ประภัตร โพธสุธน ชี้แจงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ครอบคลุมทั้งการเยียวยาเงินเดือน การจัดจำหน่ายสินค้า การจ้างงานชั่วคราว การสนับสนุนวัตถุดิบ และการลดภาระหนี้สิน พร้อมรายงานความคืบหน้าหลังได้รับอนุมัติงบประมาณ 400,000 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรฯ เสนอ 48 โครงการ และได้รับอนุมัติแล้ว 6 โครงการ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือให้เกษตรกรทั่วประเทศเข้าถึงอย่างทั่วถึง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณและชื่นชม ท่าน ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ เป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นคนเก่าและเอาใจใส่ปัญหาของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดพัทลุง เมื่อ ๓ เดือนที่แล้วผมไปจังหวัดพัทลุง ท่านก็ไปเสนอปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องจังหวัดพัทลุง แล้วเราร่วมกันแก้ไข ผมขอชมเชยว่าท่านเป็นคนตั้งใจและจริงใจกับ พี่น้องจังหวัดพัทลุงมาโดยตลอด คำถามของท่านเป็นคำถามที่ดีและถูกต้องในขณะนี้ คือทุกคนวิตกว่าการดูแลช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลอย่างไร เพื่อนสมาชิกทุกท่าน คงจะทราบดีอยู่แล้วไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เริ่มระบาดรุนแรงเดือนมีนาคม เดือนมีนาคม เราก็เริ่มตื่นตัวกันทุกฝ่ายว่าเป็นโรคที่ติดต่อ ดังนั้นวันที่ ๒๘ เมษายน คณะรัฐมนตรี โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้กับ พี่น้องเกษตรกรก่อนเลย ซึ่งเป็นพี่น้องที่มีอาชีพลำบาก แล้วก็จำนวนมาก ก็ตั้งเลยว่าให้ไปดู เกษตรกรที่จดทะเบียน ท่านประกาศมาเลยว่าจะดูแลประมาณ ๑๐ ล้านรายก่อน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาทต่อราย เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ดังนั้นหน่วยงานที่จะแจ้งให้รัฐบาลทราบ มี ๗ หน่วยงานด้วยกันที่รวบรวมบัญชีของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ก็มีอยู่ดังนี้ครับ กลุ่มที่เลี้ยงสัตว์ก็คือกรมปศุสัตว์ มีผู้ขึ้นทะเบียนอยู่ ๑,๕๙๐,๐๐๐ ราย ทำไร่ ทำนา กลุ่มปลูกพืช กรมส่งเสริมการเกษตรขึ้นทะเบียนให้ประมาณ ๖,๓๓๐,๐๐๐ ราย ต่อจากนั้นมาก็เป็นกรมประมง กรมประมงก็มีเกษตรกรไปขึ้นทะเบียนด้วย ๕๓๐,๐๐๐ ราย นอกจากนั้นก็เป็นการยางแห่งประเทศไทย ๑,๗๕๐,๐๐๐ ราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อย และน้ำตาลทราย ๔๐๐,๐๐๐ ราย กรมสรรพสามิต ๔๐,๐๐๐ ราย และกรมหม่อนไหม ๔๐,๐๐๐ ราย รวมแล้ว ๑๐ ล้านราย ใน ๑๐ ล้านรายก็มีหลายท่านทักท้วงว่ามันซ้ำซ้อน ดังนั้น ครม. ก็เลยมีมติให้ไปตรวจสอบกันใหม่ ผู้ที่มีรายได้ประจำแต่เป็นเกษตรกร หรือว่า ผู้ที่มีประกันสังคมต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องตัดออก ดังนั้นวันนี้วันที่ ๗ กรกฎาคมเราได้จ่ายเงินไปแล้ว ให้เกษตรกร ๗,๓๙๗,๒๘๒ ราย เราจ่ายไป ๒ เดือนแล้วคือเดือนพฤษภาคมกับเดือนมิถุนายน เราจ่ายเสร็จแล้วเป็นเงิน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมบอกเหลือเดือนสุดท้ายก็จะเริ่มจ่าย วันที่ ๑๕-๒๒ กรกฎาคมนี้อีก ๓๖,๙๕๐ ราย ดังนั้นเงินที่เยียวยาชดเชยรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร จนสิ้นสุดโครงการ รวมทั้งสิ้น ๑๑๐,๔๘๐ ล้านบาท นี่คือการเยียวยาให้พี่น้องเกษตรกร ที่ประสบปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ในครั้งนี้ ในระหว่างที่เกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอะไรไว้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศอยู่แล้ว อันดับแรก กรมส่งเสริมการเกษตรท่านก็เข้าใจว่า ขณะที่เกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) เรามีเคอร์ฟิว (Curfew) ไม่สามารถจะเดินทางได้ การขนส่ง พืชผลธัญญาหารออกไม่ได้ ดังนั้นกรมต่าง ๆ ต้องไปนำมาขายให้ กรมส่งเสริมการเกษตรก็นำมา ขายให้กับพี่น้องเกษตรกร เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๔๒ ล้านบาท กรมประมงก็เอากุ้ง หอย ปู ปลาที่ออกมา ไม่ได้ มาขายออนไลน์ (Online) บ้าง มาขายตามปั๊ม ปตท. บ้าง ก็ได้เงิน ๒๑๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท กรมการข้าวก็นำข้าวหอมมะลิต่าง ๆ มาขายได้อีก ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ส.ป.ก. ก็ดูแลพื้นที่ เกษตรกรที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. นำสินค้ามาช่วยขาย ได้รายได้ประมาณ ๑ ล้านบาท กรมส่งเสริมสหกรณ์ทำงานหนักเพราะมีสมาชิกมาก ก็นำสินค้ามาขายได้ ๒๒๙ ล้านบาท นี่เป็นการช่วยเหลือในระหว่างที่เกิดโควิด (COVID) และทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราสร้างรายได้ให้กับคนงาน แรงงานคือกรมชลประทาน กรมชลประทาน ช่วยเหลือพี่น้องไปเป็นลูกจ้าง ๓ เดือนบ้าง ๖ เดือนบ้าง ทั้งหมด ๗๙,๐๐๐ ราย เป็นเงิน ๑,๗๕๑ ล้านบาท กรมส่งเสริมการเกษตรก็จ้างแรงงานเหมือนกันครับ กรมส่งเสริมการเกษตร จ้างแรงงานไปทั้งหมด ๑,๑๐๐ ราย นี่เป็นการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วลดภาระล่ะ ลดภาระอย่างนี้ครับ ลดภาระคือกรมส่งเสริมการเกษตรนอกจากจ้างแล้ว เราก็ให้เงินช่วยเหลือ สนับสนุนให้พี่น้องปลูกผักประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน เป็นเงิน ๔ ล้านบาทเศษ กรมหม่อนไหมให้ท่อนพันธุ์ไป ๒๓๗,๐๐๐ ท่อน คิดเป็นเงินประมาณ ๔๕ ล้านบาทครับ นอกจากนั้นก็มีกรมประมงช่วยค่าอาหารประมาณ ๔๕ ล้านบาท ส่วนหนี้สินอันนี้แน่นอนทุกคนเข้าใจดีว่าเมื่อเกิดโควิด (COVID) เกิดการว่างงาน สินค้าเกษตร ก็ขายไม่ได้ หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานปลัดนั้น หยุดและลดดอกเบี้ยให้กับผู้ที่กู้เงินกองทุนหมุนเวียนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย เป็นเงินประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ลดดอกเบี้ยให้ คิดเป็นเงิน ๕๗ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลดชำระหนี้และลดการส่งเงินหุ้นนะครับ มีเงินค่าหุ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ราย ๒,๔๐๐,๐๐๐ ราย เป็นลูกหนี้ทั้งนั้น ก็หยุด ไม่ต้องชำระทั้งหนี้หุ้น แล้วก็ไม่ต้องส่ง การยางล่ะครับ การยางก็หยุด เหมือนกันครับ หยุดการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย คิดเป็นมูลค่าแล้ว ๗๑๖ ล้านบาท สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตรงนี้ก็เหมือนกันขยายการชำระหนี้ให้เกษตรกร ที่กู้เงินของกองทุนไป คิดเป็นเงินประมาณ ๑๘ ล้านบาทเศษ ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ตรงนี้ท่านต้องช่วยนำไปประชาสัมพันธ์ บ้านท่านซึ่งเป็นขวัญใจเลย ท่านเป็นขวัญใจ แล้วอาชีพเลี้ยงโคก็เป็นขวัญใจของเกษตรกร เราได้ไปชี้แจงร่วมกันเรื่องโคขุน ที่ท่านประสบ ความสำเร็จมากคือการเลี้ยงโคขุน แล้วก็โคนม ผมจะเล่าให้ฟัง ท่านนริศอยากให้ชาวบ้าน มีสตางค์ ผมก็บอกท่านนริศต้องไปจูงพี่น้องที่ท่านเคยเลี้ยงวัวมาแล้วมาร่วมโครงการ โควิด (COVID) แก้วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ ท่านก็ไปรวมคนมาชี้แจง ในวันนั้นทุกคน เข้าใจ ในการกู้เงินที่จะไปเลี้ยงวัวนั้นต้องจดเป็นวิสาหกิจชุมชนไม่น้อยกว่า ๗ ราย มากกว่านั้นได้ กลุ่มหนึ่งให้กู้ได้ ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท แล้วเราก็มีการประกันราคา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือมีตลาดรองรับในการเลี้ยงวัวครั้งนี้ เรียกว่าโคขุนแก้วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่ง ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำชับมาเลย ท่านให้วงเงินกู้ร่วมกับ ธ.ก.ส. ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็ทยอยปล่อยเท่าที่สมาชิกได้จดทะเบียน เรียบร้อย แล้วก็มีตลาดรองรับเราก็ปล่อย ตอนนี้เราเริ่มจะปล่อยกุ้งที่อยู่ชายทะเลภาคใต้แล้ว ต่อไปจะมีการส่งเสริมให้เลี้ยงกุ้ง เพราะมีประกันกุ้งตายได้ วัวเหมือนกันครับ ที่เลี้ยงคราวนี้ก็มี การประกันชีวิต ไม่มีการเสี่ยงเลยสำหรับพี่น้องเกษตรกร กุ้งก็เหมือนกันครับ ท่านปล่อยกุ้งไป เท่าไร เลี้ยงกุ้งมีอาหารกุ้งให้ มีประกันการซื้อ มีบริษัทส่งออกมารับซื้อเลย แล้วก็ถ้ามีกุ้งตาย กุ้งประสบปัญหามีบริษัทรับประกัน ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ อยู่ขณะนี้ก็พยายามจะให้พี่น้องได้มีรายได้เพิ่มขึ้นและช่วยเลี้ยงครอบครัวได้ พยายามทำทุกอย่าง เพื่อนสมาชิกทั้งหลาย นอกจากจังหวัดพัทลุงแล้ว ก็นำโครงการนี้ไปประชาสัมพันธ์ได้ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความปรารถนาให้ทุกคนมีรายได้เพิ่ม จึงอนุมัติเงินกู้ร่วมมาให้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำได้ทุกอาชีพ แต่ต้องมีตลาดรองรับ อันนี้เป็น ปัจจัยสำคัญร่วมกับ ธ.ก.ส. ครับ ที่ผมจะกล่าวถึงก็คือวัวนม ท่านเอาใจใส่มาก วัวนมขณะนี้ ที่จังหวัดพัทลุงมีประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าแม่ ของสหกรณ์ผลิตน้ำนมได้วันหนึ่งประมาณ ๑๑ ตัน ๑๑ ตันนี่ท่านได้รับโควตา ๒๕ ตันต่อวัน ท่านต้องไปหานมแล้ว ตอนนี้ท่านไปขยาย ได้แล้ว ขณะนี้โควตาท่านของจังหวัดพัทลุงนมไม่พอก็เลยต้องเอานมจากภาคกลางไปช่วย อยากให้ท่าน ส.ส. นริศไปประชาสัมพันธ์เลย อันนี้เป็นเรื่องที่ดี ท่านยังมีนมอีก โควตาที่ท่านได้รับไป ท่านไปส่งเสริมเลย ก็เอาเงินนี้ไปได้ล้านละร้อยเหมือนกันนะครับ
ส่วนที่ท่านถามประการสุดท้าย ก็คือว่าหลังจากนี้ที่เยียวยาแล้วมีอะไรบ้าง ขอกราบเรียนว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้ประชุมทุกกรมทั้งกระทรวงเลยว่า ควรจะทำอะไรให้กับพี่น้องเกษตรกรหลังจากนี้ เพราะเรามีเงินกู้ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอนุมัติ มาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เสนอไปเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ รวมทั้งสิ้น ๔๘ โครงการ เป็นเงิน ๑๔๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในวันนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้ว ๖ โครงการ เป็นเงินประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียม รองรับในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั้ง ๑๐ ล้านราย อย่างที่ได้กราบเรียนไปแล้ว ดังนั้น ก็ฝากท่านนริศอีกครั้งหนึ่ง ท่านไปช่วยประชาสัมพันธ์ นอกจากจังหวัดพัทลุงแล้วในภาคใต้ ท่านก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ