บัญญัติ เจตนจันทร์ ขออภิปรายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศและสภาพแวดล้อมในรัฐสภาแห่งใหม่ โดยแสดงความกังวลต่อปัญหายุง ความไม่ประหยัดพลังงาน การสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะโดยไม่มีป้ายชัดเจน และความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเสนอให้มีการจัดอบรมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมาชิกให้ทันกับความทันสมัยของอาคารรัฐสภา
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอโอกาสท่านประธานอภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบการรับทราบ รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบบริการสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และพัฒนาการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐสภาแห่งใหม่นี้ชื่อว่าสัปปายะสภาสถาน คำว่า สัปปายะ ภาษาพื้น ๆ ก็คือแปลว่าสบาย ถ้าที่ไม่สบายเขาเรียกอบาย เช่นอบายมุข วิธีทำสิ่งที่ ไม่สบายไปสู่ที่สบายเขาเรียกว่าอุบาย ถึงมีคำ ๓ คำ ฝั่งนี้เรียกว่าอบาย ฝั่งนี้เรียกว่าสบาย ทางไป เรียกว่าอุบาย ของเรานี่มาถึงสบายแล้ว สัปปายะสภาสถานเป็นอาคารที่ใหญ่มาก ผมว่าใหญ่ เท่ากับ ๑ หมู่บ้านได้กระมังครับ เฉพาะห้องประชุมแห่งนี้ก็กินพื้นที่หลายไร่ แล้วก็เราจะอยู่ใน ห้องแอร์คอนดิชัน (Air condition) ในอาคารทั้งวันเลย ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับลมภายนอกเลย การที่อยู่ในห้องแอร์คอนดิชัน (Air condition) ทั้งวันบางทีก็รู้สึกไม่ค่อยสบาย เพราะว่า ส.ส. มาจากต่างจังหวัดก็อยากที่จะได้สัมผัสอากาศร้อนบ้าง หนาวบ้าง มีลมบ้าง อะไรบ้าง แม้ต้นไม้ ที่เขาปลูกในกรีนเฮาส์ (Greenhouse) เขายังต้องให้มีลมนะครับ ผมไปดูเขาปลูกกัญชายังต้องมี ลมพัดไปพัดมา กิ่งไม้ก็มีการเคลื่อนไหว พอเคลื่อนไหวแล้วมันมีชีวิต ทีนี้เราก็อยู่ในที่นิ่ง ๆ พออยู่ไปนาน ๆ เขาเรียกว่าเป็นซิก บิลดิง ซินโดรม (Sick Building Syndrome) ก็คือไม่สบาย ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะบอกเล่าว่าเรามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้หลายเดือนแล้ว มีอะไรที่ไม่สบาย ก็จะได้นำเรียนท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้พิจารณาศึกษาเรื่องนี้ว่า อาคารนี้ก็ยังไม่เห็นติดป้ายเขตสูบบุหรี่ แต่ก็เห็นผู้ติดตาม ส.ส. มีการสูบบุหรี่ในนอกชาน ทีแรกผมก็คิดว่าเป็นเขตสูบบุหรี่ แต่เมื่อมาดูในกฎระเบียบในประกาศของกระทรวง สาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค ประกาศเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เมื่อปีที่แล้วว่า ในอาคาร สถานที่สาธารณะ เช่น สถานที่ทำงาน ยานพาหนะ เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ ไม่ทราบ ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า อย่างสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ทั้งอาคารก็ต้องเป็นที่ทำงาน ไม่น่าจะเป็น เขตสูบบุหรี่ ถ้าเป็นเขตสูบบุหรี่น่าจะเป็นส่วนใดที่ยื่นออกไปหรืออย่างไร หรือท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจะประกาศติดป้ายเขตสูบบุหรี่ แต่ก็ยังไม่เห็นป้ายนะครับ แต่ก็สูบบุหรี่ เป็นการทั่วไป ผมก็เกรงว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ออกกฎหมายแล้วก็เป็นผู้ที่ปฏิบัติตาม กฎหมาย ก็อยากที่จะให้กำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดสูบบุหรี่ได้ พื้นที่ใดสูบบุหรี่ไม่ได้ แต่ถ้า ผมวินิจฉัยเองผมคิดว่าตรงนั้นก็ไม่ใช่ที่สูบบุหรี่ แต่น่าจะพื้นที่ในการรับลมจากภายนอก เป็นเหมือนนอกชานมากกว่านะครับ แล้วก็อาคารนี้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน แต่ว่า อยู่เข้าจริง ๆ น่าจะไม่ค่อยประหยัดพลังงาน เพราะว่าบางครั้งก็มีคนเดินไปเดินมาไม่กี่คน อย่างเช่น ผมก็มักจะอยู่จนสภาปิดเป็นเพื่อนท่านประธานอยู่ประจำนะครับ ก็จะมีสมาชิก หรือมีเจ้าหน้าที่ทำงานไม่กี่คน แต่ว่าไฟฟ้าก็ต้องเปิดทั้งหมดเลย ที่ปรับแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) ก็ไม่มี บางทีก็อยากจะไปปรับแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) ให้ หรือปิดแอร์คอนดิชันเนอร์ (Air conditioner) ในบางพื้นที่ก็ไม่มีที่ปิด เข้าใจว่าคงเป็น เซ็นทรัลแอร์ที่ใช้ความเย็นไปทั้งระบบเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องของประหยัดพลังงาน แรกมาทีเดียวหน้าต่างที่เดินตามทางเดินจะเตี้ยมากเลย ถ้าคนตัวไม่สูงก็อาจจะพอดี คนตัวสูงจะมองไม่เห็นเพราะเขาไม่ต้องการแสงภายนอกเข้ามาทำความร้อนให้อาคารมาก ประหยัดพลังงานจนหน้าต่างเตี้ยเกินไป ถ้าเป็นบ้านเรือนเราก็อยากจะให้วิว (View) โปร่ง ๆ ขึ้นไปหน่อยได้เห็นวิว (View) ข้างนอกบ้าง อันนี้เป็นเรื่องของการที่อยู่ในสัปปายะสภาสถาน แต่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายนะครับ เรื่องของสัตว์นำโรคในสภานะครับ เช่นยุงนะครับ แล้วก็มี พี่น้องชาวต่างชาติที่มาก่อสร้างก็เป็นชาวอาเซียน (ASEAN) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโรคติดต่อจาก ชาวอาเซียน (ASEAN) ก็หลากหลายภูมิภาคกัน อย่างเช่นถ้าเป็นยุงที่นำเชื้อโรคเท้าช้าง ผมเห็นเจ้าหน้าที่บางท่านบอกว่ามีโรคเท้าช้างด้วย ผมก็กังวลนะครับว่ามีจริงหรือเปล่า เพราะเมืองไทยก็ไม่มีแล้ว มีแต่เขตตะเข็บชายแดนไทย-พม่าก็จะมีโรคเท้าช้างบ้าง เมื่อสักครู่ มีเจ้าหน้าที่สภาเขาบอกภรรยาเป็นโรคไข้ซิกา โรคไข้ซิกาก็เป็นยุงลายบ้านกัด แล้วก็มีผื่น ปวดตามข้อ โรคชิคุนกุนยาที่หลายจังหวัด อย่างที่จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี โรคชิคุนกุนยาเต็มไปหมด ปวดตามข้อ อันนี้เป็นเรื่องของยุง ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็มีสัตว์นำโรคโดยแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงมีทั่วไป แล้วก็เครื่องดักยุงที่อยู่ใน ห้องประชุมแห่งนี้ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่ามียุงเข้าไปติดหรือไม่ เขาบอกไม่มียุงเข้าไปติดเลย ไม่รู้ยี่ห้อนี้เป็นเครื่องประดับเฉย ๆ หรือว่าด้อยประสิทธิภาพในการดูดยุงเข้าไป หรือว่า ยุงสภาคุ้นเคยกับแสงยูวี (UV) ตรงนี้ เรื่องของความปลอดภัย เมื่อผมสอบถามที่สำนักบริการ ทางการแพทย์ประจำรัฐสภาว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีคนเจ็บป่วยมากขึ้นหรือน้อยลงกว่า สภาเก่า หรือห้องประชุมสภาชั่วคราวที่ทีโอที (TOT) ทางสำนักบริการทางการแพทย์ ประจำรัฐสภาบอกว่าคนป่วยน้อยลง ผมก็สันนิษฐานว่า ส.ส. ที่นี่เดินมากวันละ หลายกิโลเมตร เดินได้เท่ากับที่กรมอนามัยแนะนำให้เดินเลยครับ วันละ ๓๐ นาที เพราะว่า เราเดินประชุมเดินไปเดินมา การเดินผมคิดว่าทำให้เลือดลมเดินดีแล้วก็ไม่ค่อยป่วย สำนัก บริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภาก็บอกว่าสถิติคนป่วยน้อยลง สมัยก่อนจะมีอภิปรายแล้วเครียด น็อก (Knock) บ้าง อะไรบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มี ไม่อยากให้มี ไม่อยากให้โกลาหล แล้วก็สำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภาที่นี่ขาดนักวิชาการ สาธารณสุข มีแต่พยาบาล แพทย์ยังไม่มี แพทย์มาเป็น ส.ส. กันเสียหมดก็เลยไม่มีแพทย์ อยู่ที่สำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา มีแต่พยาบาล พยาบาลมาเป็น ส.ส. คนเดียว คือ ส.ส. รังสิมา ประทานโทษที่เอ่ยนาม แต่ไม่มีนักวิชาการสาธารณสุข เพราะระบบสุขภาพ เขาแบ่ง ๔ หน้าที่ หน้าที่รักษาคือแพทย์ หน้าที่ให้การพยาบาลคือพยาบาล หน้าที่ ป้องกันโรคและควบคุมโรคคือนักวิชาการสาธารณสุข เหมือนโควิด (COVID) อะไรนี่ก็คือ นักวิชาการสาธารณสุขซึ่งจบคณะสาธารณสุขศาสตร์ จบแล้วเรียกว่านักวิชาการสาธารณสุข แล้วถ้าพิการหรือไหล่ติดแล้วฟื้นฟูเขาเรียกว่านักกายภาพบำบัด เพราะฉะนั้นมีรักษา ส่งเสริม สุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสุขภาพ เจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรมีหลายพันคนแยกออกมา เป็นคณะกรรมการ ก.ร. ด้วย แต่ขาดเจ้าหน้าที่ทางด้านป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ถ้าในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีคนประมาณ ๕๐ คน เขาจะต้องมีงานอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ซึ่งมีความเสี่ยงทางด้านกายภาพ เช่น แสง สี เสียง อันนี้ก็คือเรื่องของกายภาพ ทางเคมีก็คือความเสี่ยงทางเคมี มีกลิ่น มีสารเคมี ใช้เคมีแบบนั้น แบบนี้เทเข้าไปที่ท่อระบายน้ำทำให้อุจจาระต่าง ๆ ไม่มีการย่อยสลาย เพราะยาฆ่าเชื้อ ไปทำลายแบคทีเรีย อันนี้ก็ไม่ได้อีก บ่อบำบัดน้ำเสียจะเสียหาย ที่นี่แน่นอนต้องมีบ่อบำบัด น้ำเสีย จึงจะต้องมีนักวิชาการสาธารณสุขที่ทำงานทางด้านอาชีวอนามัยและอนามัย สิ่งแวดล้อมดูแลสอบสวนเรื่องยุงว่ามียุงเท่าไร ยุงลายอย่างไร และกำจัดไวรัส เพราะพวกเรา ใช้ความสามารถเฉพาะตัวมาทำการเช็ดถูต่าง ๆ ดูแลความปลอดภัยในพื้นผิว แต่ไม่ถูกต้อง ตามหลักกฎหมายในการแบ่งหน้าที่ของงานป้องกันโรคและควบคุมโรค การสอบสวนโรค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต่างหากเลย เหมือนตำรวจสายสอบสวน สายสืบสวน สายปราบปราม คนละวิชาชีพเลยนะครับ คนละความเชี่ยวชาญ ก็อยากที่จะฝากท่านประธานสภาผ่านไปให้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาว่าเราบรรจุข้าราชการน้อยไป ๑ สาขา หรือไม่ ถ้าเห็นความจำเป็นก็ฝากด้วยว่าสาขานี้ควรที่จะบรรจุในกรอบของคณะกรรมการ ก.ร. ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ
สำหรับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีความทันสมัยหลายอย่าง แต่อาจจะเนื่องจากผมเป็นผู้แทนที่มีอายุค่อนข้างจะมากกว่าเขาสักนิดหนึ่งโดยค่าเฉลี่ย ก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่ว่าก็ยังรู้สึกว่าทันสมัยกว่าในสภาแห่งเก่านะครับ แต่ถ้าจะใช้เทคโนโลยีอะไรแล้วก็ขอให้มีการจัดฝึกอบรมให้พวกเราด้วย เราจะได้ใช้ เทคโนโลยีได้ถูกต้อง ท่านประธานครับ ก็ขอกราบเรียน ๒-๓ ประเด็นเพื่อตั้งเป็นข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ฝากให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรที่ศึกษาเรื่องนี้ได้นำไป พิจารณา เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ