ชวลิต ชี้รายงาน CPTPP ไม่ผ่านที่ประชุม ห่วงกระทบเกษตร-สุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือประเด็นการส่งรายงานเบื้องต้นของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลกระทบ CPTPP ไปยังรัฐบาล โดยตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการดังกล่าวอาจขัดข้อบังคับการประชุม เนื่องจากไม่ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมสภา และขาดความชัดเจนในการรับรองความเห็นจากอนุกรรมาธิการแต่ละด้าน พร้อมตั้งคำถามถึงความพร้อมและผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP โดยเฉพาะในด้านเกษตร สาธารณสุข และเศรษฐกิจ รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามมติและข้อสังเกตของสภาในเรื่องต่าง ๆ เช่น การแบนสารพิษ การจัดเก็บภาษีที่ดิน และการคืนอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเคารพบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานก่อนเข้าระเบียบวาระการประชุม ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณา อนุญาต กระผมมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ดังนี้

เรื่องแรก สภาผู้แทนราษฎรในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลง ที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสําหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) กําหนด ระยะเวลาศึกษาไว้ ๓๐ วัน ซึ่งครบกําหนดในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ และได้รับ การขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๖๐ วัน ขณะนี้ยังอยู่ในห้วงการขยายระยะเวลาศึกษา แต่ปรากฏว่าประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งข้อมูลเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓ ด้านไปยัง รัฐบาลผ่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีคือ ผลกระทบด้านเกษตรและพันธุ์พืช ผลกระทบ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการค้าการลงทุน ปัญหามีอยู่ว่า

๑. รายงานเบื้องต้นที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้รายงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีไปทั้ง ๓ ด้านนั้น ไม่ได้มาขอความเห็นชอบจากสภา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวเนื่องตั้งแต่ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ ข้อ ๑๐๔ และข้อ ๑๐๕ จะถือว่า เป็นรายงานที่ชอบด้วยข้อบังคับหรือไม่ โดยส่วนตัวกระผมเห็นว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร

๒. รายงานของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวนั้น ได้รับ ความเห็นชอบจากประธานคณะอนุกรรมาธิการแต่ละด้าน และกรรมาธิการทุกท่านหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีข้อมูลเพื่อพิจารณาให้เห็นแต่อย่างใด

๓. ข้ออ้างที่ว่าซีพีทีพีพี (CPTPP) มีการประชุมเพียงปีละครั้ง ในวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่จะถึงนี้ ครม. อาจมีความประสงค์ขอทราบความคิดเห็นของ คณะกรรมาธิการซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ก็เมื่อรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการยังไม่แล้วเสร็จจะนํารายงานที่ใช้คําว่า รายงาน เบื้องต้นไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ประการสําคัญที่สุดครับ การเข้าร่วมซีพีทีพีพี (CPTPP) หรือไม่ มีผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ทางด้านการเกษตรและพันธุ์พืช ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งทางด้าน เศรษฐกิจการค้าและการลงทุน ดังนั้นเมื่อเป็นเรื่องสําคัญ กระผมจึงขออนุญาตที่จะหารือ ท่านประธานว่าจะวินิจฉัยอย่างไรต่อหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีไปถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นั่นประเด็นแรก

ในประเด็นที่ ๒ มีรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่รายงาน ต่อสภาและสภาให้ความเห็นชอบ และมีมติและข้อสังเกตไปยังรัฐบาลรับไปพิจารณา ดําเนินการ ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๐๕ รัฐบาลจะต้องรายงาน ผลการดําเนินการให้สภาทราบภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ประธานสภาส่งรายงานและ ข้อสังเกต แต่ที่ผ่านมาเมื่อครบ ๖๐ วัน หรือเกินเวลาไปจํานวนมาก รัฐบาลเพียงรายงานว่า ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดําเนินการแล้ว หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น กระผมมีข้อสังเกตว่างานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่รายงานต่อสภา และสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นเรื่องสําคัญ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้น แต่รัฐบาลไม่ได้นําความเห็นของ สภาผู้แทนราษฎรไปดําเนินการให้ทันท่วงที เช่น ๑. สภามีมติให้แบน (Ban) ๓ สารพิษ คือ พาราควอต (Paraquat) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และไกลโฟเซต (Glyphosate) แต่มีการแบน (Ban) เพียง ๒ ชนิด คือพาราควอต (Paraquat) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) แต่ไกลโฟเซต (Glyphosate) เพียงจํากัดการใช้ ซึ่งควรแบน (Ban) ทั้ง ๓ สาร เพราะการจํากัดการใช้เท่าที่ได้มีการสอบถามเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งตัวกระผมเองก็ยังเห็นว่ามีการปฏิบัติเหมือนเดิม ไม่ได้มีการจํากัดการใช้แต่อย่างใด ๒. สภามีมติให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และให้นํา ภาษีบํารุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดินมาใช้ไปพลางก่อน แต่รัฐบาลไม่ได้ดําเนินการ ตามความเห็นสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้รัฐไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าหมายจํานวนมาก เป็นอุปสรรคต่อการนํามาใช้จ่ายงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่ตั้งไว้ ขณะนี้ท้องถิ่นแทบจะไม่ได้ เก็บภาษีเลย ๓. สภามีมติให้ความเห็นชอบในอันที่จะคืนอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการให้ความเห็นแย้งในคดีอาญา ซึ่งตํารวจโดยเฉพาะในห้วงที่มีการดําเนินการในช่วงหลัง รัฐประหารเล็กน้อยได้นําอํานาจตรงนี้ไปอยู่ที่ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค สภามีความเห็น เป็นเอกฉันท์ให้คืนอํานาจตรงนี้ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เรื่องนี้ก็ยังเงียบเฉย และขณะนี้ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสูง กระผม จึงเห็นว่าเรื่องนี้ทําอย่างไรสภาผู้แทนราษฎรของเราซึ่งเป็นกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ จึงจะได้รับเกียรติถ่วงดุลกันอย่างเหมาะสมกับฝ่ายบริหารในอันที่จะได้ทํางานให้เป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนร่วมกัน จึงขออนุญาตหารือท่านประธานครับ