คารม สนับสนุนเยาวชนชุมนุม ย้ำสภาคือเวทีแก้ปัญหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓

คารม พลพรกลาง กล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัวในการต่อสู้ทางการเมือง แสดงความเห็นต่อการชุมนุมของนักศึกษา โดยสนับสนุนการเปิดพื้นที่พูดคุยในสภา พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลและทหารอดทนต่อการเคลื่อนไหวของประชาชน และผลักดันการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยไม่ใช้ความรุนแรง

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าผมขอบคุณที่ได้มีโอกาสพูดถึงญัตตินี้ แล้วก็สนับสนุนคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ในฐานะอยู่พรรคเดียวกัน เหตุผลหนึ่งที่อยากจะลุกขึ้นมามีส่วนร่วมบ้าง ผมผ่านการชุมนุม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนถึงปี ๒๕๕๔ แล้วก็ปี ๒๕๕๗ ในฐานะที่เป็นผู้ไปยืนดูการชุมนุม และในฐานะที่เป็นทนายความของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แล้วผมก็ขอบคุณที่ท่านประธานได้นั่งเป็นประธานขณะที่ผมพูด ผมชื่นชมคนที่อาวุโส แต่ก็ต้องยอมรับความคิดใหม่ ๆ ของคนรุ่นใหม่ ประเทศนี้ที่มีปัญหาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเผด็จ การรัฐสภาซึ่งท่านประธานก็เคยพูด เพราะเหตุว่ามันไม่มีทางออก สุดท้ายก็ลงถนน เรื่องที่ ๒ ที่ประเทศชาติเกิดปัญหาสําหรับนักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่วิจารณ์ว่าเขาคิดอะไร แต่คิดว่าแตกต่างจากชุดเก่า ผมชื่นชมท่านที่เป็นนักการเมือง อยู่ในกรอบ แต่ประเทศไทยตอนนี้ถ้าจะถามว่ามันเป็นประชาธิปไตยจริงไหม ก็ตอบไม่ได้หมด ส.ว. ๒๕๐ ท่านก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานทราบดีว่ามันก็ต้องฝืนข้ามตรงนี้ให้ได้ ผมเห็น ประชาชนที่บ้านของผมภาคอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ มานอนแถวราชประสงค์ ราชดําเนิน ผมอยู่ด้วย เห็นการทําร้ายประชาชนก็เห็นด้วย ผมเป็น คนที่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ศาลโลก ศาลไอซีซี อินเตอร์เนชันแนล คริมินอล คอร์ต (International Criminal Court) ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษ ผมร่วมกับหมอเหวง อาจารย์ธิดา แต่วันที่ผมเจอท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในสภาแห่งนี้ ผมก็เรียนว่า ณ เวลาหนึ่งคิดอย่างหนึ่งครับ ณ เวลาหนึ่งก็คิดอีกอย่างหนึ่ง ผมชื่นชมคนที่ผ่านการเลือกตั้ง ผมจึงคิดว่าสภาคือจุดที่จะพูดคุยดีที่สุด วันที่ผมอิน (In) การเมืองมาก ผมเป็นคนที่แจ้งความดําเนินคดีกับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขณะที่ ดํารงตําแหน่งประธานองคมนตรี พอผมมาเห็นคุณเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ฉีกรูป ผบ.ทบ. ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผบ.ทบ. ว่าอย่าได้โกรธเด็ก และอย่าไปทําลายเขา วันที่ผมแจ้งความ พลเอก เปรม ส.ส. พรรคเพื่อไทยไม่กล้าเดินใกล้ผมสักคน กลัวตาย เพราะไม่มีใครที่จะไปทําอะไรกระทบท่านแล้วรอดได้ ทําไมผมพูดตรงนี้ครับ เพราะเหตุว่า ความเป็นเด็กบางทีก็มองอีกมุมหนึ่ง วันนี้ผมอโหสิแล้วก็คิดว่าท่าน พลเอก เปรม เป็นบุคคล ที่ต้องเคารพ ผ่านบ้านเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีมา แต่ ณ วันนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานในเวลาที่จํากัด และผมก็จะรักษาเวลาตามลักษณะของผม ผมอยากฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ว่าการที่มีรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็ง การที่มีกองทัพ เป็นผนังกั้นท่าน มีองค์กรอิสระที่ถูกเขียนขึ้นโดยนักกฎหมายที่คิดว่าถ้ามีกฎหมายที่เข้มแข็งแล้ว จะดํารงความมั่นคงได้ ไม่จริงครับท่านประธาน ท่านประธานผ่านการเลือกตั้ง ตั้งแต่ผมเป็น เด็ก ผมเคยไปบ้านท่าน แล้วผมชื่นชมด้วย แล้วไม่แคร์ (Care) ที่จะบอกว่ามาชื่นชม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเชียร์ (Cheer) เผด็จการ ไม่แคร์ (Care) ครับ เพราะเมื่อเป็น ส.ส. แล้วสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๔๔ ก็ว่าไป แต่จะพูดเพื่อเป็นประโยชน์สําหรับ ประเทศนี้ว่าม็อบ (Mob) ของนักศึกษาอาจจะดูมุ้งมิ้งอย่างที่คนกล่าวหาไหม ผมว่าไม่ใช่ แต่ถามว่าจะให้ผมไปใส่ความคิดเพิ่มเติม ใส่สีตีไข่กับกลุ่มของน้อง ๆ เขาไหม ไม่ แต่ผมก็ให้ พึงระมัดระวังในการชุมนุมครับท่านประธานว่าบางอย่างที่หลีกเลี่ยงได้ก็ต้องหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่เขาทําเป็นความสวยงามไหม ผมก็เห็นว่าใช่ ผมเห็นคุณณัฐวุฒิ ต้องขออนุญาต กรมราชทัณฑ์ไปกราบศพคุณพ่อ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมไม่ได้ไปหรอกครับ ผมว่าความให้แกนนํา นปช. เกือบทุกคนครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าจุดหมายปลายทาง ของม็อบ (Mob) นักศึกษาหรือม็อบ (Mob) อะไรก็แล้วแต่ ไม่อยากให้จบด้วยใช้กําลัง นายกรัฐมนตรีต้องอดทนครับ เสธ. ทหารทั้งหลายที่เป็นที่ปรึกษาและ เสธ. ที่อยู่ในสภา หรืออยู่ในคณะรัฐมนตรีต้องอดทนเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพราะเหตุว่า ม็อบ (Mob) ยุคนี้อาจจะไม่เหมือนม็อบ (Mob) ยุคเดิมที่มีปัจจัยในการเข้ามา กรุงเทพมหานคร เขาอาจจะมีมากกว่านั้น เขาอาจจะมองเห็นความเหลื่อมล้ํา เขาอาจจะมอง ว่าอนาคตที่อยู่บนกติกาแบบนี้ต้องแก้ไข เขาอาจจะมองว่าคนรวย รวยเกินไป คนจนมันจนไป พ่อแม่เขาทั้งนั้นแหละครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ต้องช่วยกันแก้ไข แล้วผมก็ไม่อยู่ในวิสัยที่จะมาด่าใคร แต่ถ้าแสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมา แล้วก็รักษาสภาไว้ไม่อยากเห็นการยึดอํานาจอีก เพราะเหตุว่าท่านทักษิณก็ถูกยึดอํานาจ คุณยิ่งลักษณ์ก็ถูกยึดอํานาจ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จะถูกยึดอํานาจอีกอย่างนั้นหรือ มันก็ไม่แน่ครับ พลเอก กฤษณ์ สีวะรา ท่านก็ทราบดีว่า สุดท้ายถ้ามวลชน ชาวบ้านมีทหาร ก็เป็นไปได้หมด สุดท้ายฝากท่านประธานว่าในฐานะ ที่เป็น ส.ส. ผมยังเห็นว่าสภานี้ดีที่สุด อาจจะได้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาธิปไตยวันนี้ก็ว่ากันไป แต่ทุกอย่างต้องค่อย ๆ ไปครับ ผมเห็นข้าราชการเดินเข้าที่ทํางานไม่ได้ เพราะมีม็อบ (Mob) ผมเคยฟ้องยกเลิก พ.ร.บ. ฉุกเฉินทุกที่ก็ทําไม่ได้ เพราะเหตุว่ามีเงื่อนไข มีโน่นมีนี่ เพราะฉะนั้นสุดท้ายก็อยากให้รัฐบาลรับฟัง แก้รัฐธรรมนูญ ส.ว. ก็ต้องคิดนะครับ เป็นมา พอแล้วก็ต้องช่วยกัน ช่วยบ้านเมืองครับ ขอบคุณครับท่านประธาน