อนุพงษ์ แจงน้ำหลาก 13 จังหวัด หลังพายุซินลากูถล่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

อนุพงษ์ เผ่าจินดา ชี้แจงเหตุการณ์สาธารณภัยจากพายุซินลากูที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม และวาตภัยในหลายจังหวัด พร้อมรายงานการแจ้งเตือนล่วงหน้า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามมาตรการของรัฐ และการฟื้นฟูภายหลังเหตุการณ์ภายใต้พระบรมราโชบายและนโยบายรัฐบาล

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมมาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องของเหตุการณ์สาธารณภัยที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ ๑ และ ๒ ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องของ มีพายุซินลากู (Sinlaku) เข้ามา แล้วก็มีฝนตกหนักในพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ด้วยกัน สรุปรวมแล้วทั้งหมดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเรื่องของน้ำหลาก ๑๓ จังหวัด และดินสไลด์ (Slide) ๓ จังหวัด เรื่องของวาตภัย ๑๓ จังหวัด และมีเรื่องของเรือล่ม ๑ จังหวัด ในเรื่องของ สาธารณภัยก็อยากจะเรียนเป็นข้อมูลว่าประเทศของเรานั้นก็อย่างที่ทราบ เป็นประเทศ ที่อาศัยน้ำฝนทั้งประเทศ เราไม่มีแหล่งน้ำอื่น เราก็มีปัญหาอยู่ ๒ เรื่องคือเรื่องของการเก็บน้ำ และการระบายน้ำ และทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็จะมีปัญหาอันเนื่องมาจากปริมาณฝนที่ตก ไม่ว่าเป็น พื้นที่ใดก็แล้วแต่ จะเป็นพื้นที่ที่มีการเตรียมการแม้กระทั่งพื้นที่ที่เป็นอ่างเก็บน้ำ ถ้าฝนตกจำนวนมากหรือมีความเข้มสูงก็คือตกจำนวนมากมิลลิเมตรในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็จะเกิดเหตุการณ์ได้หลายเหตุการณ์ เช่น น้ำไหลหลาก ไม่ว่าจากพื้นที่ป่าหรือเข้ามาพื้นที่ ในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ได้กล่าวเป็นพื้นที่ที่มีลำน้ำลายอยู่ผ่านพื้นที่ ก็คือ เป็นพื้นที่ที่น้ำไหลหรือฟลัดเวย์ (Floodway) ที่รวบรวมน้ำมาจากฟลัดเพลน (Floodplain) ทั้งหลาย ขออนุญาตใช้ศัพท์ตามนั้นคือพื้นที่รับน้ำทั้งหลาย น้ำก็จะไหลมา เพราะฉะนั้นถ้าฝนตก ในความเข้มสูง ๆ ในคืนนั้นมีการตกต่อเนื่องจากวันที่ ๑ ไปถึงกลางคืนก็จะมีปริมาณฝน ตกสะสมมากนะครับ ในช่วงการปฏิบัติในพื้นที่นั้นได้มีการติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือน เตรียมการทุกอย่าง ทั้งเตรียมการเจ้าหน้าที่ เตรียมการให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ อย่างต่อเนื่องทุกสื่อที่มี ทั้งสื่อตั้งแต่หอกระจายข่าวไปถึงโซเชียล (Social) ใช้การแจ้งเตือน ด้วยบุคคล แจ้งเตือนทั้งหมด ทุกคนก็รับทราบกันดีนะครับ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างที่ทราบว่าทั้งที่ออกทีวีและเป็นที่ทราบกัน กระผมไปเยี่ยมทุกคนก็บอกว่าไม่เคยเห็น เหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ก็คือน้ำหลากมาเร็วมาก อย่างไรก็ตามเมื่อไปดูแล้วนี้นะครับ สถานการณ์ที่มีหนักก็จะมี ๒ จังหวัดด้วยกัน มีที่จังหวัดเชียงราย ๑๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ของจังหวัดเลยประมาณ ๗๐๐ กว่าครอบครัว ที่รับผลกระทบที่อยู่อาศัย น้ำหลากมาเร็วมาก ในช่วงระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แจ้งเตือนให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูง ชาวบ้านบางคน ก็ยกขึ้นไป อย่างเซฟ (Safe) ยกไม่ได้ ก็ไม่รู้จะยกไปไหน บ้านผู้ใหญ่บ้านชั้นเดียว ผมไปดู มาแล้วไม่เหลือเลย เหลือเสื้อซึ่งมันลอยไปแล้วเก็บไว้ได้ตัวเดียว เสื้อของผู้ใหญ่ เสื้อเครื่องแบบ นอกนั้นไม่เหลืออะไรทั้งบ้านเลย ฝาผนังหลุดไปหมดทั้งฝาผนัง นี่ละครับ เหตุการณ์หน้างานที่เกิดขึ้นจริง เขาไม่สามารถจะยกไปไหนได้ แล้วเขาก็ไม่รู้จะยกไปที่ไหน จริง ๆ ในความรู้สึกตอนนั้นนะครับ กลับมาเรื่องของการช่วยเหลือ มาตรการในการ ช่วยเหลือนั้นจะเริ่มต้นจากการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยและประกาศ เขตความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังก็จะมีการประกาศหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะประเมินการเสียหายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากินทั้งหมด การช่วยเหลือของภาครัฐที่มีก็จะเป็นเรื่องของที่อยู่ ถ้าเป็นเสียชีวิตหัวหน้าครอบครัว ๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย ถ้าเป็นบุคคลอื่นก็ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาทนะครับ ที่อยู่อาศัยทั้งหลัง ก็ ๓๓,๐๐๐ บาท เรื่องของเครื่องนุ่งห่ม ๑,๐๐๐ บาทต่อราย หมอนมุ้งอะไรต่าง ๆ ๓,๐๐๐ บาท เครื่องประกอบอาชีพ ๑๑,๐๐๐ บาท ไร่นาก็จะมีเกณฑ์ว่าถ้านา ๑,๑๑๓ บาทต่อไร่ มีสวนก็ว่ากันไปตามลำดับนะครับ นั่นคือการช่วยเหลือ ทีนี้ช่วยจริงทำอย่างไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ให้พระบรมราโชบายเกี่ยวกับเรื่องการบรรเทาสาธารณภัย การดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย อันดับแรกคือช่วยในเรื่องของการดำรงชีวิตในช่วงแรก ให้ปลอดภัย เรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องของการกินอยู่ มีโรงครัวพระราชทาน มีเรื่องการแจกน้ำ มีเรื่องการแจกถุงยังชีพในพื้นที่ในช่วงแรก แล้วก็ช่วยในเรื่องการสัญจร เดินทาง ถ้ามีสาธารณูปโภคขาด เจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนเกี่ยวข้องก็รีบดำเนินการ หลังจากนั้นเมื่อพ้นจากช่วงปฏิบัติหรือช่วงเผชิญเหตุแล้วก็จะเป็นช่วงเรื่องของการฟื้นฟู ขณะนี้บางพื้นที่ก็เร่งที่จะสำรวจความเสียหายแล้วว่ามีความเสียหายอย่างไร โดยผ่าน คณะกรรมการตามลำดับ ถ้าเป็นเรื่องของพืชก็ไปเรื่องหนึ่ง เรื่องที่อยู่อาศัยก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อยากจะเรียนให้พี่น้องทุกจังหวัดไม่ใช่จังหวัดเลยเท่านั้นได้ทราบว่าจากพระบรมราโชบาย และจากนโยบายรัฐบาล เราจะใช้เงินที่มีตามราชการไปดูแลพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ไม่พอ ประสบการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดอุบลราชธานี ปีที่ผ่านมา ไม่พอแน่นอน วิธีดำเนินการของรัฐบาลก็คือจะใช้ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนที่จะใช้ ความสามารถของหน่วยงาน เช่นของทางทหาร ทางตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่องค์กรต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความสามารถ คณะกรรมการอาชีวศึกษาแห่งชาติ อันนี้มีความสามารถมาก ในการทั้งก่อสร้าง ในการทั้งซ่อม ซ่อมเครื่องมือเครื่องใช้ ซ่อมยานพาหนะได้ ก็จะลงพื้นที่ แบ่งพื้นที่กัน แล้วเอาเงินที่มีน้อยนี้ซื้อวัสดุและซ่อมแซมคืนสภาพ หรือสร้างใหม่ให้กับพี่น้อง ประชาชน ก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าพี่น้องประชาชนจะมีที่อยู่อาศัย นอกจากเงินช่วยเหลือ ตามระเบียบแล้ว อันนี้ต้องอยู่ที่คณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะมีการพิจารณาเงินช่วยเหลือ อย่างอื่น ๆ ที่ผ่านมา เช่น ช่วยในเรื่องของนาเป็นพิเศษ เรื่องของไร่เป็นพิเศษ ไม่ว่าแล้งหรือ โดนอุทกภัย ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปว่าเรียนพี่น้องประชาชนว่าทางรัฐบาลจะได้ดูแล พี่น้องประชาชนให้กลับไปมีชีวิตตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวให้เร็วที่สุด ให้เขามีชีวิตอยู่ได้ ให้มีที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพต่อไปได้ครับ