ณัฐวุฒิ เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาโครงสร้างราคาพลังงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเร่งแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ำมันที่ไม่เป็นธรรม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการผลิตน้ำมันในประเทศ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบรายได้จากภาคพลังงานอย่างรอบด้าน และผลักดันพลังงานทางเลือกเพื่อกระจายประโยชน์สู่ประชาชนอย่างเป็นธรรม

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผมได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุน น้ํามัน โดยมีหลักการเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาในเรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ํามัน

เหตุผล ด้วยปัจจุบันราคาขายปลีกน้ํามันของประเทศไทยสูงกว่า ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน (ASEAN) เช่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า เป็นต้น ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบทําให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยมีโครงสร้างราคาพลังงานที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าประเทศไทย จะเป็นแหล่งขุดเจาะน้ํามันได้หลายแห่ง เช่น แหล่งอู่ทอง แหล่งสังฆจาย แหล่งบึงกระเทียม และแหล่งหนองผักชี ซึ่งอยู่ในพื้นที่อําเภอเมือง และอําเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้ง มีการนําเข้าน้ํามันจากต่างประเทศเป็นจํานวนมาก แต่ราคาขายปลีกจากแหล่งที่มาทั้ง ๒ กับราคาขายที่เท่ากันส่งผลให้ราคาน้ํามันในประเทศยังคงมีราคาขายปลีกที่สูงเช่นเดิม ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน และเพื่อเป็นการรักษา ความมั่นคงของประเทศในทางเศรษฐกิจ จึงมีความจําเป็นรีบด่วนที่ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงสร้าง ราคาพลังงานและกองทุนน้ํามันขึ้นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นด้วยกับคําอภิปรายของท่านนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ขออภัยที่เอ่ยนาม เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าถึงเวลาแล้วครับที่ต้องมีการปรับโครงสร้าง ราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ถึงเวลาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากแพงให้ถูกลงครับ เราได้ยินคําว่าโชติช่วงชัชวาลมานานแล้วครับ เป็นคําที่ทําให้หัวใจคนไทยทั้งประเทศเบิกบาน เพราะว่าเราจะร่ํารวยจากการได้พบแหล่งน้ํามันทั้งใต้ดิน ทั้งใต้ทะเลและแก๊สธรรมชาติ จํานวนมหาศาล เราจะได้ใช้น้ํามันราคาที่ถูกลง รอแล้วครับ รอแล้ว มาถึงปัจจุบันเราก็ยังใช้ ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงราคาแพงอยู่นะครับ คําถามก็เกิดขึ้นว่าคนไทยได้อะไรจากการขุดค้นพบ บ่อน้ํามันและแก๊สมหาศาลในอ่าวไทย ใครได้ประโยชน์ครับ ก่อนอื่นก่อนที่ผมจะยื่นญัตติ ฉบับนี้นะครับ ผมทํา ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ ผมได้ปุจฉาและผมได้รับวิสัชนามา ผมจะเอา เรื่องปุจฉาของผมก่อนนะ ผมปุจฉาอะไร ผมได้ปุจฉาโดยการตั้งกระทู้ถาม ที่ ๐๐๓ ร. เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เรื่อง การขุดเจาะน้ํามันในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถามนายกรัฐมนตรี ให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา ถามอะไรบ้างครับ กระผมปุจฉาไป ๓ เรื่อง ก็คือ ๑. ขุดเจาะน้ํามันบริเวณใดบ้าง ในปัจจุบันและอนาคตในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ๒. ขุดเจาะน้ํามันไปแล้วปริมาณเท่าใด คําถามสุดท้าย จัดสรรงบประมาณให้แก่ท้องถิ่น ทั้งหมดแล้วจํานวนเท่าใดในจังหวัดสุพรรณบุรี วิสัชนาครับ สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรแจ้งผมเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ว่านายกรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ถาม ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เล่มที่ ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

ข้อแรก บริษัทที่มีการขุดเจาะน้ํามันในจังหวัดสุพรรณบุรีประกอบไปด้วย ปตท.สผ. แหล่งอู่ทอง แหล่งสังฆจายเถร อําเภอเมือง อําเภออู่ทอง มีตําบลสวนแตง ตําบลศาลาขาว และตําบลเจดีย์ บริษัท แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ขุดเจาะ ที่แหล่งหนองผักชี ตําบลวัดโบสถ์ ตําบลวังน้ําเย็น อําเภอบางปลาม้า ตําบลหัวโพธิ์ อําเภอสองพี่น้อง

ข้อ ๒ ปริมาณน้ํามันดิบที่ขุดเจาะในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ถึงปี ๒๕๖๒ มีปริมาณทั้งสิ้น ๗,๕๓๓,๙๒๑ บาร์เรล ลองมาคํานวณดูครับ จํานวนดังกล่าว ถ้า ๑ บาร์เรลเท่ากับประมาณ ๑๖๐ ลิตร ก็จะได้น้ํามันดิบไปทั้งสิ้น ๔๕๒,๐๓๔,๒๖๐ ลิตร ถ้าสมมุติว่า ๔๕๒,๐๓๔,๒๖๐ ลิตร ราคาลิตรละ ๑๐ บาท ก็จะเป็นจํานวนเงิน ๔,๕๒๐,๓๔๒,๖๐๐ ล้านบาท ที่ขุดที่จังหวัดสุพรรณบุรีไป ตัวเลขที่เห็นปรากฏ คําตอบสุดท้ายนะครับ ค่าภาคหลวงที่ให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีของผม นายกรัฐมนตรีตอบมาว่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ถึงปี ๒๕๖๒ จัดสรรให้กับท้องถิ่นรวมทั้งสิ้น ๑๕๒,๐๑๑,๑๒๘.๗๒ บาท ให้กับ อบจ. ในจํานวนนี้นะครับ แบ่งเป็น ๒ ก้อน ก้อนหนึ่ง ให้ อบจ. ๗๑,๗๓๒,๔๔๑.๐๕ บาท ให้กับ อบต. หรือเทศบาล ๘๐,๒๗๘,๖๘๗.๖๗ บาท คําถามก็คือว่าเมื่อได้รับวิสัชนาแล้วผมต้องมายื่นญัตติฉบับนี้ครับ เพราะว่าเกิดคําถาม อีกมากมาย คําถามอีกมายมายที่ตามมานั่นก็คือว่าตัวเลขที่ขุดเจาะน้ํามันไปได้ ๗ ล้านกว่าบาร์เรล หรือ ๔๕๐ กว่าล้านลิตร มันเป็นตัวเลขที่แท้จริงไหม เพราะว่าบ่อน้ํามันที่ขุดเจาะไม่สามารถ เข้าไปตรวจสอบได้เลย ถามนายก อบต. ก็บอกว่าเห็นรถคืนหนึ่งออกไม่รู้กี่สิบคัน รถบรรทุก น้ํามัน แล้วไม่มีมิเตอร์ เรียลไทม์ (Miter real time) ที่จะไปตรวจสอบด้วย นี่ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง เงินจํานวนที่ให้กับท้องถิ่น ๒๘ ปี ๑๕๒ ล้านบาทนี่ ความจริงแล้วค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียมมันต้องได้อย่างน้อย ๆ ร้อยละ ๒๐ แต่ปรากฏว่า ๑๕๒ ล้านบาท คือแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง นี่โครงสร้างราคาน้ํามันตั้งแต่หลุมเลยครับ ไม่ต้องเอาหน้าโรงกลั่นหรอกครับ ตั้งแต่หลุมเลยประโยชน์มันได้กับใครครับ ประชาชนได้ไหม ชาวนาได้ไหม เจ้าของแผ่นดินที่มีน้ํามันได้ไหม ประเทศ ประชาชนได้ไหมครับ คําถามเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ผมจึงต้องมายื่นญัตติว่าถึงเวลาแล้วครับ เราควรจะปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แล้วภาษีที่ขุดเจาะให้เขาตามกฎหมายเห็นว่าปฏิรูปพลังงาน กําลังจะแก้ให้เป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ํา แต่นี่ให้แค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วภาระในการบูรณะ ในการที่จะปรับปรุงพื้นที่ที่ขุดเจาะบ่อน้ํามันไปแล้วจะส่งผลกระทบในอนาคตอีกจํานวนเท่าไร เงินที่ให้นี้จะเพียงพอไหม ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้เลยในแต่ละจังหวัด ในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะได้ใช้น้ํามันราคาที่ถูกลง ท่านประธานครับ มีอีก ๒ เรื่อง นอกจากการปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ํามันแล้ว รัฐบาลจําเป็นจะต้องส่งเสริมอีก ๒ เรื่อง สําคัญครับ เรื่องแรก นั่นก็คือการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถแต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไร มันก็เลย ทําแผนปฏิบัติการรถไฟฟ้าไม่ได้ ศึกษาพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ มันเป็นประโยชน์ มันถึงยุค ของมันแล้วครับ น้ํามันเราจะได้นําเข้าน้อยลง นอกจากยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดที่ควรจะสนับสนุนนั่นก็คือเรื่องโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) โครงการส่งเสริม การติดตั้งโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) อย่างเสรีควรจะเกิดขึ้นแล้ว ปี ๒๕๖๑ ไทยใช้ พลังงานหมุนเวียนทั้งสิ้น ๗,๖๖๙ พันตันเทียบกับน้ํามันดิบ เพิ่มขึ้นแค่ ๔.๗ หรือคิดเป็นร้อยละ ๙.๒ ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย ยังไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาล ต้องเร่งแก้ไขกฎหมายระเบียบในการกํากับดูแลที่เป็นปัญหา ที่เป็นอุปสรรคไม่เอื้ออํานวย ต่อการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ รูฟ (Solor Roof) อย่างเสรี ให้เกิดค่าใช้จ่ายลดลงให้ได้ ท่านประธานครับ ไปดูมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สามย่าน ที่จอดรถตลาดของ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เขาใช้โซลาร์ รูฟ (Solor Roof) แล้วครับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะช่วยลดใช้พลังงานจากน้ํามันลง ดังนั้นกระผมจึงขอความกรุณาจากที่ประชุมแห่งนี้ ขอกรุณาตั้งคณะกรรมาธิการได้ศึกษาโครงสร้างราคาน้ํามันให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริง และการจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือถ้าจะนําเข้าสู่ คณะกรรมาธิการสามัญการพลังงานผมก็ไม่ขัดข้องครับ แต่ขอให้มีผลไปสู่การลดราคาน้ํามัน อย่างแท้จริงครับ กราบขอบพระคุณครับ