรมเสร็จแล้วก็มอบไป มอบอะไร ตราคล้องคอขึ้นไปบอกว่าเป็น ป.ป.ส. ออกไปหาจับยา ไปจับยาเสพติด แล้วก็การจับยาเสพติดบางครั้งเราก็ได้ยิน เกิดการขู่กรรโชกหรืออะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ขู่กรรโชก เอาไปขู่บ้างเอาไปรีดเงินบ้าง ต่าง ๆ นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วงบประมาณตั้งหลายกระทรวง ๙ กระทรวง ๒๖-๒๗ หน่วยงาน งบแม้แต่ผมเป็น อนุกรรมาธิการอยู่ปัจจุบันนี้ก็ยังได้เห็นว่างบอนุกรรมาธิการยังได้เห็นสอดแทรกเข้าไปว่า หน่วยงานส่วนใหญ่ที่รับเม็ดเงินไปแล้วก็คือไปจัดการอบรม ไปจัดสัมมนา บางหน่วยงาน รับงบประมาณไปแล้วซึ่งเป็นงบฟังก์ชัน (Function) แล้วก็งบบูรณาการเพิ่มเติมเข้าไป นี่เขา บอกว่าการใช้เม็ดเงินจะเป็นประโยชน์หรือไม่ ท่านประธานก็จะเห็น จนพี่น้องประชาชน เกิดความเอือมระอาเกิดขึ้นในสังคมของประเทศ เห็นจากสื่อทั้งทีวี (TV) เห็นจากสื่อ ทั้งโซเชียล (Social) และเห็นจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์อะไรต่าง ๆ เห็นหมด พี่น้องประชาชนขาดกําลังใจจนไม่ดูแล้วประธาน ไปดูข่าวอะไร ข่าวลุงพลบ้านกกกอกเดี๋ยวนี้ เยอะแยะ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาอย่างนี้ ผมบอกว่าการจะแก้ไขปัญหาอย่างนี้ ป.ป.ส. ที่เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ เราต้องมา พินิจพิเคราะห์เรื่องการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ต้นน้ํามันคืออะไร ต้นน้ํา คน ๑,๒๐๐ คน แล้วก็มีหน่วยสนับสนุนก็คือเป็นตํารวจที่อบรมเข้าไป จริง ๆ แล้วทหาร ณ ปัจจุบันนี้หน่วยงานของกระทรวงกลาโหมก็ยังไม่ได้รบราฆ่าฟันอะไรกันต่าง ๆ น่าจะเอา เรื่องลักษณะนี้ เอาเม็ดเงินไปสนับสนุนหน่วยงาน ไปสกัดกั้นในกรณีของต้นน้ํา ยาข้ามฝั่ง ขึ้นมาสืบรู้ดําเนินการตัดปัญหาแต่ต้นลม กลางน้ําคือกระทรวงสาธารณสุข ก็สร้าง ความเข้าใจ กระทรวงมหาดไทยก็สร้างความเข้าใจ แต่ว่าการสร้างความเข้าใจนี้ลองหา วิธีการที่มันชัดเจน และดําเนินการแล้วเป็นผลสําเร็จเกิดขึ้น อย่างนี้ต้องดําเนินการ และปลายน้ําคือกระทรวงยุติธรรม ปัญหาของกระทรวงยุติธรรมไม่ว่ากรมราชทัณฑ์ที่มัน เกิดขึ้นนี้ ถูกจับไปอยู่ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คนคัดคนออกมา คัดคนออกมาว่าคนนี้ เป็นนักโทษชั้นไหน คนนี้เป็นนักโทษชั้นไหน ลดบทบาทของกรมราชทัณฑ์ช่วยเหลือ กรมราชทัณฑ์ให้จํานวนนักโทษ ๑ ต่อ ๘๐ ตามสเต็ป (Step) ที่เขาดําเนินการ แล้วแยกไปให้ กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ดําเนินการอัดเม็ดเงินเข้าไป ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือ ข้อเสนอแนะ แล้วก็เห็นด้วย แล้วก็เห็นชอบที่จะตั้งคณะกรรมาธิการและญัตติตรงนี้ ผ่านเข้าไปครับท่านประธาน อาจจะได้เวลาน้อยก็ขอท่านประธานแค่นี้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ