ชลน่าน ศรีแก้ว ตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.ก. บริหารราชการฉุกเฉินเป็นต้นเหตุปัญหาโรคระบาดและเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องให้ยกเลิกทันที เปรียบเทียบการบริหารประเทศกับบริษัทที่ล้มเหลว และเสนอให้เปลี่ยนผู้นำเพื่อฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ และถือโอกาส กราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล คณะกรรมการ ประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่าย ที่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเราโดยตรง เพราะเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนกําลังประสบ ความเดือดร้อนอย่างหนัก แม้จะเป็นจุดเพียง ๑ จังหวัดหรือส่วนขยายเท่านั้นเอง แต่เท่าที่ ดูแล้วกระแสสังคมถือว่าเป็นเรื่องที่มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จะต้องได้รับการดูแลแก้ไข ก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นตัวแทน พี่น้องประชาชนที่จะนําเรื่องนี้เข้ามาปรึกษาหารือกัน เพื่อหาแนวทางและมาตรการที่จะเป็น ประโยชน์กับประเทศชาติ ผมขออนุญาตกลับไปที่สภาพสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เป็น ต้นเหตุจําเป็นที่จะต้องเสนอญัตติในเรื่องนี้ ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ที่ผ่านมา สื่อกระแสหลัก สื่อทุกกระแสทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นสื่อทุกประเภทโดยเฉพาะสื่อ สังคมออนไลน์ (Online) ได้พูดแล้ววิพากษ์วิจารณ์กันเยอะมาก ทวิตเตอร์ (Twitter) ขึ้นเป็นอันดับ ๑ เรื่องของการที่ ผบ.ทบ. ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาเยือน ประเทศไทย ในวันที่ ๙ และวันที่ ๑๐ วันที่ ๘ ก็มีกระแสเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างมาก จนกระทั่ง มีการนําไปสู่การปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง ข้อเสนอ โดยท่าน ผบ.ทบ. ออกมาบอกว่าการที่ ผบ.ทบ. ของประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าประเทศไทยนั้น ได้รับอนุญาตตามประกาศตาม ข้อกําหนดของ ศบค. เรื่องอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้เป็นกรณีพิเศษ ตามข้อกําหนดที่ ๑๒ แล้วก็เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ๑๑ ที่ให้มีการผ่อนคลายในระยะที่ ๕ การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ๑๑ ประเภท ท่านก็ชี้แจงว่าได้รับอนุญาตตรงนั้นแล้ว แล้วได้รับการยกเว้นตามคําสั่ง ข้อ ๗ ก็เข้ามาได้ และการเข้ามานั้นก็ปฏิบัติตามมาตรการ มาตรฐานทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แม้จะมีเงื่อนไขหรือมาตรการที่จะต้องดําเนินการทุกอย่างก็ต้องปฏิบัติ ซึ่งวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ ที่ท่าน ผบ.ทบ. ของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ในประเทศไทยเราก็ได้แสดงภาพอย่างนั้น ออกมา ในการประชุมกัน การเข้าพบปะกันก็มีการใส่แมสก์ (Mask) เว้นระยะห่าง แต่วันที่ ๑๓ พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกอีกครั้งหนึ่ง ผมต้องใช้คําว่าพี่น้องประชาชนตื่นตระหนก เพราะมีรายงานว่ามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Corona) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เป็นทหารอียิปต์ที่เข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ ๘-๑๐ แล้วเดินทางกลับ วันที่ ๑๑ มาลงที่สนามบินอู่ตะเภา พํานักอยู่ที่จังหวัดระยอง มีการตรวจเชื้อเบื้องต้นเข้าข่าย เป็นผู้ป่วยที่ต้องสงสัยหรือพียูไอ (PUI) เพเทียนต์ อันเดอร์ อินเวสติเกชัน (Patient Under Investigation) ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้ภาษาอังกฤษ เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายสงสัย ก็มีการตรวจซ้ํา เมื่อมีการตรวจซ้ําเขาบินกลับไปแล้ววันที่ ๑๑ ผลรายงานออกมาว่าเป็นบวก พอเป็นบวกปุ๊บแจ้งต่อพี่น้องประชาชนที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) คือ ศบค. วันที่ ๑๓ โดยอ้างว่า วันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ เป็นวันหยุด วันที่ ๑๓ มาแจ้ง และในวันที่ ๑๐ ก็มีการเดินทางของครอบครัวท่านอุปทูต ประเทศซูดาน ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อประเทศเขา ไม่ได้เสียหายครับ เพราะมีการพูด ในสื่อสาธารณะ ลูกสาวท่านอายุ ๙ ปี ถูกตรวจตามระบบที่เราวางไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะเข้ามาถึงตอนตีห้ากว่า ๆ ถูกตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) ตรวจหาตัวเชื้อเลย การทํา โทรต สแวบ (Throat swab) หรือแหย่เข้าไปในช่องคอและจมูก ผลปรากฏว่าติดเชื้อ และผู้โดยสารที่มากับเครื่องบินลํานั้นเข้าสู่การตรวจและการกักกันที่เป็นบุคคลอื่นอีก ๑๒ คนจากผู้โดยสาร ๒๐๐ คน เหตุการณ์เหล่านี้เองเลยเป็นที่มาของการที่พี่น้องสื่อมวลชน จําเป็นต้องรายงานโดยรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนให้พวกเราได้ทราบว่ามีการนําเชื้อเข้ามา ในประเทศไทยเรา และกําลังเป็นที่จับตามองว่าจะระบาดในประเทศไทยเราหรือไม่ นั่นหมายความว่าจะติดต่อกับคนไทย แล้วคนไทยไประบาดในคนไทยหรือไม่ โชคดีขณะนี้ ยังไม่มีครับ ณ วันนี้วันที่ ๑๖ ยังไม่มี ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนก ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดระยองเป็นอย่างมาก เหตุที่ตื่นตระหนก เขาไม่ได้กลัวเชื้อโรค เพราะพี่น้องประชาชนจังหวัดระยองเขาเก่ง เขาเข้มแข็งมาก ทุกองค์กร ที่อยู่ในจังหวัดระยองเขาเข้มแข็งมาก เขาสามารถป้องกันและควบคุมดูแลตนเองไม่ให้มีโรคนี้ อยู่ในจังหวัดเขาได้ถึง ๑๐๒ วันนับถึงเมื่อวานนี้ แล้วมีทหารอียิปต์เข้าไป ปรากฏตรวจรายงาน คือวันที่ ๑๓ จังหวัดระยองก็ถือว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ในจังหวัดเขาแม้เป็นชาวต่างชาติ เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนคนจังหวัดระยองไม่ได้กลัวที่จะติดโรค แต่สิ่งที่เขาเจอก็คือ เขาถูกมาตรการของรัฐสั่งโดยใครผมไม่ทราบ ปิดโรงเรียน ๒๗๔ แห่ง ปิดห้างสรรพสินค้าอย่างน้อย ๒ แห่ง ที่มีประวัติว่าทหารคนนี้เข้าไปเดินห้างสรรพสินค้า ปิดอาคารสถานที่ต่าง ๆ พอมีข่าว อย่างนี้สิ่งที่อ่อนไหวที่สุดก็คือสภาวะเศรษฐกิจที่กําลังจะขับเคลื่อน เนื่องจากมาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ ๕ ที่นับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม เป็นต้นมา ๘ วันให้หลัง แค่สัปดาห์เดียวออกผลเลย พี่น้องชาวระยองถูกยกเลิกในการจับจองเข้าที่พักถึงร้อยละ ๙๐ เศรษฐกิจเขากําลังจะฟื้น พี่น้องชาวระยองที่เตรียมลงทุนกลับมาทําอาหารทําอะไรต่าง ๆ ในการที่จะไปดูแล เด็กนักเรียน ไปดูแลแขก หยุดชะงักหมด จําเป็นต้องเอามาแจก จําเป็นต้องเอามาขาย เกิดขึ้นโดยกะทันหันครับ อันนี้คือภาพที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกกรณีหนึ่งก็คือลูกสาว ของท่านอุปทูตซูดานอายุเพียง ๙ ปี รายนี้ไม่แตกต่างจากนายทหารอียิปต์ที่อายุ ๔๓ ปี คนนั้น คนนั้นตรวจเข้าข่ายต้องสงสัย ไม่ได้ตรวจที่สนามบินอู่ตะเภา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ขออนุญาตเข้าไปตรวจ กว่าจะตรวจได้ก็ใช้วิธีการที่จะเจรจาต่อรองถึงสถานทูตถึงจะตรวจได้ เข้าข่ายต้องสงสัยตรวจซ้ําอีกวันที่ ๑๑ เขาบินกลับ ปรากฏว่าเป็นบวก แต่เคส (Case) ที่เป็น ลูกสาวท่านอุปทูตซูดานคนนี้ตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิเข้าตามระบบเลย เข้าตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ แต่ว่าสิทธิพิเศษทางการทูต ซึ่งผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นต่อไป เมื่อตรวจแล้วก็ปฏิบัติตามเงื่อนไขคําสั่ง ข้อ ๗ อนุญาต ให้กลับไปกักกันตนเองในสถานที่ที่เป็นบ้านพักของทูต แต่ไม่เป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน บ้านพักท่านทูตคับแคบ ท่านไปพักโรงแรม แล้วโรงแรมนั้นก็ไม่ใช่เป็นโรงแรมที่ได้รับการ ขึ้นทะเบียนเป็นสเตต ควอรันทีน (State quarantine) หรือสถานที่กักกันของรัฐกําหนดให้ เช่นเดียวกับที่จังหวัดระยองครับ โรงแรมที่นายทหารคนนี้ไปพักก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น สถานที่กักกันผู้ป่วยที่ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศตามเงื่อนไข ยังไม่ได้ ขึ้นทะเบียน กําลังรอขึ้นทะเบียนอยู่ในขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียน ก็ไปพักตรงนั้น สิ่งเหล่านี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ถ้าตามไปดูในรายละเอียดในข่าวบอกว่านายทหารคนนี้มีการ ลักลอบออกไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไปเดินตามที่สาธารณะ ข้อเท็จจริงไม่ทราบรายงานข่าว เป็นอย่างนั้น ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ อันนี้คือมาตรการ เช่นเดียวกับหนูน้อยอายุ ๙ ปีคนนี้ ตรวจพบเชื้อตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิ ๑๐.๐๐ นาฬิกา รายงานผล ตั้งแต่หลังตรวจและ อนุญาตให้กลับมาพักที่โรงแรม โดยไม่มีมาตรการที่จะติดตามดูว่าเขาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กําหนดไว้ในคําสั่งหรือไม่ นี่คือบ้านทูต แต่ไปพักที่โรงแรมก็เลยมีความโกลาหลเกิดขึ้น ในโรงแรมที่พักแห่งนั้นแถวสุขุมวิท ๒๖ นี่คือเหตุการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาคืออะไรครับ เมื่อเกิดอย่างนี้ก็ทําให้คนที่สัมผัสเกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ ผู้ที่ไปจังหวัดระยองกลับไป จังหวัดบุรีรัมย์ ครูที่ไปจังหวัดระยองไปสัมผัสจะใกล้ชิดหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ กลับมาโรงเรียน โรงเรียนปิด ในกรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียน ๓-๔ แห่ง โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยก็สั่งปิด ผมยกตัวอย่างครับ กระทบไปหมดเลย อันนี้คือปัญหา เมื่อมีปัญหาแล้วผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ สาเหตุของปัญหาคืออะไรครับ สาเหตุของปัญหาเรื่องนี้ ถ้าท่านประธานดูข้อกําหนดข้อ ๑๒ ของ ศบค. ที่ออกมาบังคับใช้ข้อกําหนดข้อ ๑๒ นี่คือ ข้อกําหนดข้อ ๑๒ เขาอนุญาตให้คนที่สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตาม ข้อกําหนดฉบับนี้ เดิมที่เราไม่อนุญาตเลย ๑๑ ประเภท ๑๑ กลุ่มคน เช่น กลุ่มที่ ๑ เป็นคน สัญชาติไทย อันนี้อนุญาตแน่นอน แต่ผมอยากให้ท่านประธานดูข้อ ๓ ครับ ข้อ ๓ บุคคล ในคณะทูต องค์กรระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาล กรณีน้องที่เป็นลูกสาวท่านอุปทูต ได้รับสิทธิพิเศษตามข้อนี้ครับ ดูข้อ ๕ ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจํายานพาหนะ ที่จําเป็นต้องเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อปฏิบัติภารกิจและมีกําหนดการเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักรอย่างชัดเจน อันนี้เขาขอมาวันที่ ๘-๑๐ เดินทางกลับวันที่ ๑๑ ระหว่างที่อยู่บ้านเราไปประเทศจีนอีกนะครับ ไปกลับ ๒ ข้อนี้เป็นมูลเหตุเบื้องต้นที่ทําให้ เกิดเรื่องนี้ แล้ว ๒ ข้อที่ออกตามข้อกําหนดข้อ ๑๒ นี้ก็ออกตามการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๙ ที่ท่านใช้มาตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม เป็นต้นมา ขยายเวลามา ๒ ครั้ง เดือนมิถุนายนจบไป ขอขยายระยะยาวไปถึง ๓๑ กรกฎาคม ออกประกาศใหม่ทั้งหมด บรรดาอะไรที่สั่งไว้ ให้กลับมาใช้ได้หมด อันนี้คือตัวต้นเหตุครับ ถ้าไม่มีการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน คําสั่งนี้ก็ไม่เกิดขึ้นโดยอ้าง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านประธานอาจจะสงสัย ถ้าไม่มีคําสั่งนี้ ไม่อาศัยพระราชกําหนดนี้แล้วจะเอาอะไรมาเป็นหลักในการควบคุม มีครับท่านประธาน พระราชบัญญัติว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ก็สามารถใช้ได้ ท่านยังใช้อยู่ครับ เหตุในข้อ ๓ ผมอยากให้ท่านประธานไปดูเงื่อนไขนิดเดียว เมื่อออกข้อกําหนดนี้ ๑๑ ข้อแล้ว ก็มีการออก คําสั่ง ศบค. ที่ ๗/๒๕๖๓ ออกมาเป็นแนวทางการปฏิบัติตามข้อกําหนด ข้อ ๓ คือเรื่องของ สิทธิทางการทูตว่าคุณจะต้องปฏิบัติอะไร ในข้อ ๓ นี้เป็นสิทธิพิเศษของทางการทูตหรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทูต องค์กรระหว่างประเทศ อนุญาตให้เข้ามาในประเทศไทยได้ เป็นข้อยกเว้นตามข้อกําหนด ข้อ ๑๒ เป็นข้อยกเว้นให้เข้ามาประเทศไทย ผมขีดเส้นใต้ว่า เป็นข้อยกเว้นให้เข้ามาในราชอาณาจักร แต่ไม่ได้มีข้อยกเว้นว่าจะไม่ดําเนินมาตรการ ทางด้านการแพทย์การสาธารณสุขของเราที่กําหนดไว้ ผมมาฟังท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ เมื่อวานนี้ ท่านตอบว่าได้รับข้อยกเว้นแต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่ายกเว้นอะไร พาลให้เข้าใจ ว่ายกเว้นที่ไม่ต้องกักตัว ๑๔ วันใช่ไหม ยกเว้นที่ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของการตรวจ หรือการเฝ้าระวังของการแพทย์ การสาธารณสุขไทยใช่ไหม จริง ๆ คําสั่งที่ ๗/๒๕๖๓ เขียนไว้ชัดว่าจะต้องทําอะไร ทําอย่างไร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพว่าข้อยกเว้นตรงนี้เป็นข้อยกเว้นให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ ซึ่งผมสนับสนุน อยากให้เข้ามานานแล้ว แต่ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการเฝ้าระวังการควบคุมโรคที่เป็น มาตรฐาน ผมดีใจมากใน ๔๘-๔๙ วันที่ผ่านมา ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเราเลย ไม่มีคนไทยในประเทศเราติด รายงานแต่ละวันก็จะบอกว่าผู้ติดเชื้อนี่เดินทางมาจาก ต่างประเทศ อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้หรือสเตต ควอรันทีน (State quarantine) ทุกคน สบายใจ เริ่มทํามาหากิน ๗-๘ วัน ความดีใจกําลังจะฟื้นตัวขึ้นมา เหมือนต้นไม้หน่ออ่อน ๆ ถูกเหยียบเลยครับ หัก อย่าว่าจะได้เกิดใหม่เลย หน่ออ่อนนี่ไม่มีสิทธิเกิดใหม่เลย ตายอย่างเดียวแค่ ๘ วันเท่านั้นเอง ในข้อยกเว้นข้อนี้เขาไม่ได้ยกเว้นว่าจะไม่ควบคุมนะครับ มีการตรวจพีซีอาร์ (PCR) แต่ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง เพราะว่าคนเยอะ ๒๐๐ คน ต้องตรวจหมด ก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ สนามบินสุวรรณภูมิตรวจแต่สิ่งที่เป็นประเด็นก็คือว่าหลังจากตรวจแล้วนี่ เมื่อคุณยกเว้นให้เขาเข้าประเทศเขาเป็นบุคคลพิเศษ ผมไม่เถียงว่าเป็นบุคคลพิเศษ แต่แนวทางที่คุณใช้กลับไม่ใช่แนวทางพิเศษ ถ้าคุณบอกว่าดูแลเป็นพิเศษ คุณต้องมีมาตรการ พิเศษให้เขาไป โดยผลลัพธ์ต้องเท่ากับมาตรการที่ใช้กับคนทั่วไป เช่น ควบคุมได้ใน ๑๔ วันนี้ เขาอยู่อย่างไร กินอย่างไร ไปที่ไหน อย่าอ้างไทยชนะ ไทยชนะนี่แหละครับโดนอียิปต์ถล่ม แล้วพังตายไปเลย มีประโยชน์อะไรครับ ถ้า ครม. มา รัฐมนตรีมา วันนี้มาชี้แจงญัตติกับผม ด้วยก็ได้ในญัตติครับว่าไทยชนะ ท่านเอาไทยชนะที่ให้เขาสแกน (Scan) แล้วนี่มาจัดการ กับเรื่องนี้ได้อย่างไร มีการติดตาม มีการเทสติง (Testing) ขออภัยครับท่านประธาน ภาษาอังกฤษใช้อย่างนี้ ติดตามเข้าไปในแต่ละรายอย่างไร ในข้อ ๕ ก็เป็นสิทธิพิเศษที่ได้รับ ในฐานะที่เป็นผู้นํายานพาหนะเข้ามา ทหารครับ ทหารนํายานพาหนะเข้ามา เป็นผู้ควบคุม ยานพาหนะ ได้สิทธิพิเศษในข้อ ๕ ตามนั้น มีเงื่อนไขหรือมาตรการที่ออกตามคําสั่ง ข้อ ๗ รองรับอีก แต่สิ่งที่เป็นประเด็นที่ผมบอกว่าทําให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ขวัญหนีดีฝ่อ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะการแถลงข่าวของ ศบค. การแถลงข่าวของ ศบค. บอกว่าไม่ทราบว่าจะไปลงสนามบินอู่ตะเภา เพราะฉะนั้นที่สนามบินอู่ตะเภาไม่มีมาตรการ ที่จะไปรองรับในการที่จะตรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมื่อทราบเลยไปตรวจที่โรงแรมที่พัก ดูระบบสิครับ คุณเขียนไว้แต่การปฏิบัติ คนปฏิบัติไม่ปฏิบัติตามระบบ ขาดการตัดสินใจ ที่ชัดเจน ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้กํากับดูแล อันนั้นคือปัญหาตัวที่ ๒ ปัญหาที่ ๑ คือโครงสร้าง ตรงนี้ ตัวกฎหมาย ตัวคําสั่ง มีความหละหลวม ๒. ผู้ปฏิบัติตามคําสั่งนี้หละหลวม กรณีประเทศซูดาน ลูกท่านอุปทูต ทําไมคุณปล่อยให้ไปอยู่โรงแรมที่ไม่อยู่ในข่ายที่บอกว่า ต้องเป็นสถานที่กักกันตัวโดยตนเองเป็นเซลฟ์ ควอรันทีน (Self-quarantine) ขออนุญาตครับ ต้องใช้ภาษาอังกฤษนิดหนึ่ง เพราะตรงนี้เขาเขียนเป็นอย่างนั้น แต่คุณกลับปล่อยให้ไปอยู่ โรงแรม อันนี้คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง อย่าไปโทษเจ้าหน้าที่นะครับ ต้องโทษ ศบค. ต้องโทษผู้อํานวยการ ศบค. ที่ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดอย่างนี้ แล้วกว่าที่จะไป โรงพยาบาลได้ ตระเวนย้ายโรงพยาบาล ๒ ที่ ถ้าเรามีมาตรการชัดเจนอย่างนี้นะครับ อยู่ตรงไหนก็ได้แต่ทําเสมือนกักกัน เจ้าหน้าที่เรามีเยอะแยะทําไมไม่ไปดูแลเขา ก็คุณออก มาตรการพิเศษแล้วบอกว่าเขาเป็นคนพิเศษ คุณก็เอามาตรการพิเศษสิ แต่ผลลัพธ์ต้องเหมือน คนธรรมดา ต้องมีมาตรการเหมือนกัน ต้องตอบคําถามได้เหมือนกัน จริงอยู่รัฐอาจจะต้องใช้ งบประมาณ ใช้คนอะไรมากขึ้น เพื่อหวังผลให้เท่ากับคนธรรมดา ยินยอมครับ ยอมให้ลงทุน อย่างนั้นเพราะเราต้องให้สิทธิเขาผมไม่ว่า แต่ว่าผลลัพธ์แตกต่างจากคนธรรมดา คนธรรมดา เข้ามาปุ๊บ ตรวจปุ๊บ รอ หรือส่งเข้าที่สถานกักกันเลย เมื่อเจอส่งโรงพยาบาลได้ทันทีเลย แต่ลูกสาวท่านอุปทูตกว่าจะไปโรงพยาบาลได้ตระเวนคนละมุม คนละทิศกันเลย และย้าย โรงพยาบาลอีก นี่คือระบบ นี่คือบุคคลที่เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อน ข้อต่อของความ หละหลวมทั้งหลายอย่าคิดว่าเกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เหตุที่ผมยกกรณี ผบ.ทบ. ประเทศ สหรัฐอเมริกามาเมื่อวันที่ ๘ เอามาเป็นตัวตั้ง คุณรู้อยู่แก่ใจแล้วจะมีอย่างนี้ แต่คุณก็ปล่อยอีก เสมือนกับการดําเนินการในการควบคุมโรคโควิด (COVID) ของประเทศไทยครั้งแรก คุณรู้อยู่ แก่ใจว่าเชื้ออยู่ต่างประเทศ คุณก็ยังปล่อยให้เข้ามาสู่ประเทศ อันนี้คุณรู้อยู่แก่ใจว่าเชื้อมากับ คนกลุ่มนี้ คุณก็ยังปล่อยให้เขาไปเที่ยว ไปสัมผัส ไปเพ่นพ่าน ผมขออนุญาตใช้คํานี้ครับ โดยไม่มีการควบคุมดูแล โดยอ้างว่าเขาละเมิดกรณีทหารประเทศอียิปต์ อ้างว่าเขาเป็นลูก อุปทูตต้องให้สิทธิพิเศษ กรณีลูกท่านอุปทูตซูดาน อันนี้คือสภาพปัญหาและสาเหตุที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้น เรื่องที่ ๑ แน่นอนขณะนี้ไม่มีการระบาด ผลกระทบด้านสุขภาพเป็นศูนย์ แต่ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจและสังคมเต็มร้อย เมื่อเทียบกันนี่เต็มร้อย สถานการณ์เล็ก ๆ อย่างนี้เมื่อเทียบกับสถานการณ์ประเทศไทยคือ อันเดียวกันเลยครับ คือการเปิดให้มีปัญหารอบ ๒ โดยอ้างว่ากลัวระบาดรอบ ๒ เหตุที่มี ผลกระทบอย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเองให้ความใส่ใจมาก อุตส่าห์เดินทางไปจังหวัดระยอง เท่าที่ผมเห็นภาพในสื่อก็มีผู้คนชื่นชมนะครับ ผมเองก็ชื่นชมความรับผิดชอบคุณต้องไปถึงจุด เกิดเหตุเลย แม้ว่าพี่น้องประชาชนคนจังหวัดระยองเขาจะให้ความเห็นอย่างไร เขาจะยกป้าย อย่างไรคุณก็ต้องยอมรับ นั่นคือสิ่งที่แสดงออกมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นท่านนายกรัฐมนตรีไปก็ไปโทษคนที่ทําให้เกิด ความตื่นตระหนก โทษสื่อมวลชน หลังจากไปมาแล้วกลับมาให้สัมภาษณ์ แล้วใครล่ะ ใครทํา ให้เกิดล่ะ ตระหนกนี่ เยียวยาใคร ใครทําให้เกิด ท่านประธานครับ ไปโทษสื่อมวลชนบอก รายงานทําให้เกิดความตื่นตระหนกกับพี่น้องประชาชนคนไทย ทําให้เกิดผลกระทบ เกิดการปิดโรงเรียน เกิดการปิดโรงแรม เกิดการยกเลิกการจองที่พัก ยกเลิกการไปเที่ยว ยกเลิกการไปทํามาหากินในจังหวัดระยอง สินค้ายกเลิกหมด ขายไม่ได้กองพะเนินเทินทึก ไปโทษว่าประชาชนตื่นตระหนก ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นี่คือเหตุ ที่สะสมมา ศบค. โดยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อํานวยการศูนย์ ท่านได้เลือกใช้มาตรการ ในการควบคุมโรคโควิด (COVID) ในประเทศไทยโดยการใส่ความกลัวลงมาตลอดครับ เมื่อท่าน ใส่ความกลัวมา ผลเกิดขึ้นจากการใส่ความกลัว ท่านจะไปโทษใคร ทําไมไม่โทษตัวท่านเอง ทําไมไม่โทษโฆษก ศบค. การ์ด (Guard) อย่าตก การ์ด (Guard) อย่าตก การ์ด (Guard) พี่น้องประชาชนไม่ตกหรอกครับ ไม่ใช่เขาเชื่อฟังคําสั่งคุณนะครับ แต่เขารักตัวกลัวตาย เขาดูแล้วผู้บริหารช่วยเขาไม่ได้ เขาจําเป็นต้องใส่หมวกกันน็อกจําเป็นต้องรักษาตัวเอง จําเป็นต้องใส่แมสก์ (Mask) ประชาชนอดทนทําทุกอย่างเพื่อตัวเขาเอง เพราะผู้บริหาร ประเทศ หรือ ศบค. หรือหน่วยงานรัฐไม่สามารถช่วยเขาได้ ทําไมท่านไม่มองไปตรงนั้น เมื่อท่านสร้างแนวทางการควบคุมโรคด้วยการใช้ความกลัว จะระบาดรอบ ๒ หนักกว่าเดิม ระบาดรอบ ๒ หนักกว่าเดิม ระบาดรอบ ๒ หนักกว่าเดิม ซ้ํา ๆ อย่างนี้ก็เลยตื่นตระหนก อย่างนี้ ผมก็เลยบอกว่านี่จะเป็นแนวทางหนึ่งที่ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้จะเสนอมาตรการว่า คุณต้องเลิกใช้ความกลัวเป็นฐานของการปกครองได้แล้ว ให้ความรู้สิครับ ให้ความเข้าใจ สิครับ ให้แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องสิครับ ทําไมไม่ทําล่ะ หรือทําแล้วกลัวเขาจะปกครอง ไม่ได้ กลัวจะควบคุมไม่ได้ ประเมินตัวเลขสัปดาห์หน้าคงจะออกว่าแค่ ๗ วัน ที่จังหวัดระยอง กําลังจะฟื้นนี่ผ่อนคลายระยะที่ ๕ มากําลังดําเนินกิจกรรมทุกอย่างสูญเสียไปเท่าไร จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ทํารายได้ให้กับประเทศชาติ รายได้ต่อหัวประชากรเหยียบแสน อย่างน้อย ๘๐,๐๐๐ กว่าบาท นี่คือจังหวัดระยอง ปัญหาอันที่ ๓ คือความรู้ความสามารถ ของผู้บริหาร ตัวนายกรัฐมนตรีเอง ทีม ศบค. อันนี้คือตัวต้นเหตุของปัญหาครับ นี่คือตัวต้นเหตุของปัญหา บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน บริหารสถานการณ์เป็นภาวะวิกฤติ มีทาง ๒ ทาง ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ ปากท้องความเป็นอยู่ ด้านสังคม ท่านเอา ๒ อย่างนี้มาชั่ง แล้วท่านให้น้ําหนักด้านสาธารณสุขเต็มร้อย ขาดการมองมิติด้านความ เป็นอยู่ ด้านปากท้อง ด้านสังคม ขณะนี้ผลเป็นอย่างไร ป่วย ๓,๐๐๐ กว่าราย ตาย ๕๖ คน ไม่ติดเชื้อในประเทศมา ๔๙ วัน เข้ามาเป็นรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเท่านั้น ลงทุนไปเท่าไร จีดีพี (GDP) ติดลบร้อยละ ๑๐ คาดการณ์ปี ๒๕๖๓ ร้อยละ ๑๐ จีดีพี (GDP) ขณะนี้ ๑๗ ล้านล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่าไรครับ ๑.๗ ล้านล้านบาท ที่เราสูญเสียไป คนตกงาน บางสํานักบอก ๘.๓ ล้านคน บางสํานักบอก ๑๐ ล้านคน สภาพหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้นไปร้อยละ ๘๐ เอสเอ็มอี (SMEs) รอเจ๊งระเนระนาด ผู้ประกอบการ ทุกอย่างไปหมดครับ อันนี้คือทุนมหาศาลที่ท่านตัดสินใจจากการบริหารภาวะวิกฤติไม่เป็น ประเทศเวียดนามเป็นอย่างไรครับ ประเทศลาวเป็นอย่างไรครับ ประเทศกัมพูชาเป็นอย่างไร ประเทศพม่าเป็นอย่างไรครับ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบประเทศอื่น ไม่ต้องเอาไกลเอารอบบ้าน เรานี่แหละ เขาไม่มีวิกฤติถึงขนาดนี้ บอกว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ประสบภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจตกต่ําที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ภาคภูมิใจบอกว่าเราติดอันดับโลกในการควบคุม โควิด (COVID) ภูมิใจกับความเป็นศูนย์ แต่ศูนย์นั้นสูญเสียโอกาสและการทํามาหากิน โอกาสการใช้ชีวิตที่สงบสุขของพี่น้องประชาชนอย่างมหาศาล นี่คือสาเหตุของปัญหา บริหารภาวะวิกฤติไม่เป็น บาลานซ์ (Balance) หรือถ่วงดุลระหว่างสิ่งที่จะเกิดขึ้น ๒ เรื่อง ไม่เป็น เดือนมิถุนายนเยียวยาก็หมดแล้ว ทุนที่ท่านเลือกใช้ ๑ ล้านล้านบาทจากเงินกู้ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยกู้ให้กับแบงก์พาณิชย์เพื่อไป ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็หุ้นกู้ตราสารหนี้ นี่คือทุนที่จ่ายไปเพราะความรู้ ความสามารถของการบริหารของท่านนายกรัฐมนตรี ทีมเศรษฐกิจ และ ศบค. นี่คือสาเหตุ ของปัญหา โชคดีที่เรามีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง โชคดีที่พี่น้องประชาชนคนไทยอดทน อดกลั้น เสียสละ เลยอยู่ได้สภาพนี้ แต่ท่านเองกลับปล่อยปละละเลยปล่อยให้สถานการณ์ เกิดขึ้น ผ่อนคลายได้แค่ ๗ วันเกิดเรื่องแล้วยังจะหวังอะไร นั่นคือสาเหตุ แนวทางที่จะ แก้ปัญหาจะทําอย่างไร วันนี้สภาแห่งนี้จะบอกกล่าวผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า เขาอยากเสนอแนวทางและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลนําไปพิจารณา เขาไม่อยากเห็น สภาพบ้านเมือง ไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนตกทุกข์ได้ยากลําบากยากเข็ญเข้าสู่ยุควิกฤติ แสนสาหัส สภาเราช่วยครับ ขอบคุณท่านประธานจริง ๆ ที่ได้เปิดโอกาสวันนี้ ขอบคุณ ท่านประธานวิป (Whip) ซีกรัฐบาลจริง ๆ ขอบคุณพวกเราทุกคนที่เห็นว่าสภาเป็นที่พึ่งที่หวัง ของประชาชน
สิ่งที่ต้องดําเนินการแก้ไขปัญหา เรื่องแรกต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยโดยรวมและพื้นที่ที่เกิดเหตุ ความเชื่อมั่นตรงนี้หมายถึงความรู้ ความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับโรคด้วยไม่ให้ตื่นตระหนก เพราะฉะนั้น ศบค. ต้องเปลี่ยน แนวทางการส่งข้อมูลข่าวสารที่ให้กับพี่น้องประชาชนใหม่เป็นความรู้ความเข้าใจสิ่งที่รับได้ ท่านประธานครับ หลายประเทศเขายอมที่จะติดเชื้อเพราะเขาบอกว่าไม่อันตราย อัตราตาย น้อยมาก เหมือนกับไข้หวัดธรรมดา เขาเลยถือเป็นโรคหวัดธรรมดา ติดเชื้อธรรมดา ติดก็ติดไปติดก็รักษา ถ้าความสามารถของโรงพยาบาล วงการแพทย์ การสาธารณสุข สามารถรับรองได้ เขาบอกเขายอมรับตรงนี้ เขายอมป่วยได้ เพื่อไม่ให้ภาพรวมตาย เศรษฐกิจไม่ตาย ประเทศเหล่านั้นเขาดีอยู่ได้ เราเองไปสร้างความกลัว เพราะฉะนั้นเราต้อง สร้างความเชื่อมั่น นายกรัฐมนตรีไปจังหวัดระยองเมื่อวานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการสร้าง ความเชื่อมั่น ผมขอบคุณไปแล้วแต่ไม่พอครับ เพราะว่าเวลาท่านไปแล้วท่านแถลงข่าว กลับไปลบความเชื่อมั่นนั้นที่จะเกิดขึ้นอีก เพราะอะไรครับ เพราะสิ่งแรกที่ท่านต้องทําคือ การขอโทษพี่น้องประชาชน แต่การขอโทษพี่น้องประชาชนของท่านกลับกลายเป็นถูกมอง จากพี่น้องชาวจังหวัดระยอง ถูกมองจากสื่อมวลชนทุกสํานัก บอกว่าทําแบบขอไปที เรื่องที่ผ่านมาผมขอโทษก็แล้วกัน ขอโทษก็แล้วกันมันแล้วได้อย่างไร นี่หรือครับภาวะผู้นํา คําขอโทษที่เป็นทางการและมาตรการที่จะบอกเขาว่าการขอโทษด้วยมาตรการที่จะ แก้ไขปัญหาคืออะไร นั่นคือคําขอโทษที่ดีที่สุด กลับไม่ทํา ผมขอโทษก็แล้วกัน ผมรับผิดชอบ รับผิดชอบอย่างไร ผมฝากเป็นคําถามไปด้วย นั่นคือมาตรการที่ ๑ เลยต้องทํา เสนอแนะให้รีบทําครับ จัด ครม. สัญจรไปประชุมที่จังหวัดระยอง ไปพักที่จังหวัดระยองเลย ไปพักโรงแรม ดี วารี ดีวา เซ็นทรัล ระยอง (D Varee Diva Central Rayong) เลย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ภาคเอกชน สงสารเขามาก ไปเลย ยกคณะไปพักตรงนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความ ตื่นตระหนกของพี่น้องประชาชน และเป็นการขอโทษเขาไปในพื้นที่เลย นั่นเรื่องแรกครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านบอกจะทบทวนและยกเลิกตามข้อกําหนด ฉบับที่ ๑๒ ที่อนุญาตให้คนพิเศษ ๑๑ กลุ่มเข้าประเทศ ผมบอกผมไม่เห็นด้วย ถ้าท่านยิ่งไปยกเลิก กลับไปสู่การปิดบ้านปิดเมืองเหมือนเดิมยิ่งตายครับ ผมส่งเสริมให้มีอยู่ แต่ไม่จําเป็นต้องไป อาศัยข้อกําหนดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะเขียนใหม่ก็ได้ มีกฎหมายปกติรองรับได้อยู่แล้ว สิ่งที่ท่านต้องไปทําก็ไปดูว่าช่วงต่อ ข้อต่อผิดพลาดบกพร่องอย่างไร เป็นเพราะตัวเงื่อนไขผิด เขียนไม่ครอบคลุม หรือเป็นเพราะผู้ปฏิบัติงานไม่ทราบ ไม่รู้ไม่เข้าใจ ผู้บริหารไม่รู้ไม่เข้าใจ ก็แก้ให้ตรงจุดตรงนั้น นั่นเรื่องที่ ๒ วิธีการที่จะดําเนินการ อย่าไปโทษนะครับ อย่าไปโทษ บอกว่าเมื่อมาจากต่างประเทศก็ปิดสิ ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ อันนี้ผมไม่เห็นด้วย การท่องเที่ยวแบบจับคู่ขนาน ทราเวล บับเบิล (Travel bubble) ควรทําครับท่านประธาน มาตรการที่ชัดเจนสามารถควบคุมได้ เหมือน ๔๙ วันที่ผ่านมารายงานบอกมีชาวต่างชาติ ติดเชื้อแต่อยู่ในสเตต ควอรันทีน (State quarantine) ทุกคนรับได้ ทุกคนทํามาหากินได้ นี่คือมาตรการ
มาตรการต่อไปที่ต้องทํา มูลเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกําหนด บริหารราชการฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกข้อกําหนดตามมาตรา ๙ ผมเรียกร้องว่า ถ้าไม่มี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น ท่านคงไว้ ทําไม อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปออก ข้อกําหนดแล้วสร้างปัญหา เพราะเขียนข้อกําหนดไม่ชัดเจน เขียนข้อกําหนดไม่ครอบคลุม แทนที่จะเป็นประโยชน์กับการควบคุมโรค กลับกลายเป็นการส่งเสริมให้เกิดโรคระบาด ในประเทศไทย ท่านประธานรู้จักติ๊ก ต็อก (Tik Tok) ไหมครับ ติ๊ก ต็อก (Tik Tok) เป็นแอปพลิเคชัน (Application) ชนิดหนึ่งที่เขานิยมเล่นมาก ผมเองก็ยังเล่นไม่เป็น ไม่อยากจะเล่นเพราะมันเผยแพร่ในสื่อสาธารณะ เขา ติ๊ก ต็อก (Tik Tok) ไม่ว่าจะเป็น ไม่สวย หนุ่มไม่หล่อ เขาบอกว่าประเทศไทยขาดแคลนเชื้อโควิด (COVID) เลยนําเข้าเชื้อโควิด (COVID) วีไอพี (VIP) จากต่างประเทศเพื่อมารักษา นําเข้าเพื่อมารักษา รักษาอะไรครับ รักษา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ติ๊ก ต็อก (Tik Tok) นี้ดีมาก เขียนดี อย่าไปไล่จับเขาก็แล้วกัน ต้องยกเลิกครับท่านประธาน ท่านคงไว้ทําไม คงไว้สร้างปัญหา ควบคุมโรคก็ไม่ได้ใช้ ก่อนสิ้นเดือนหน้าจะมีประกาศของ ศบค. ว่าจะคงอยู่หรือไม่คงอยู่ วันศุกร์นี้จะมีการประชุม ใหญ่เรื่องทั้งหมด พรุ่งนี้เขาจะเอาปัญหาทั้งหมดไปประชุมใน ศบค. ใหญ่ ผมเรียกร้องว่า ท่านต้องยกเลิก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้แล้ว เพราะปัญหา หนักหนาสาหัสนี่เกิดจาก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฟื้นเศรษฐกิจ ไม่ได้ ฟื้นมิติเชิงสังคมไม่ได้ โรคเราควบคุมได้แล้วครับ หรือผมตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธาน ผมได้ฟังแล้วผมตกใจ อธิบดีกรมบัญชีกลางได้ออกมาบอกกับสื่อสาธารณะว่าการจัดซื้อ จัดจ้างในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) ป้องกันควบคุมรักษาโรคโควิด (COVID) ด้วยคําวินิจฉัยของกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. ๒๕๖๐ ออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้างออกมา กรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไปยกเลิกระเบียบเดิม ไม่ใช่ระเบียบใหม่ครับ เป็นหนังสือสั่งการเวียนให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินการควบคุมโรค โควิด (COVID) ให้จัดซื้อจัดจ้างทุกวงเงินด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงหรือวิธีพิเศษเดิม วิธีเฉพาะเจาะจง กระทรวงสาธารณสุขมีเม็ดเงินเข้าไป ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เฉพาะเจาะจง แต่ที่แปลกใจที่สุด นํามาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง งบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เป็นงบฟื้นฟู กรรมาธิการวิสามัญ สภาเราตั้งไปติดตามการใช้งบก้อนนี้สอบถามชัดเจนครับ ผมก็ไปสอบถามกรรมาธิการว่า ได้ถามเรื่องนี้ไหม ท่านกรรมาธิการตอบชัดเจนว่าถาม และเขาก็ตอบชัดเจนว่าใช่ ใช้คําสั่งนี้ ใช้ประกาศนี้ไปดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกวงเงิน เลือกได้ ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุนี้หรือเปล่าที่จะคง พ.ร.ก. การบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ เพราะในท้ายหนังสือบอกว่าดําเนินการได้จนกว่า จะยกเลิก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีผลการใช้อีก ๙๐ วัน หลังจาก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหมด ก่อหนี้ผูกพันไว้ดําเนินการต่อ ได้อีก ๙๐ วัน อย่างนี้ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่า ๑. ไม่ได้ใช้เพื่อควบคุมโรค ๒. ใช้เพื่อรอ การจัดซื้อจัดจ้าง เพื่ออะไรครับ อดคิดเป็นอื่นไม่ได้ถ้าไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ๓. เพื่อความมั่นคงของตนเอง กลัวม็อบ กลัวคนเรียกร้อง กลัวนักศึกษา ถ้ากลัวอย่างนั้น ผมว่าการใช้ความกลัว ใช้กฎเงื่อนไขที่เคร่งครัดมาบริหารประเทศในสถานการณ์นี้ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อ ๔ ผมเสนอแนะ องค์กรเอกชนหรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาจะ มีคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ด (Board) บริหาร บริษัท ประเทศไทย จํากัด ขณะนี้ สถานการณ์เกิดที่จังหวัดระยอง ยกตัวอย่าง เป็นบริษัท ประเทศไทย จํากัด สถานการณ์ เกิดที่จังหวัดระยอง เกิดที่สุขุมวิท สนามบินสุวรรณภูมิ โรงพยาบาล ๒-๓ แห่งที่เกิดขึ้น นักเรียน นักศึกษา ถูกปิดโรงเรียน พ่อค้าแม่ค้าห้างปิด เกิดสถานการณ์อย่างนี้หลังจาก เกิดเหตุการณ์ใหญ่มาแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ปิดบ้านปิดเมืองมาตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังจากบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวมาแล้ว ๕ ปี บอร์ด (Board) บริหารเขาทําอย่างไรครับ เขาต้องให้ผู้บริหารคนนั้นออกจากบริษัทนั้นทันทีเลย ให้ซีอีโอ (CEO) ออกเลยครับ อันนี้ผมเปรียบเทียบนะครับ บริษัท ประเทศไทย จํากัด ต้องเป็นอย่างนั้น แต่นี่คือประเทศไทย ที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการยึดอํานาจและผ่านการเลือกตั้ง เข้ามา ผมไม่ว่าบริหารขณะนี้เรามีสิทธิเพียงแต่บอกว่าให้ท่านช่วยปรับปรุงตัวท่านเองหน่อย ได้ไหม เราไม่มีสิทธิที่จะไปเอาตัวท่านออก แม้เราจะเป็นตัวแทนของประเทศ ตัวแทน พี่น้องประชาชนเปรียบเหมือนบอร์ด (Board) บริหาร แต่เราไม่มีสิทธิที่จะเอานายกรัฐมนตรี ออกจากบริษัท ประเทศไทย จํากัด ได้เลย อภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่าคิดนะครับท่านประธาน มาตรการนี้เข้มแข็ง แรงที่สุดก็ไม่ได้ ไม่มีทางเลย เพราะฉะนั้นเราเพียงแต่ว่าถ้าผู้บริหารไม่ปรับ ไม่เปลี่ยน ท่านก็เปลี่ยนเจตนคติ เปลี่ยน วิธีการดําเนินงาน เปลี่ยนวิธีการคิด ท่านจับคนอื่นไปปรับทัศนคติมาหลากหลายมากมาย ผมโดนเข้าค่ายไป ๔ วัน มทบ. ๓๘ ๑ คืน ไปอยู่ที่อําเภอวังน้อย ที่ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัย ทางอากาศอีก ๓ คืน ท่านประธานครับ ตรงนี้แหละครับเป็นข้อเสนอเลย ท่านต้องปรับปรุง ตัวเอง บริหารภาวะวิกฤติให้เป็นภาวะวิกฤติจริง ๆ บริหารภาวะวิกฤติ ไม่ใช่ภาวะวิกฤติครับ เหตุโคราชเป็นตัวอย่างหนึ่ง เหตุโควิด (COVID) ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ล้มเหลวมาตลอด เราเอา ท่านออกจากตําแหน่งไม่ได้ ท่านต้องปรับปรุงตัว แม้แต่เรื่องของทัศนคติของการที่จะ รับฟังความเห็น ให้ความสําคัญกับบุคคลอื่น ไม่ใช่ท่านเป็นใหญ่คนเดียว ผมเคยบอกว่า ท่านเป็นโรคนาร์ซิสซึม (Narcissism) โรคหลงตัวเอง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ปรากฏ อยู่ตลอด ท่านก็ยังไม่ปรับแก้ ไม่รักษา
ข้อเสนอต่อไป ให้เปลี่ยนตัวผู้บริหาร หรือเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่ ทั้งหมด และที่สําคัญท่านต้องยืนยันหนักแน่นในการที่จะชั่งน้ําหนัก อย่าได้ใช้ความกลัว อย่าใช้ มิติสุขภาพมาเป็นเรื่องที่จะข่มขู่พี่น้องประชาชน ท่านต้องให้สิทธิเสรีภาพในการที่จะนําเสนอ แม้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน คนที่เขาแสดงออกไปจับกุมคุมขังเขา น้อง ๒ คนที่จังหวัดระยอง ต้องปล่อย พี่น้องชาวระยองต้องลุกขึ้นมาสู้ อย่าได้ละเมิดสิทธิเสรีภาพพี่น้องประชาชน เป็นข้อเสนอของผม ผมใช้เวลามาพอสมควร ๔๐ นาที ขอสรุป ณ ตรงนี้ว่าขอให้เพื่อน สมาชิกได้ช่วยกันหามาตรการ เงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะทําให้ไม่เกิดการระบาดในรอบต่อไป แม้เกิดระบาดก็อย่าถือว่าเป็นการระบาด เป็นเรื่องที่รับได้ก็ควรจะต้องทําความเข้าใจ มาตรการเหล่านี้ขอให้เพื่อนสมาชิกได้มีมติส่งไปให้รัฐบาลเพื่อรับไปดําเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป ขอบพระคุณครับ