ชลน่าน ศรีแก้ว หารือปัญหาการบริหารจัดการโควิด-19 โดยเฉพาะกรณีการเข้าประเทศของชาวต่างชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของ ศบค. ในการวางมาตรการที่ไม่ชัดเจนและเลือกปฏิบัติ พร้อมท้วงติงทัศนคติการสื่อสารที่เน้นสร้างความกลัวและขาดความจริงใจจากรัฐบาล จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรการอย่างเป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นด้วยการลงพื้นที่ ถอดบทเรียน และเปลี่ยนแนวทางสื่อสารให้เน้นข้อมูลจริง เพื่อสร้างความเข้าใจ รวมถึงการถ่วงดุลย์ระหว่างมาตรการสาธารณสุขกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเสนอให้ชี้ชัดอำนาจการตัดสินใจ รับผิดชอบต่อผลที่ตามมา และเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่เอื้อช่องทางการนำเข้าโรค พร้อมผลักดันให้กลับไปใช้กฎหมายปกติเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผม ในฐานะเป็นผู้เสนอญัตติได้สรุปญัตติตามข้อบังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติด่วน เสนอด้วยวาจา เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหา การบริหารสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) กรณีอนุญาตให้ชาวต่างประเทศเข้ามา ในราชอาณาจักรไทย และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดรอบใหม่ ที่ได้รับการรับรองจาก สมาชิกให้นําเสนอต่อสภาวันนี้ ผมขออนุญาตสรุปให้ท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิก ตลอดจนพี่น้องประชาชนผู้ที่สนใจเรื่องนี้อย่างมากได้รับทราบ มีผู้เสนอญัตติทั้งหมด ๓ ท่าน มีผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอด้วยวาจา และมีเพื่อนสมาชิกอีก ๒ ท่าน ได้เขียนญัตติเป็น หนังสือเสนอประกอบเพื่อนํามาพิจารณาร่วมกัน ๒ ท่าน คือท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ท่าน ส.ส. สมพงษ์ โสภณ จากพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดระยองเช่นกัน ได้เสนอญัตติ แล้วก็นําเสนอญัตติอภิปราย มีสมาชิกให้ความสนใจ อภิปรายทั้งหมด ๓๖ ท่าน รวมแล้ว ๓๙ ท่าน เป็นฝ่ายค้าน ๒๔ ท่าน เป็นฝ่ายรัฐบาล ๑๒ ท่าน ข้อเสนอจากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นฝ่ายตรวจสอบ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายสนับสนุนคือ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมาก ส.ส. ฝ่ายค้านซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย การนําเสนอของสมาชิกในแต่ละมุม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าฝ่ายค้าน มีการนําเสนอในมุมที่ทักท้วง ติติง เสนอแนะ ในสิ่งที่เป็นข้อผิดพลาด บกพร่อง หรือขาดหายไป จากการปฏิบัติของฝ่ายบริหาร แล้วก็ฝ่ายนําสู่ปฏิบัติคือฝ่ายราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นี่เป็นหน้าที่โดยตรงครับ ฝ่ายค้านไม่มีหน้าที่จะมาชื่นชม ยกยอว่าฝ่ายบริหาร ตัวท่าน นายกรัฐมนตรี ตัวรัฐมนตรี ศบค. โฆษก ศบค. ทํางานดีเลิศ ดีเยี่ยม ไม่ใช่หน้าที่ครับ แม้อยากจะชื่นชมแต่ไม่ใช่หน้าที่ เพราะหน้าที่มอบให้เป็นฝ่ายเสียงข้างน้อยในการจะทักท้วง ในการจะติติง ในการที่เสนอแนะ ในสิ่งที่ท่านบกพร่องขาดหาย หน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ที่ท่านจะพูดถึงคุณงามความดี สิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ฝ่ายบริหารกระทําแล้วเห็นว่าดีก็มาบอก ในสภาแห่งนี้ อันนี้คือการทําหน้าที่ของพวกเราครับ แม้ความเห็นของพวกเราจะแตกต่างกัน แต่เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ นี่คือความสวยงามครับ จะมีการถ่วงดุล มีการตรวจสอบกันตลอด ฝ่ายเสียงข้างน้อยเคารพเสียงข้างมาก ยอมรับในกฎเสียงข้างมาก ท่านชนะตลอด เพราะเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากเองก็ต้องยอมรับสิทธิของเสียงข้างน้อยครับ มาเจอริตีรูล (Majority rule) และ ไมนอริตีไรตส์ (Minority rights) ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ อันนี้เป็นหลัก โดยทั่วไปอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการอภิปราย อภิปรายหมายถึงเสนอเหตุผลโต้แย้งเลยออกมา ลักษณะอย่างนี้ครับ อภิปรายไม่มีการพูดระหว่างสมาชิกนะครับ เพราะเป็นเหตุผลโต้แย้ง ที่แตกต่างกันเลยต้องพูดกับท่านประธาน ให้ท่านประธานเป็นคนรับฟังแทน ต้องเรียนกับ ท่านประธานด้วยความเคารพอย่างนี้ในการทําหน้าที่ของพวกเรา สมาชิกและผู้เสนอญัตติ ได้สรุปสาเหตุของปัญหาตรงกันชัดเจนครับ เหตุที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการตรวจเชื้อที่พบ ในทหารอียิปต์ที่มาลงที่สนามบินอู่ตะเภาแล้วพักอาศัยอยู่จังหวัดระยอง ลูกของท่านอุปทูต ซูดานที่ตรวจพบเชื้อ เพื่อนสมาชิกสรุปสาเหตุชัดเจนว่าเป็นความผิดพลาด บกพร่อง ในการออกข้อกําหนดและแนวทางการปฏิบัติของ ศบค. การออกข้อกําหนด ฉบับที่ ๑๒ ที่อนุญาตหรือยกเว้นให้บุคคล ๑๑ กลุ่มเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยได้ แต่มีเงื่อนไขจะต้องปฏิบัติ เป็นแนวทางการปฏิบัติตามคําสั่งที่ ๗/๒๕๖๓ มีรายละเอียดในแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่เข้ามาเป็น ปัญหาคือกลุ่มที่ ๓ คือสิทธิพิเศษทางด้านการทูต และกลุ่มที่ ๕ ที่เป็นทหารนํายานพาหนะ เข้ามาให้สิทธิพิเศษครับ แต่มาตรการที่เขียนกลับลักลั่น เหลื่อมล้ํา ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน อันนั้นเป็นเหตุและปัจจัยแรก เหตุและปัจจัยที่ ๒ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เมื่อกฎกติกา ไม่ชัดเจน การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เราเองก็หละหลวม เช่น อนุญาตให้ลงสนามบินอู่ตะเภา แต่ไม่มีการตรวจ ไม่มีการติดตาม ไม่มีการเฝ้าระวัง ลักษณะที่เป็นการกักกันแบบพิเศษ เมื่อท่านยกเขาเป็นพิเศษแต่ท่านไม่มีวิธีพิเศษเข้าไปดูแลเขา อันนี้คือความผิดพลาด บกพร่อง ต้องยอมรับในข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง สาเหตุที่เกิดปัญหาต่อไปคือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ จะเจตนาหรือจงใจหรือไม่ เราไม่ได้ปักใจเชื่ออย่างนั้น แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าวิธีการเป็นการ เลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน ระหว่างคนไทยด้วยกันกับพี่น้องที่มาจากต่างประเทศ อันนั้นคือ เหตุที่ทําให้เกิดปัญหา เรื่องต่อไปเพื่อนสมาชิกได้สรุปเรื่องของความรู้ความสามารถของ ผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้อํานวยการศูนย์ ศบค. หรือ ศบค. เอง หรือผู้ปฏิบัติระดับปฏิบัติ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ทําให้เกิดปัญหาได้ แล้วที่สําคัญเหตุที่ทําให้เกิดปัญหาขึ้นมาและเกิดผล กระทบอย่างใหญ่หลวงนี่เป็นเรื่องของแนวทางการปฏิบัติของ ศบค. เองที่มุ่งเน้นสร้างความ หวาดกลัว หวาดวิตก การ์ด (Guard) อย่าตก จะเกิดระบาดระลอก ๒ รุนแรงกว่าเดิม อะไรต่าง ๆ อันนี้เป็นสาเหตุทําให้เกิดปัญหา เพราะมีความตระหนกตกใจเกิดขึ้น และมี สมาชิกบางท่านบอกว่าเป็นการจงใจหรือเปล่า ที่ปล่อยปละละเลยเพื่อที่จะรักษา พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะรักษาอํานาจ อันนี้เป็นข้อทักท้วง หรือข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิก จะเท็จจริงอย่างไรก็ต้องไปดูกัน นั่นคือมูลเหตุของปัญหา ที่เกิดขึ้น ผลกระทบที่เพื่อนสมาชิกสรุปมาแน่นอนครับเรื่องหนักที่สุดคือเกิดความ ตื่นตระหนกตกใจ มีการงด ยกเลิกกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะกระทําในบริเวณที่เกิดขึ้น เช่น ที่จังหวัดระยองยกเลิกการจองท่องเที่ยว ยกเลิกของกิจกรรมทุกอย่างทําให้เกิดปัญหา มีการปิดห้าง ปิดโรงเรียน ขยายวงกว้างทําให้พี่น้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ ตกงาน อย่างทันที เงินที่ลงทุนมาไม่รู้จะขยับขยายอย่างไร อันนี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วก็มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนที่ต้องการแสดงออกบอกความจริง อันนี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น มีข้อเสนอที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ เพื่อให้ ท่านประธานได้ส่งไปให้รัฐบาลหรือศูนย์ ศบค. ช่วยนําไปปรับปรุงแก้ไขในการบริหาร สถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ให้เกิดระบาดซ้ํา หรือไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ข้อ ๑ เป็นเรื่องที่สมาชิกอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรี ออกมาขอโทษพี่น้องประชาชนอย่างจริงใจ เพราะภาพที่เขาเห็นที่ออกมาในการขอโทษครั้งนั้น หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทําแบบขอไปที ไม่จริงใจ
ข้อ ๒ สมาชิกอยากให้ ศบค. หรือตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองเร่งสร้างความเชื่อมั่น ให้กับคนในพื้นที่ที่เกิดเหตุ คนในประเทศเราหรือแม้กระทั่งต่างประเทศที่เฝ้ามองเราอยู่ วิธีการ สร้างความเชื่อมั่นทําได้ไม่ยาก นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ไป อันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมชื่นชมครับ แม้จะถูกต่อต้าน จะถูกชื่นชม อันนั้นเป็นเรื่องของความเป็นเสรีภาพในการแสดงออก การลงพื้นที่ เป็นเรื่องที่สร้างความเชื่อมั่นได้ดี เหมือนกับประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยขณะนี้ลงพื้นที่ ในจังหวัดระยอง คุณหญิงสุดารัตน์ลงไปหาเขา ไปสร้างความเชื่อมั่น ไปรับปัญหา จัด ครม. สัญจร อันนี้ผมเสนอเองลงไปเลยครับ
ข้อต่อไป สิ่งที่จําเป็นที่สุดเมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องถอดบทเรียน ศบค. เอง ต้องถอดบทเรียน แล้วก็กําหนดแนวทางไม่ให้เกิดซ้ํา ไม่ขยายวงกว้าง เราเจอมาทั้งประเทศแล้ว ขณะนี้ย่อส่วนมาที่จังหวัดระยอง ย่อส่วนมาที่สุขุมวิท ทําอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต้องถอดบทเรียน สมาชิกหลายท่านแนะนําได้ดีมากครับ ไปถอดบทเรียนถึงสภาพปัญหา สาเหตุ กระบวนการ การจัดการทั้งหมด
ข้อต่อไป เพื่อนสมาชิกเสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไขข้อต่อช่องว่างที่หละหลวม ในมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา เช่น ทําไมลูกท่านทูตเมื่อตรวจแล้วข้อกําหนด เงื่อนไขบอกว่า ต้องไปกักกันตัวในบ้านพักท่านทูต แต่กลับปล่อยไปอยู่โรงแรม ลักษณะอย่างนี้ต้องไป ปรับปรุงแก้ไขข้อต่อช่องว่างที่เป็นปัญหาและเป็นประเด็น
ข้อต่อไป การสื่อสารครับ การสื่อสารสําคัญมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วอย่าได้ ปิดบังข้อมูล จะเกิดทั้งความตื่นตระหนก สื่อสารต้องถูกต้อง เป็นความจริง สมาชิกหลายท่าน บอกว่าอาจจะมีการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตระหนกโดยหวังผลประโยชน์ทางการเมือง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความชัดเจนก็คือความกลัวที่ ศบค. สร้างอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เปิดศูนย์มา การ์ด (Guard) อย่าตก ระวังจะระบาดซ้ํา จนกระทั่งพี่น้องฝังจิตฝังใจเข้าไป แล้วที่สําคัญเขา ไม่ได้กลัวโรค เขากลัวตายทางด้านเศรษฐกิจ
สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้บอกกล่าวอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าอยากให้ ศบค. เอง เปลี่ยนจากการให้ความกลัวเป็นความรู้ ความเข้าใจที่แท้จริง และยอมรับว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้ ตราบใดที่เราสามารถดูแลรักษาได้ ศักยภาพของโรงพยาบาล สถานบริการเราพร้อม เตียงเราพร้อม ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ต้องแสดงออกจุดนี้ให้ได้ครับ ไม่อย่างนั้นมีระบาด ๑ เคส (Case) สั่งปิดประเทศไปทั้งหมด ก็ตายกันหมด โรคเกิดขึ้นได้ ถ้าจัดการได้ เอาอยู่ ถือว่าเป็นโรคธรรมดา หลายท่านบอกว่าอัตราตายน้อยกว่าโรคหวัดอีก อันนั้นคือเรื่องจริงครับ
ข้อต่อไป ปัญหาสําคัญที่เพื่อนสมาชิกพูด เรื่องของทัศนคติและเจตคติของผู้นํา ไม่ว่าระดับไหน โดยเฉพาะระดับสูงสุดต้องปรับเปลี่ยนครับ ต้องยอมรับฟัง ต้องยอมที่จะแสดง ความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริงจากพี่น้องประชาชน การบริหารงานต้องเอาพี่น้องประชาชน เป็นหลัก ไม่ใช่การบริหารงานเพื่อหวังผลประโยชน์
ข้อเสนอแนะเรื่องต่อไป สมาชิกหลายท่านพูดเยอะมากก็คือการให้ความ สมดุลระหว่างทางด้านสุขภาพ มิติสุขภาพกับมิติทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ช่วงต้นนี่ พี่น้องประชาชนไม่บ่นครับ ท่านอาจจะให้น้ําหนักมิติสุขภาพมากกว่าทางด้านเศรษฐกิจและ สังคม เมื่อกลับมาสมดุลแล้วต้องมาสมดุล และขณะนี้เราจัดการสุขภาพได้ดีแล้ว เศรษฐกิจ สังคม ต้องให้น้ําหนักมากกว่า รายละเอียดเพื่อนสมาชิกได้พูดไปเยอะในเรื่องนี้ สิ่งที่เป็น ข้อสงสัยและอาจจะต้องฝากท่านประธานไปยัง ศบค. ก็คือว่าอํานาจในการสั่งปิด สถานบริการ ปิดโรงเรียน ปิดโรงแรม พอเกิดเรื่องปัง ปิดปังเลยครับ ถามว่าอยู่ที่ ศบค. อยู่หรือไม่ ยังอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่หรือไม่ ควรจะเข้าสู่การพิจารณาให้ชัดเจนถ่องแท้ ก่อนหรือไม่ เพราะปิดปั๊บมีผลกระทบทันที ก็ไปเสริมเรื่องความกลัวของพี่น้องประชาชน เพื่อนสมาชิกเสนอให้รัฐบาลรับเรื่องนี้ไปทบทวนเพื่อจะดําเนินการ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมา ทั้งหมด ผมพยายามสรุปและฝากเป็นข้อเสนอไปให้กับทางรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องที่เพื่อนสมาชิก ห่วงใยมากคือความรับผิดชอบ ต้องมีผู้รับผิดชอบครับ จะผิดจะถูกอย่างไร ก็ต้องสอบสวน หาผู้รับผิดชอบเพื่อหาช่องว่างในการทําหน้าที่ตรงนั้น กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพอากาศ สนามบินอู่ตะเภา สสจ. หรือทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องลงไปดูรายละเอียดและให้ความเป็น ธรรมเขาครับ ถ้าการสนับสนุนมาตรการไม่ชัดแจ้งอย่าไปโทษผู้ปฏิบัติงาน ต้องให้ขวัญกําลังใจเขา และสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ ความรับผิดชอบตรงนี้รวมถึงการรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบ การเยียวยา การดูแล ผู้ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนเองจะดูแลเขาอย่างไร เขาขาดรายได้ จะดูแลเขาอย่างไรที่เขาสูญเสียโอกาสเขาไป ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบธุรกิจ จะดูแล เขาอย่างไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นมา
ข้อสุดท้ายที่ผมเองเป็นผู้เสนอและมีเพื่อนสมาชิกเห็นด้วยอย่างยิ่ง เหตุของ ปัญหามาจาก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิน และข้อกําหนด ฉบับที่ ๑๒ ขณะนี้เอง เหตุการณ์ครั้งนี้บ่งชัดเจนว่าการออก ข้อกําหนดนั้นแทนที่จะไปควบคุมป้องกันโรคโควิด (COVID) กลับไปส่งเสริมให้เกิดโรคโควิด (COVID) นําเข้า ที่จะมาแพร่ระบาดในประเทศเรา สมควรต้องยกเลิกครับ ต้องยกเลิก ใช้กฎหมายปกติเข้าไปดําเนินการได้แล้ว นี่คือข้อเสนอทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอผ่าน การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรของเราในวันนี้ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ฝากท่านประธานด้วยความเคารพ ผมกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ไม่ว่าจะมี ความเห็นต่างกันอย่างไร พวกเราคือฝ่ายนิติบัญญัติ เราทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน เพราะเรา มาจากประชาชน และเราก็หวังว่าสิ่งที่เราพูดวันนี้ใช้เวลาทั้งวัน ๓๙ ท่าน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ กับการนําไปสู่การปฏิบัติของรัฐบาล โดยเฉพาะผู้อํานวยการ ศบค. แล้วก็ ศบค. เอง ในการจะเอา ข้อเสนอเหล่านี้ไปให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน ผมมั่นใจครับว่าพี่น้องประชาชน คนไทย เมื่อรัฐบาลยอมที่จะทําตามข้อเสนอแล้ว เขาก็ยินดีที่จะปฏิบัติ แม้จะต้องอดทนอดกลั้น อย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ