จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ เสนอให้เพิ่มความเข้มในการเฝ้าระวัง ควบคุมการเข้าประเทศ และเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดซ้ำ พร้อมชื่นชมความทุ่มเทของบุคลากรสาธารณสุขและ อสม. และเรียกร้องให้รัฐบาลโอนค่าตอบแทนเพิ่มเติมโดยตรงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคจากไวรัส โดยเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนงบประมาณเพียงพอ ร่วมมือกับประเทศที่มีความก้าวหน้า และย้ำความสำคัญของการรับรองความปลอดภัย พร้อมให้กำลังใจทีมปฏิบัติงานทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ซึ่งตัวผมและท่าน ส.ส. นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติด่วนให้หามาตรการป้องกัน แก้ไข ควบคุม ในเรื่องของการ ระบาดของโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) หรือว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) และ วันนี้สภาก็ได้ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมาธิการได้นํามาศึกษาและมาให้พวกเราได้ฟังใช้เวลา ประมาณ ๗-๘ เดือน ท่านประธานครับ ตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ถือว่าเข้าเดือนที่ ๘ จากเดือนมกราคม ถึงเดือนสิงหาคม ขณะนั้นมีผู้ซึ่งเป็นโรคโควิด ๒๐๑๙ (COVID 2019) ประมาณ ๑๓ ประเทศ ประเทศไทยมีประมาณ ๘ ราย ให้หลัง ๘ เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงวันนี้นั้นทั่วโลก มีผู้ซึ่งติดเชื้อทั้งสิ้น ๒๒,๐๔๙,๔๔๙ ราย ประเทศไทยในวันนี้มี ๓,๓๘๒ ราย เสียชีวิต ๕๘ ราย คงที่มา ๗๐ กว่าวันแล้ว ผู้ป่วยรายใหม่ ๑ ราย จากการเฝ้าระวังในการคัดกรอง ผู้ป่วย ในการคัดกรองผู้ซึ่งมีส่วนที่จําเป็นแล้วก็อยู่ในขั้นของพีโอไอ (POI) ที่จะต้องคัดกรองนั้น ทั้งสิ้น ๔,๕๖๐,๒๓๒ ราย จากทางสนามบิน จากท่าเรือ ๑๓๐,๙๓๗ ราย จากพรหมแดน ๒,๒๓๔,๐๘๑ ราย และจากที่ สตม. แจ้งมาแล้วอีก ๒๕๔,๓๐๒ ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังนั้น ๓๙๗,๔๒๒ ราย ที่ผมต้องพูดตัวเลขตรงนี้ เพราะว่าในตอนท้ายนั้น ผมจะขอสรุปในเรื่องว่าการเฝ้าระวัง การศึกษาของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาของทางด้าน สาธารณสุขควบคุมโรคระบาดถือว่าทํางานได้ดี แต่ก็ขอเพิ่มเติมในบางสิ่งบางประการ ที่จะเพิ่มเติม ในเรื่องแรกก็คือ เรื่องที่กรรมาธิการหรือพวกเราได้ดําเนินการตรงนี้ อยากฝาก ว่าโรคอุบัติใหม่นั้นมักจะเกิดขึ้นมาโดยบางทีถ้าเราไม่มีการตั้งตัวเตรียมรับมือไว้ก่อน มาแล้วครั้งแรกนี่เราอาจจะฉุกละหุก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นโรคซาร์ส (SARS) โรคเมอร์ส (MERS) โรคไข้หวัดนก ก็จะทยอยมานะครับ ทุก ๕ ปี ๑๐ ปี ขณะนี้มาปี ๒๕๖๒ ดังนั้น จึงต้องฝากกรรมาธิการหรือผู้บริหารว่าเราต้องเตรียมตัวในการรับมือ เป็นการเตรียมพร้อม ในเรื่องของคุรุภัณฑ์ อุปกรณ์ บุคลากร ความรู้ความสามารถ เพื่อจะไม่ให้เกิดโรคอุบัติใหม่ ขึ้นมา และเราต้องดูเฝ้าระวังไม่ให้เกิดมีการระบาดรอบ ๒ ซึ่งหลายคนก็พูดว่ามาแน่ มาแน่ แต่ไม่รู้วันไหน ซึ่งก็ต้องระวัง เนื่องจากขณะนี้เป็นข่าวอยู่เนือง ๆ ว่ามีผู้เล็ดลอดจาก ช่องทางธรรมชาติเข้ามา โดยเฉพาะทางตรวจคนเข้าเมือง เราจับผู้ที่เข้ามาทํางานทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้ผ่าน จุดที่ผมได้พูดถึงในด่านตรวจของทางราชการ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะว่าถ้าเข้ามา อีก ๑ คน ๒ คน ก็จะเป็นเรื่องที่เรากังวลเหมือนกับที่เราอภิปรายคราวที่แล้วในเรื่องของที่มี การระบาดในการเข้ามาของทางทหารที่จังหวัดระยองเป็นต้น เพราะฉะนั้นต้องฝากในเรื่องของ การตระหนักเฝ้าระวังผู้ซึ่งจะเล็ดลอดเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ แล้วก็มีอีกข่าวหนึ่ง ก็คือข่าวจากว่าคนที่เดินทางจากที่ประเทศไทยไปเจอที่ประเทศญี่ปุ่น คนที่เดินทาง จากประเทศไทย คนมาเลเซียและมีการติดเชื้อ ซึ่งกําลังมองอยู่ว่าติดเชื้อจากเรา หรือระหว่างทาง หรือระยะฟักตัว แล้วก็มีเกี่ยวพันกับคนไทย ซึ่งขณะนี้ทางส่วนราชการก็ได้เฝ้าระวัง ผู้เกี่ยวข้อง ๔๐ กว่ารายแล้ว แล้วก็เฝ้าระวังเป็นสเตต ควอรันทีน (State quarantine) ๑๔ วันแล้ว นี่คือสิ่งที่เราจะต้องตระเตรียมรับมือ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
ประเด็นถัดมาก็คือการที่เราจะต้องยืนยันสร้างความมั่นใจ ผมต้องชื่นชม กระทรวงสาธารณสุขภาคบุคลากรที่พวกเราภาคภูมิใจ ผมในฐานะเป็นแพทย์นี่ ต้องยืนยัน เต็มร้อยเลยว่าทุกคนถวายจิตใจ หัวใจให้กับการเฝ้าระวัง การรักษา ทุกคนมุ่งมั่น ตั้งแต่ อสม. ๑,๐๔๐,๐๐๐ คน ขะมักเขม้นตั้งใจไม่ได้หลับไม่ได้นอน รู้ว่ามีคนเข้ามา ท่านรีบเข้าไปเลย กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคส่วนราชการ รพ.สต. หรือแม้กระทั่งระดับข้างบน ซึ่งถือว่า เป็นองคาพยพที่เป็นระดับต้น ๆ ของโลก จนทําให้การติดเชื้อของเราลําดับไปท้าย ๆ ถึง ๑๑๔ ดังนั้นนี่คือความภูมิใจและรัฐบาลก็ให้กําลังใจ โดยเฉพาะ อสม. ที่จะให้รางวัล ในเรื่องของการเพิ่มค่าตอบแทน ๕๐๐ บาท จาก ๗ เดือน เป็น ๑๘ เดือน แล้วก็ ๒,๐๐๐ บาท ก็อยากให้เขาโอนเงินให้กับ อสม. ไปโดยตรง ไม่ต้องไปจัดให้กับหน่วยราชการ พาไปเที่ยว ให้เขาตามอัธยาศัย โอนเงินไปเลย
ถัดมาที่จะพูดถึงก็คือเรื่องของวัคซีน วัคซีนขณะนี้มีอยู่ ๑๗๐ ตัว องค์กร ที่ศึกษากัน มีอยู่ ๑๐ องค์กรที่กําลังใกล้เป็นรูปเป็นร่างและวัคซีนทั้งหมด ขณะนี้ประเทศ รัสเซียประกาศเป็นประเทศแรกที่ค้นพบว่าใช้วัคซีนได้ แต่ก็กังวลในเรื่องของความปลอดภัย เพราะว่าเนื่องจากเป็นระยะเร่งด่วน ประเทศไทยขณะนี้ตามที่ทางท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ประธานกรรมาธิการและคณะได้แถลงว่าเราเห็นด้วยอย่างยิ่ง ว่าเราต้องร่วมมือในการพัฒนา วัคซีน ถ้าเราสามารถจับมือกับประเทศเพื่อนบ้านที่ทําวัคซีนแล้วสําเร็จ โดยผ่านการ ทดสอบเรื่องความปลอดภัย โดยที่ทดสอบในคนแล้วเป็นผลสําเร็จ ผมเชื่อว่า จะเป็นประเทศแรก ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องคนไทยทั่วโลก ดังนั้นวัคซีนตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนที่เกิดจากการใช้ยีนส์ (Gene) ของไวรัส เกิดจากใช้ไวรัสที่ตายหรือ จากการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสตัวอื่น ๆ เข้ามาใช้ ผมเป็นกําลังใจ แล้วก็ทราบข่าวว่ารัฐบาล ของบประมาณอีกประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ผมว่าต้องให้เลยครับ เพราะอันนี้ คือเราเสียเงินตรงนี้ดีกว่าที่จะไปรักษา ป้องกัน ควบคุมต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน ดังนั้นต้องเป็นกําลังใจให้ ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย และท่านประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขที่พวกเราอภิปรายวันที่ ๒๙ วันที่ ๓๐ ในวันนั้นแล้ว ท่านได้ทํางานให้กับพวกเราซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับหน่วยราชการทั้งหมด รับไปดําเนินการ ต้องขอขอบคุณและเป็นกําลังใจให้กับผู้ปฏิบัติทั้งแพทย์ พยาบาล อสม. นักรบชุดกาวน์ (Gown) ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ขอกราบขอบคุณครับ