นิยม ย้ำไทยพีบีเอส ต้องไม่ใช้ระบบราชการบริหารสื่อสาธารณะ ปรับงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

นิยม เวชกามา หารือเรื่องการบริหารจัดการไทยพีบีเอส โดยเน้นย้ำว่าต้องไม่ใช้ระบบราชการบริหารสื่อสาธารณะ และเรียกร้องให้ปรับสัดส่วนงบประมาณจากต้นทุนการผลิตมาสู่การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงฟื้นฟูรายการที่เกี่ยวกับทุกข์ของชาวบ้าน

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๒ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ถ้าอ่านชื่อแบบนี้แล้วผมเองยังจำ ไม่ได้เลยชื่อนี้ แต่ถ้าบอกไทยพีบีเอส (Thai PBS) พี่น้องประชาชนรู้จักนะครับ แต่นี่คือชื่อ ตามพระราชบัญญัติ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ก็เป็น สถานีโทรทัศน์ที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติสถานีเดียวจริง ๆ

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตแสดงความคิดเห็นจากรายงานฉบับนี้ ในฐานะคนที่มีความผูกพันกับช่องนี้ ผมได้พบกับรายงานตั้งแต่เป็นผู้แทน ปี ๒๕๕๐ ติดต่อกันมา แต่ก็หายไปช่วงปฏิวัติรัฐประหาร ผมต้องขอกราบเรียนทางคณะผู้บริหารว่าเป็นความคิดเห็น ท่านก็รับไปหน่อย อาจจะเปิดใจ อาจจะไม่ถูกใจ อันนั้นเป็นแนวคิด แต่ผมยืนยันว่าผมผูกพัน กับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้พอสมควร ผมไม่ได้เป็นแค่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ผมผูกพันตั้งแต่ เป็นไอทีวี (itv) ผมยืนยันว่าผมเป็นผู้สื่อข่าวรุ่นแรก ๆ ของไอทีวี (itv) แล้วก็ผูกพันอยู่ มาตลอด จนสุดท้ายลาออกมาสมัครผู้แทน ผมอยู่กับไอทีวี (itv) มาตลอด เพราะฉะนั้น บางรายการที่หายไปต้องขอกราบเรียนว่าจริง ๆ ไอทีวี (itv) หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีมือระดับพระกาฬในการทำงานระดับผู้บริหารในองค์กร แต่ผมฝากว่าท่านผู้บริหาร ซึ่งมานั่งอยู่ตรงนี้การดูแล การบริหาร ผมไม่อยากให้เอาระบบราชการไปบริหารในช่องทีวี (TV) มันจะเดินออกยาก ผมดูในรายงานของท่านผมชอบมากในลักษณะที่บอกเรื่อง สื่อสาธารณะ ผมเป็นคนที่ชอบ เพราะจุดยืนของไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือความเป็น สื่อสาธารณะนี่ละ ซึ่งบางครั้งบางตอนอาจจะขาดหายไป อันนั้นเพราะถูกบีบด้วยผู้บริหาร ประเทศ ไม่เป็นไร แต่ต้องยืนยันต่อท่านผู้บริหารที่นั่งตรงนี้ว่าเงินที่เอามาบริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) ๒,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเงินมหาศาล หลายคนบอกว่าเป็นภาษีบาป แต่ภาษีบาปที่ว่านี้ ไม่ใช่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เอามาคนเดียวหรอกครับ หลายองค์กรก็เอาเงินไปใช้ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากให้ไปเน้นที่ประชาชนเป็นหลัก ผมมาเปิดดูในรายงานของท่าน ซึ่งท่าน บอกว่า ๑๑ ปีจาก พ.ร.บ. การสื่อสารของท่าน ปี ๒๕๕๑ ความเป็นจริงสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เกิดขึ้นนานกว่านั้น แต่มาปรับปรุงออกมาเป็นใช้เงินตัวนี้เมื่อปี ๒๕๕๑ เท่านั้น เพราะฉะนั้น สถานีโทรทัศน์แห่งนี้มีมือบริหาร มีมือทำงานที่เป็นคนเก่ง พูดง่าย ๆ ผมได้เห็นรายชื่อ หลายคนนั่งอยู่ในนี้ต้องยอมรับ เพียงแต่ว่าต้องมาทบทวน เพราะของเราเป็นสถานีโทรทัศน์ ที่ไม่ได้ใช้เงินของภาคโฆษณาอื่น ๆ เพราะฉะนั้นจุดนี้ผมอยากให้ดูที่ประชาชน ไม่ใช่เพราะ ผมเป็นผู้แทนแล้วต้องประชาชนหรอก ผมไปดูของท่านในรายงานงบค่าใช้จ่ายแยกตาม ลักษณะงาน ปี ๒๕๖๒ ผมก็ยังรับท่านไม่ได้นะครับ อันนี้คือท่านต้องรับฟังผมหน่อย เพราะบอกว่าค่าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนท่านให้เพียง ๓ เปอร์เซ็นต์ ความจริง เงินของเรา ๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่ให้มาคล้าย ๆ ว่าไม่ใช่เงินของประชาชนโดยตรง แต่ถ้าไม่เอามาให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทุ่มเทไปที่ประชาชน ประชาชนก็จะเป็นประโยชน์มหาศาล แต่เขายอมตัดมาให้พวกท่านเพราะต้องการให้ท่าน มาจัดการในเรื่องประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนค่าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่านมาให้แค่ ๓ เปอร์เซ็นต์นี่น้อยมาก เป็นเรื่องจริงน้อยมาก ท่านไปดูเลย ๗๕ ล้านบาท เมื่อเทียบกับส่วนอื่นของท่าน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็เป็นแค่ต้นทุนการผลิตและจัดหา รายการ ในส่วนนี้เป็นต้นทุนการผลิต เมื่อเป็นต้นทุนการผลิตท่านทำไมไม่เอามาให้ ส่วนประชาชน รายการต่าง ๆ ที่หายไปที่เกี่ยวกับประชาชน ยังดียังมีสถานีของประชาชนอยู่ นี่คือเป็นที่พึ่งพิงอาศัยของชาวบ้านได้ แต่รายการที่ผมฝากท่านต้องนำไปคิดคือรายการหนึ่ง ที่ชาวบ้านยอมรับทั่วบ้านทั่วเมืองคือทุกข์ของชาวบ้าน ในยุคนั้นไอทีวี (itv) ถึงแม้จะมี รายการที่ไม่เหมือนช่องอื่น รายการบันเทิงทั้งหลาย แต่มีรายการทุกข์ของชาวบ้านเข้าถึง ชาวบ้านเลยครับ ชาวบ้านให้ความสนใจเข้ามาดู เพราะเขาร้องทุกข์มาแล้วเราไปดูเขา เพราะฉะนั้นในส่วนนั้นเขาก็เลยให้ความสนใจทำให้เรตติง (Rating) ของไอทีวี (itv) ตรงนั้น สูงขึ้น แล้วท่านทำไมต้องตัดรายการนี้ไป ท่านจะมาคู่กับรายการสถานีประชาชนก็ย่อม สามารถทำได้ ส่งนักข่าวไปทั่วประเทศทุกที่ ของไอทีวี (itv) เรามีอยู่แล้ว แล้วทำไมทำให้ หายไป อันนี้ฝากท่านผู้บริหาร ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าอย่าเอาระบบราชการไปบริหารสถานี โทรทัศน์มันจะไปไม่ได้ ขาดทุนทุกเรื่อง เอาราชการไปทำรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ผมขอกราบเรียน ว่าในหลายเรื่องที่ผมมาดูเอาแค่นี้ล่ะ แต่ว่าต้องยืนยันว่า ๕๙ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการผลิต ท่านตัดมาในส่วนของประชาชนอีกได้ไหม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนโครงข่ายส่งสัญญาณ ออกอากาศ อันนี้เป็นส่วนหนึ่ง ความจริงของท่านมีสมบูรณ์แบบอยู่ตั้งนานแล้ว มีเครือข่าย ทั่วประเทศ แต่วันนี้ท่านจะให้หายไปโดยเฉพาะเกี่ยวกับประชาชน ผมฝากท่านผู้บริหารกลับไป ทบทวนด้วยว่า อันไหนที่ประชาชนเขาเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือจากท่านใส่เข้าไป เพราะท้ายจริง ๆ ผมดูเรื่องร้องเรียนของท่าน ในรายการการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการรับ และพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชนท่านมีนิดเดียวทั้ง ๆ ที่เปิดเป็นปีมีไม่กี่เรื่อง ซึ่งต้องมี มากกว่านี้ ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ยังมีมหาศาลเลยเปิดแค่ช่องร้องเรียนมา ขอบคุณมากครับ