อัครเดช สนับสนุนญัตติด่วน ห่วงโควิดระบาดซ้ำจากแรงงานลักลอบเข้าเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สนับสนุนญัตติด่วนเกี่ยวกับความเสี่ยงการระบาดซ้ำของโควิด-19 จากกรณีการลักลอบเข้าประเทศในจังหวัดระยอง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบข้อบกพร่องในมาตรการควบคุมโรคและแก้ไขปัญหาข้อจำกัดของเจ้าหน้าที่ภาคปฏิบัติอย่างตรงจุด รวมทั้งเร่งเยียวยากลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ โดยเฉพาะการปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าถึงซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทให้กลุ่มรากหญ้าสามารถเข้าถึงได้จริง

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ได้อภิปรายสนับสนุนข้อเสนอญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือคุณหมอ บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ที่ได้ยื่นญัตติด่วนให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณาศึกษาเร่งแก้ไขปัญหาความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดระลอก ๒ ของโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคม เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย กันอย่างกว้างขวางในเรื่องของปัญหาที่ทางเราได้ประสบพบเจอในจังหวัดระยอง ก็คือมี บุคคลต่างชาติได้มาและมีความเสี่ยงในการที่จะแพร่ระบาดโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) ให้กับพี่น้องคนไทย ข่าวนี้นํามาซึ่งความตระหนกตกใจให้กับพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ เพราะว่าเราเองเพิ่งผ่านสถานการณ์ล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศมา หลายเดือนครับ ตั้งแต่เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน แล้วเข้าสู่เดือนกรกฎาคม เป็นระยะเวลา ๕ เดือน ที่พี่น้องประชาชนนั้นต้องใช้วิถีชีวิตแบบใหม่หรือที่เราเรียกว่า นิวนอร์มัล (New normal) มีทั้งเรื่องพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน ทั้งเรื่องของเคอร์ฟิว (Curfew) ทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม อีกหลายอย่าง ที่ตามมาหลังจากที่ประเทศเราได้ล็อกดาวน์ (Lockdown) เพื่อสร้างการสาธารณสุข เพื่อป้องกันโรคระบาด เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ของทางภาคราชการในภาคปฏิบัติ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการของทางรัฐที่ได้กําหนดไว้ ผมอยากให้ทางรัฐบาลนั้นได้ลงไป หาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ผมคิดว่าปัญหานั้นจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและถูกจุด อย่างเช่น การลงไปหาสาเหตุที่แท้จริงว่าบุคลากรภาครัฐนั้นในภาคปฏิบัติอาจจะขาดแคลน งบประมาณ อาจจะขาดแคลนบุคลากรที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรการของ ทางราชการ ผมเองนั้นเป็นผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสลงไปสัมผัสใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ในระดับ ปฏิบัติการ หลายครั้งเราจะเห็นความตั้งใจและความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการ ก็คือเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบางทีเป็นเรื่องข้อจํากัดในเรื่องของงบประมาณบ้าง อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือบ้าง ในเรื่องของนโยบายที่ไม่ชัดเจนบ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมอยากให้ทางรัฐบาลที่ควบคุมเรื่องของนโยบาย และผู้บริหารในระดับกระทรวงหรือกรม ไม่ว่าจะเป็นท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดีนั้น ได้ลงไปดูการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ในระดับปฏิบัติการว่าท่านเหล่านั้นขาดอะไรบ้าง จึงทําให้มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น

เรื่องที่ ๒ ผมเองนั้นอยู่จังหวัดราชบุรีติดกับชายแดนในประเทศเมียนมาร์ สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือปัจจุบันนี้มีพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านประเทศกัมพูชา หรือประเทศลาว หรือประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันนี้ พี่น้องประชาชนได้ส่งข่าวมาว่ามีความเป็นห่วงว่าจะมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จากบุคคลต่างด้าวเข้ามาในช่องทางทางธรรมชาติ ไม่ได้เป็นช่องทางปกติที่เป็นช่องทางที่มี การตรวจคนเข้าเมือง ตรงนี้มีความเสี่ยงในการที่จะเกิดการแพร่ระบาดได้ ก็อยากจะให้ทาง ท่านประธานนั้นได้ส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลได้เข้าไปดูความห่วงใยในข้อนี้ด้วย ถ้าเกิดมี การระบาดในรอบที่ ๒ ขึ้นมา ท่านประธานครับ เป็นความบอบช้ําของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสังคมแล้วก็เรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการล็อกดาวน์ (Lockdown) ในช่วงระยะเวลาเกือบ ๕ เดือนที่ผ่านมา อย่างที่ท่านประธานได้ทราบครับว่า เราเองประสบปัญหาด้านสังคม เด็กนักเรียนปัจจุบันนี้ก็เลื่อนการเปิดเทอมส่งผลกระทบต่อ ผู้ปกครองที่จะต้องดูแลเด็ก ๆ เหล่านั้น ไม่สามารถส่งไปโรงเรียนได้เพราะว่าโรงเรียน ยังไม่เปิดเทอม ผู้ปกครองก็ต้องหยุดงานบ้าง ลางานบ้าง ที่จะมาเลี้ยงดูบุตรหลาน แทนที่จะ ส่งไปศึกษาในโรงเรียน อันนี้ก็เป็นปัญหาสังคม ซึ่งถ้ามีการล็อกดาวน์ (Lockdown) อีก ปัญหาเหล่านี้ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงเกิดขึ้น นอกจากนี้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเยียวยา ของทางภาครัฐที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง ปัจจุบันนี้ในชั้นกรรมาธิการหลายคณะก็เชิญ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงเพื่อให้เยียวยาพี่น้องประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานว่ายังไม่ครอบคลุม ยังมีการตกหล่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ ที่ตอนนี้ยัง ตกหล่นอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราปล่อยให้มีการระบาดในระลอกที่ ๒ ก็จะเพิ่มความลําบากให้กับพี่น้องประชาชนได้ เรื่องของกลุ่มเปราะบาง ผมเองนั้นเป็น ส.ส. ที่ลงไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ในทุกพื้นที่ที่ผมได้ดูแลอยู่เราก็จะเจอปัญหาว่า กลุ่มเปราะบางนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงนั้นซึ่งลูกหลาน ที่ทํางานอยู่บ้าง ตกงานบ้าง รายได้ลดลงบ้าง ก็ส่งเงินกลับมาช่วยเหลือน้อยลงบ้าง ไม่ให้เลยก็มี ก็สร้างความลําบากให้กับพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้ อยากจะกราบเรียนว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นในระลอกที่ ๒ ก็จะสร้างปัญหาซ้ําเติมกลุ่มเปราะบาง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังรอเงินเยียวยาจากทางราชการที่ทางรัฐบาลประกาศว่าจะเยียวยาให้ตั้งแต่ เดือนที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ผมคิดว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็กําลังเร่งดําเนินการอยู่ ก็ขอให้ ทางรัฐบาลได้เร่งดําเนินการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางตามที่ได้ประกาศไว้ด้วย และที่สําคัญ ก็คือภาคการท่องเที่ยวและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็จะเริ่ม ลืมตาอ้าปากได้แล้ว แต่เมื่อมีวิกฤติครั้งนี้ที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นอีกที่จังหวัดระยองก็ทําให้ ผู้ที่ประกอบอาชีพในเรื่องของการท่องเที่ยว แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพในธุรกิจอุตสาหกรรม กลางคืนก็มีความวิตกกังวล เพราะว่าธุรกิจอื่นก็ได้รับการผ่อนปรนในลําดับต้น ๆ ตอนนี้ธุรกิจ เหล่านี้ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ เพราะว่าเรายังห้ามไม่ให้บุคคลนอกราชอาณาจักรนั้นได้เข้ามา ในประเทศเพื่อทําการท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจต่าง ๆ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เต็ม ๆ ก็มีความเป็นห่วงว่ายังไม่สามารถที่จะประกอบธุรกิจได้ตามปกติเหมือนกลุ่มธุรกิจอื่น แต่ก็มีข่าวที่จังหวัดระยองเกิดขึ้น มีสิ่งหนึ่งครับที่อยากจะเรียนท่านประธานเป็นกรณีสุดท้าย ก็คือเรื่องของซอฟต์โลน (Soft loan) ตอนนี้ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้มาชี้แจงในกรรมาธิการ การติดตามเรื่องของงบฟื้นฟูเยียวยาโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งปัจจุบันนี้งบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เป็นซอฟต์โลน (Soft loan) มีการปล่อยกู้ไปแล้ว ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และมีผู้ประกอบการ ที่ได้รับการช่วยเหลือในกลุ่มเงินซอฟต์โลน (Soft loan) วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ๖๐,๐๐๐ กว่าราย สิ่งที่เป็นปัญหาปัจจุบันนี้ก็คือเรื่องของหลักเกณฑ์ในการปล่อยกู้ให้กับ ผู้ประกอบการนั้น ให้เฉพาะผู้ที่มีวงเงินกับทางธนาคารพาณิชย์อยู่แล้ว แล้วก็มีหลักทรัพย์ ค้ําประกันอยู่แล้ว ตรงนี้คือหลักเกณฑ์ที่ทําให้ผู้ที่มีความเดือดร้อนจริง ๆ ไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนได้ ฉะนั้นจึงอยากจะให้ทางรัฐบาลได้เร่งผ่อนปรนหรือผ่อนคลายกฎเกณฑ์ หรือปรับหลักเกณฑ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มที่ลําบากจริง ๆ หรือเป็นรากหญ้า หรือเป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจได้เข้าถึงเงินกู้ซอฟต์โลน (Soft loan) ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ยังเหลืออยู่อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ว่าเราจะทําอย่างไรให้เงินกู้นี้ไปถึงผู้ที่มีความเดือดร้อน จริง ๆ แล้วไม่มีหลักทรัพย์หรือบุคคลมาค้ําประกัน ถ้ามีธุรกิจและได้ทําธุรกิจจริงหรือประกอบ อาชีพจริง ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นได้ปรับหลักเกณฑ์ช่วยเหลือกลุ่มพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ อย่างเร่งด่วน ซึ่งยังมีวงเงินที่เหลืออยู่อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็ได้รับคําชี้แจงจากผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจ การคลังว่าธนาคารออมสินก็จะมีวงเงินกู้ให้กับพี่น้องที่ประสบปัญหาเรื่องของวิกฤติโควิด (COVID) ที่ทําธุรกิจอยู่ ก็ขอให้ทางท่านประธานนั้นได้แจ้งไปทางรัฐบาลด้วยว่าอยากให้ปรับ หลักเกณฑ์ว่าอย่าให้ซ้ํารอยกับเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ธนาคารออมสินนั้นได้ปล่อยกู้ ให้กับผู้ประกอบการ หรือพี่น้องประชาชนที่เป็นฐานราก หรือเป็นรากหญ้าของระบบเศรษฐกิจ จริง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นจะได้รับการเยียวยาแล้วก็ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็จะลดความลําบาก ของพี่น้องประชาชนในลําดับต่อไป ท่านประธานครับ ผมเองนั้นก็ขอให้กําลังใจรัฐบาล ที่นําโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เมื่อวานท่านก็ลงพื้นที่ ที่จังหวัดระยองเพื่อที่จะไปเพิ่มแล้วก็สร้างขวัญกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ก็ขอให้ท่าน นายกรัฐมนตรีนั้นได้เร่งสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนั้นได้เข้าไปดูปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างแท้จริงตามที่ผมได้อภิปรายไป และขอให้กําลังใจพี่น้องชาวจังหวัดระยองด้วย และขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นอกจากท่านจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วท่านยังเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ท่านก็เข้าใจพี่น้องชาวจังหวัดระยองเป็นอย่างดี และท่าน ก็อยู่เคียงข้างกับพี่น้องชาวจังหวัดระยองตั้งแต่ที่มีวิกฤติเกิดขึ้นในครั้งแรก แล้วท่านเองก็มี ความทุ่มเทในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระยอง และพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ ในโอกาสนี้ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ราชบุรี เขต ๔ ขอสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกในการที่จะให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งผลการศึกษาในวันนี้ให้ทางรัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไขในลําดับต่อไป ขอบคุณครับ