รังสิมา รอดรัศมี เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยแสดงความกังวลต่อผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเคลื่อนไหวประท้วง พร้อมทั้งหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเชิญคนนอกเข้าร่วมพิจารณา และเรียกร้องให้รัฐบาลและสภาใช้ความจริงใจรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยไม่ละเมิดสิทธิหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการพิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับ สภาผู้แทนราษฎร ในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมของท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ที่เป็นผู้เสนอ คือที่ดิฉันเห็นด้วย เพราะว่าจากอดีตที่ผ่านมาเมื่อสมัยที่ดิฉันเป็นฝ่ายค้าน เมื่อปี ๒๕๕๖ ท่านประธานรู้สึกจะเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นเหตุที่ดิฉันต้องไปเป็นกบฏ จนปัจจุบันศาลยังไม่ตัดสินก็เพราะเหตุการณ์ที่สภาปิดปาก ปิดหู ปิดตา แม้กระทั่งอยู่ในสภา พอเราเป็นฝ่ายค้านท่านก็ไม่ให้ดิฉันพูด พอดิฉันไปยกมือก็มองไม่เห็น แล้วก็กดไมโครโฟน ประธานก็ยังกลับมาด่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก เพราะฉะนั้นมันไม่มีที่จะพูด ไม่มี ที่จะแสดงออกแล้วสมัยนั้น แต่สมัยนี้ดิฉันคิดว่าสภามันเปลี่ยนไปแล้ว จากที่ว่านายชวน หลีกภัย มาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านรองประธานทั้งสองท่าน ดิฉันก็คิดว่า วัฒนธรรมของสภาก็ดีขึ้น เปลี่ยนแปลงไปเยอะ เป็นที่พึ่งที่หวังได้ของพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นที่พึ่งที่หวังของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ดิฉันลุกขึ้นมาพูดวันนี้ เพราะว่าดิฉัน ไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมาต้องมีคนล้มตาย แต่ดิฉันก็เป็นผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว บนถนนคนหนึ่ง แต่ดิฉันเป็นคนที่โชคดีที่เหตุการณ์อะไรที่มันเกิดดิฉันก็จะรอดทุกครั้งเลย มีระเบิดที่ไหนดิฉันก็ไม่ได้ไปทุกทีเลย ก็ต้องมีดวงแคล้วคลาด แต่ว่าดิฉันก็เห็นด้วยกับการ ที่จะแสดงออกของนิสิต นักศึกษา แต่การแสดงออกปัจจุบันมันมีกฎหมายมาเกี่ยวข้อง มากมายเลย ไม่เหมือนสมัยที่ก่อน ๆ นั้นที่ออกไปประท้วงตามท้องถนน ดิฉันก็เป็นห่วงว่า นิสิต นักศึกษา ปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับที่มันเกี่ยวข้องกับการประท้วงต่าง ๆ การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็กลัวว่าจะโดนข้อหาหลาย ๆ ข้อหา แล้วก็จะทําให้นิสิต นักศึกษา ถ้าไปติดคุกก็จะมีประวัติ ต่อไปในอนาคตข้างหน้าก็จะทําให้เสียอนาคต
แล้วอีกประการหนึ่งก็คือดิฉันเห็นว่านิสิต นักศึกษาเรียกร้องให้ยุบสภา ข้อนี้ ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้ยุบสภาตอนนี้ ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่เห็นด้วยเพราะว่ากลัวยุบสภา แล้วดิฉัน เป็นอดีต ส.ส. ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันไม่กลัวหรอกค่ะ ยุบเมื่อไรเราเป็นนักการเมืองเราพร้อมเสมอ พร้อมสู้ทุกเมื่อ แต่ว่าการยุบสภาตอนนี้ดิฉันคิดว่าถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกมาแล้ว ก็เหมือนเดิมอีกค่ะ แล้วสูญเสียงบประมาณมากมาย ดิฉันเปิดมางบประมาณที่ใช้ปี ๒๕๖๒ ๔,๐๐๖ ล้านบาท แล้วยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ประชาชนไม่มีจะกินแล้ว ภาวะวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ประชาชนเดือดร้อน เอาเงิน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปให้ประชาชนกิน ไม่ดีกว่าหรือคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยมองว่านิสิต นักศึกษาที่เรียกร้องให้ยุบสภา น้องคอยอีกสักนิดหนึ่ง แต่ถ้ายุบตอนนี้สภาพอะไรมันก็เหมือนเดิม ไม่แตกต่างอะไรเลย แล้วมันจะทําให้สูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ
แล้วอีกประการหนึ่งคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันก็เห็นด้วยในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพราะว่าตอนที่ลงมติดิฉันก็ลงมติไม่เห็นด้วย แต่ว่าทางสภาก็ได้แต่งตั้ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็คิดว่าอันนี้ก็เป็นที่หนึ่งที่จะให้แต่ละท่านได้มาแสดงความคิดเห็นในการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่ว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเราก็สามารถเชิญคนนอกเข้ามาพิจารณาในสภาได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นควรให้ตั้งน้อง ๆ ที่มีความคิดเห็นต่าง ๆ ได้เข้ามาเสนอใน สภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าถ้าเราไปตั้งเวทีข้างนอกคนก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ไม่ได้ฟังตลอด ที่น้อง ๆ ได้พูด ฟังเป็นช่วง ๆ ก็ไม่ได้ผล แต่ดิฉันก็มองว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ ก็เป็นคนใจกว้าง ดิฉันก็ฟังว่าท่านแถลงว่าการที่จะให้ตั้งกรรมาธิการก็เป็นเรื่องของสภาเรา เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้งกรรมาธิการ น้อง ๆ พวกนี้ก็จะได้มาเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็การคุกคามน้องก็ขอว่าอย่าคุกคามประชาชน อันนี้ดิฉันก็อยากจะ เรียนว่าถ้าน้อง ๆ ทําถูกกฎหมาย เขาก็ไม่สามารถที่จะมาดําเนินการใด ๆ กับน้อง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นทําอะไรให้ถูกกฎหมายเอาไว้นะคะ อีกประเด็นหนึ่งคือที่ดิฉันเป็นห่วง คือมีบางประเด็นที่นักศึกษาบางคนเคลื่อนไหว เป็นประเด็นที่อ่อนไหวมากเลย เพราะว่าดิฉัน ฟังแล้วดิฉันก็มีความรู้สึกว่าไม่ดีนะคะ เพราะว่ามันกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เป็นจํานวนมาก ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ ถ้าท่านดูในคอมเมนต์ (Comment) ก็จะเห็นว่าตอนนี้ก็เริ่มจะมี ๒ ฝ่ายแล้ว ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของน้อง ที่จะเกี่ยวข้องในประเด็นที่เคลื่อนไหว อาจจะทําให้ถูกคนที่ไม่หวังดีเอาไปโจมตีจนทําให้ ประเด็นที่ดี ๆ ที่น้องจะเสนอให้มันด้อยไป เพราะฉะนั้นสรุปว่าดิฉันก็ขอให้สภานี้ใช้ความ จริงใจในการรับฟังความคิดเห็นของลูกหลานของเรา อย่าให้ใครเอาลูกหลานของเราไปเป็น เครื่องมือในการล้มล้างฝ่ายตรงข้าม ก็ขอให้รัฐบาลแล้วก็สภาของเรามีความจริงใจค่ะ ขอบคุณค่ะ