นริศ เสนอตั้งกรรมาธิการเร่งแก้ปัญหาสัมปทานป่า-เหมืองอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

นริศ ขํานุรักษ์ หารือปัญหาการสัมปทานป่าไม้ ป่าชายเลน และการทำเหมืองแร่ โดยชี้ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความไม่เป็นธรรมในการกระจายรายได้ พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ไขอย่างเป็นระบบ รวมถึงการคืนพื้นที่และแหล่งน้ำสู่สาธารณะ ฟื้นฟูป่าและป่าชายเลน และตรวจสอบการใช้ประโยชน์ทรัพยากรหลังหมดสัญญาให้เกิดความยั่งยืนและเป็นธรรมต่อประชาชนทุกคน

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเร่งรัดการแก้ปัญหา การประทานบัตรเหมืองแร่ การสัมปทาน และการให้เช่าพื้นที่ป่าไม้ ความละเอียดของญัตตินี้ ปรากฏในเอกสารที่ทางสภาได้แจกจ่ายกับเพื่อนสมาชิกแล้วนะครับ แต่ประเด็นที่ผมจะ อภิปรายทั้งหมดครอบคลุมประเด็นการสัมปทานเหมืองแร่ การสัมปทานทําไม้ การสัมปทาน ทําไม้ป่าชายเลนและการให้เช่าพื้นที่ป่าไม้ โดยการอภิปรายครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานว่าการสัมปทาน ทั้งหมดไม่ได้เลวร้ายทั้งสิ้นนะครับ มีส่วนดีอยู่บ้าง และมีความจําเป็นที่จําเป็นจะต้องมี สัมปทานอยู่บ้างตามห้วงเวลานั้น ๆ ผมจึงขอเสนอด้วยเหตุผลสําคัญอยู่ ๒ ประการ ประการที่ ๑ อยากให้ท่านประธานได้เห็นสภาพของสัมปทานทั้ง ๔ ด้าน ที่ผมจะอธิบาย ทั้งผลดีและผลเสีย และส่วนที่ ๒ ที่จะอภิปรายก็คือเพื่อให้ได้ฝากกับกรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากพวกเราได้พิจารณาเรื่องนี้จบสิ้นว่าไปช่วยกันแก้ไขปัญหาในประเด็นใดบ้าง

เรื่องที่ ๑ เรื่องสัมปทานเหมืองแร่ เรื่องนี้ก็มีผลดีนะครับ สัมปทานเหมืองแร่ สินแร่มีความสําคัญในทางอุตสาหกรรมทําให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว สินแร่หลายชนิด มีคุณค่าในการพัฒนาประเทศ แต่ว่าเช่นเดียวกันครับ การสัมปทานเหมืองแร่ทําให้เกิด ผลกระทบต่อระบบนิเวศ ต่อพี่น้องประชาชนทั้งเรื่องเสียง เรื่องฝุ่นละออง เรื่องน้ําใต้ดิน และน้ําผิวดิน หลายสัมปทานเหมืองแร่เราได้สูญเสียเงินที่ปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทาน เหมืองแร่นั้น ๆ โดยไม่มีการปลูกจริง และเศรษฐกิจไม่กระจายไปสู่พี่น้องประชาชนเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการสัมปทานเหมืองแร่อาจจะกระจุกตัวอยู่ที่เจ้าของสัมปทานและข้าราชการ ที่รับใช้เจ้าของสัมปทาน กระจุกอยู่เพียงเท่านี้ครับ ไม่กระจายไปสู่พี่น้องประชาชน ไม่กระจายไปสู่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นี่คือทั้งผลดีและผลเสียของสัมปทานเหมืองแร่

เรื่องที่ ๒ สัมปทานป่าไม้ ผลดีของสัมปทานทําไม้ก็คือเราได้ไม้มาใช้สอย เราได้ลดการนําไม้จากต่างประเทศเข้ามา และทําให้เศรษฐกิจขยายตัว เพราะไม้เป็น เศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศ เราเคยส่งออกไม้ไปต่างประเทศเป็นสินค้าอันดับต้น ๆ ของประเทศ เราเคยส่งไม้เป็นอันดับ ๑ ของทุกสินค้าไปต่างประเทศ และช่วงหลัง ๆ จํานวนปริมาณไม้ลดลงในประเทศ เราต้องสั่งไม้จากต่างประเทศเข้ามา การสัมปทานทําไม้ จึงทําให้เราได้ไม้ใช้สอย แล้วก็ลดการนําเข้าไม้จากต่างประเทศทําให้เศรษฐกิจในประเทศ ของเราดีขึ้น แต่ว่าผลร้ายของการสัมปทานป่าไม้ของประเทศไทยซึ่งเราได้ละเลยสิ่งที่เป็น หลักการวิชาการทางการทําไม้ก็คือทําให้ป่าของเราลดลงอย่างรวดเร็ว ในสมัยล้นเกล้า รัชกาลที่ ๕ ป่าของประเทศมีอยู่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนั้นล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ มีนโยบาย มีกุศโลบายต้องเอาไม้ออกมาอย่างเดียวเพื่อเปิดให้เป็นพื้นที่ทํากิน แต่ว่าจนมาถึง ปัจจุบันไม้มีเหลืออยู่ประมาณสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราทําป่าไม้หายไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในรอบร้อยกว่าปีที่ผ่านมา การสัมปทานป่าไม้ทําให้ป่าไม้ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือป่า แค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราทําให้ป่าของประเทศเสื่อมโทรมทั่วประเทศ แม้แต่ป่าที่ไม่ควร เสื่อมโทรมลงเลย เช่น ป่าต้นน้ําลําธารก็ยังมีสภาพเสื่อมโทรม ป่าอนุรักษ์ก็ยังมีการบุกรุก ไม่รวมถึงป่าสงวนพันกว่าป่าซึ่งเหลือน้อยที่มีความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ในเงื่อนไขสัมปทานทําไม้ มีผู้ได้รับสัมปทานต้องปลูกป่าตามเงื่อนไข หรือถ้าไม่ปลูกก็ต้องให้เงินกับรัฐเพื่อไปปลูกป่า ตามเงื่อนไขสัมปทาน แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ปลูกทําให้ป่าของเราเสื่อมโทรมลงทุกขณะ

เรื่องที่ ๓ สัมปทานป่าชายเลน ผลดีของการสัมปทานป่าชายเลนก็คือเราได้ ไม้ป่าชายเลน ไม้โกงกางมาเป็นไม้ใช้สอย ซึ่งขณะหนึ่งเราก็ต้องใช้ไม้ป่าโกงกางมาใช้ประโยชน์ กับ ๒. รายได้แหล่งเพลิงไหม้ เพราะป่าโกงกางเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด และเศรษฐกิจได้ขยายตัว แต่ว่าเช่นเดียวกันสัมปทานป่าชายเลนซึ่งกระจายอยู่ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย เศรษฐกิจ แทนที่จะกระจายไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่กลายเป็นกระจุกตัวอยู่กับเจ้าของสัมปทาน และข้าราชการบางคนบางฝ่าย กับ ๒. เราได้สูญเสียป่าชายเลน ซึ่งประเทศไทยในอดีต มีป่าชายเลนเกือบ ๑๐ ล้านไร่ อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ป่าชายเลนประโยชน์ก็คือเป็นที่วางไข่ อนุบาลตัวอ่อนและเจริญวัยสัตว์น้ํา เราได้สูญเสียป่าชายเลนไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ทั้งประเทศ มีประมาณไม่ถึง ๓ ล้านไร่แล้วนะครับ ที่สําคัญที่เป็นผลเสียที่สุดก็คือหลังจากการสัมปทาน ป่าชายเลนเสร็จแล้ว เจ้าของสัมปทานหลายคน หลายแปลงสัมปทานได้อาศัยออกเอกสารสิทธิ เอาที่ที่ได้ผ่านการสัมปทานมาแล้วเป็นเจ้าของเยอะแยะมากมาย ที่จริงแล้วการตรวจสอบ ไม่ยากเลย เพราะว่าการสัมปทานป่าชายเลนต้องสัมปทานบนที่รัฐเท่านั้น ถ้าที่ส่วนตัวไม่ต้อง สัมปทาน ถ้าเอกสารสิทธิตัวเองไม่ต้องสัมปทาน ตัดฟันเอามาใช้ประโยชน์ได้เลย แต่ว่าพื้นที่ ที่ได้สัมปทานจึงเป็นพื้นที่รัฐเท่านั้น ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ แต่ว่าผมคิดว่าหลายแสนไร่ ที่เจ้าของสัมปทานป่าชายเลนหลังจากหมดอายุสัมปทานแล้วไปเอาป่าชายเลนไปออกเอกสารสิทธิ แล้วกลับมาเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ในช่วงเวลาหนึ่งกรมป่าไม้ได้มีนโยบายให้ประชาชนเช่าพื้นที่ป่า ไปปลูกต้นไม้ ไปปลูกปาล์มน้ํามัน ไปปลูกพืชต่าง ๆ มากมาย ค่าเช่าก็ถูกมาก ๓๐ บาท ต่อ ๓๐ ปี คนก็เช่ากันไปหลายล้านไร่ในประเทศไทย ทําให้สภาพป่าดังกล่าวเสื่อมโทรมลง หนําซ้ําขณะนี้หลายป่าหมดอายุของการเช่าแล้ว กรณีเช่นจังหวัดกระบี่ เจ้าของผู้เช่า ส่วนหนึ่งไม่ยอมออกจากพื้นที่ที่ให้เช่า ยังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อไป ๒. ผู้เช่าบางคน ตัดแบ่งป่าขายให้กับพี่น้องประชาชนจนเกิดกรณีบุกรุกแย่งชิงถึงเข่นฆ่ากันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้จากการเช่าพื้นที่ป่าและเจ้าของพื้นที่ป่าไม่ยอมออกพื้นที่ หลังหมดอายุการเช่า

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ การขุดสัมปทานแร่ไม่เพียงแต่เอาแร่ ไปเท่านั้นนะครับ มันจะเกิดหลุมแร่ ในพื้นที่ฝั่งอันดามันหลายจังหวัดมีหลุมขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการขุดแร่ เมื่อหมดอายุสัมปทานแล้วหลุมแร่นี้ควรตกเป็นของแผ่นดิน น้ําในขุมแร่ เขาเรียกว่าขุมเหมือง น้ําในขุมเหมืองควรเป็นของพี่น้องประชาชน ถ้าในจังหวัดภูเก็ตก็ควรใช้ สําหรับคนภูเก็ต คนในจังหวัดพังงา คนในจังหวัดกระบี่ แต่ว่ากราบเรียนท่านประธาน เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของขุมเหมืองดังกล่าวตกอยู่ในมือของเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ เกือบทั้งสิ้นครับ ขายน้ําให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ เอาที่ขุมเหมืองยึดมาเป็น ของตัวเองมากมายก่ายกองเกือบทุกเหมือง ผมจึงขอให้คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นหลังจาก เราได้อภิปรายกันจบสิ้นนี้ ช่วยตรวจสอบว่าพื้นที่ที่หมดอายุการเช่าแล้วเรามีกี่แปลง มีกี่ไร่ และควรกลับมาดําเนินการอย่างไรให้กลับคืนสู่สภาพเช่นเดิม ใกล้เคียงกับเดิมมากที่สุด กรณี ขุมเหมืองขอให้กรรมาธิการได้ตรวจสอบว่ามีจํานวนเท่าไร และถูกยึดครองไปจากเจ้าของ สัมปทานเหมืองไปเท่าไร ให้กลับคืนมาสู่เช่นเดิม อาจจะไม่ต้องถมหลุมหรอกครับ เพียงแต่ว่า น้ําในหลุมควรเป็นของพี่น้องประชาชนทุกคน และพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ควรได้รับ การพัฒนาให้มาเป็นป่าให้เป็นที่สาธารณประโยชน์เช่นเดิม เช่นเดียวกับก่อนสัมปทาน และพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งพื้นที่ป่าชายเลนหลังจบสิ้นสัมปทานป่าชายเลนแล้วก็ควรจะได้รับ การฟื้นฟู ควรยึดเอาเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบในพื้นที่ ทั้งพื้นที่หลังสัมปทานป่าไม้ และหลังพื้นที่สัมปทานป่าชายเลนกลับคืนมาทุกป่า แล้วมาฟื้นฟูให้กลับมาเป็นสมบัติ ของแผ่นดิน

สุดท้ายพื้นที่ที่ระเบิดหิน หลายสัมปทานหมดอายุสัมปทานไปนานแล้ว แต่อ้างว่า ได้ระเบิดหินกองเก็บไว้ก่อน แล้วก็ย่อยขายให้กับพี่น้องประชาชน อย่างนี้กรรมาธิการต้องเข้าไป ตรวจสอบว่าปริมาณหินจริง ๆ ที่ระเบิดกองไว้มีเท่าไร และจะระเบิดหินไปได้อีกกี่ปี แล้วก็ จบเลย เพราะว่าหลายโรงโม่หินใช้เวลาย่อยหินขาย โม่หินเห็นขายอยู่เป็นเวลาสิบ ๆ ปี หลังหมดเงื่อนไขสัมปทาน ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นว่าสัมปทาน ป่าไม้ไม่ได้มีผลเสียทั้งหมด มีผลดีซุ่มซ่อนอยู่บ้าง สัมปทานทุกสัมปทานสามารถแก้ไข ให้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อพี่น้องประชาชนได้ แต่ผมก็เชื่อว่าหลายสัมปทานเกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติ ให้กับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อในกลไกของรัฐสภาว่ากรรมาธิการทําเรื่องนี้ แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับชาติบ้านเมืองได้ และหวังว่าหลังจากนี้ต่อไปสิ่งแวดล้อมของประเทศจะได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้เป็นไปตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ กราบขอบคุณท่านประธานครับ