วิสิษฐ์ ชี้ปัญหาสินค้าเกษตรซ้ำซาก วอนเร่งแก้ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ หารือปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำจากแรงกดดันของพ่อค้าต่างชาติ โดยเฉพาะลำไยในภาคเหนือ และเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขอย่างยั่งยืนเพื่อคุ้มครองเกษตรกร

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีครับที่สภาแห่งนี้เราได้มีญัตติเกี่ยวกับเรื่องพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งหมด ๑๑ ญัตติ ถ้านับรวมเรื่องกระทู้ด้วย เรื่องอื่น ๆ ด้วยนะครับ ก็อีก ๔-๕ กระทู้ ก็เกี่ยวกับเรื่องสินค้าเกษตร เรื่องพืชไร่ที่ได้รับผลกระทบจากหนอนบ้าง เรื่องเชื้อราบ้าง และสิ่งที่ดีอีกอันหนึ่งครับท่านประธาน วันนี้ ๑๑ ญัตติ มีแทบทุกพรรคการเมือง ในสภาแห่งนี้ก็ต้องภูมิใจแทนพี่น้องประชาชนว่า พี่น้องประชาชนนั้นมีที่พึ่งเรื่องสินค้าเกษตร แต่ท่านประธานครับ เรื่องสินค้าเกษตรต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้เราได้รับฟังมาทุกครั้ง ในสภาแห่งนี้ อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดว่าเมื่อเปิดสภา หรือแต่ละปีปัญหาเหล่านี้ก็จะวนเวียน มาเหมือนเดิม และสิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ให้ความสนใจและไม่ได้ดำเนินการ ให้เป็นระบบ แก้ไขให้อย่างยั่งยืน ปัญหาก็จะซ้ำซาก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน ขาดที่พึ่ง ก็จะใช้วิธีอะไรครับท่านประธานครับ ก็จะมีการประท้วง เดินขบวน บางครั้งก็ต้อง เอาสินค้าเกษตรเหล่านั้น ยกตัวอย่าง เช่น เอายาง เอาผลปาล์ม แม้แต่ที่จังหวัดเชียงราย สับปะรดเอามาเททิ้งเพื่อเป็นการประท้วง เพราะอะไรครับ เพราะถ้าไม่มีการประท้วง ไม่มีการเรียกร้องอย่างนี้ส่วนราชการก็ไม่ให้ความสนใจ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ท่านประธานครับ เพราะครั้งนี้คิดว่าการที่เราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อไป ศึกษาก็จะเป็นเรื่องดี และจะได้แก้ไขให้ถูกต้องครับ โดยเฉพาะอย่างจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อปีที่แล้วสับปะรดนางแลซึ่งเป็นสับปะรดหนึ่งเดียวของ ประเทศไทยหาทานที่ไหนไม่ได้ และไม่เคยราคาตกต่ำเลยนะครับ ปีที่แล้วไม่น่าเชื่อครับ ท่านประธาน กิโลกรัมละ ๕๐ สตางค์ ไม่มีใครไปเก็บไปซื้อที่สวนเลยนะครับ ต้องปล่อยให้ เน่าในสวน พี่น้องประชาชนก็ลำบาก ปีนี้ก็เหมือนกันพี่น้องประชาชนก็หาที่พึ่งไม่ได้ ราษฎรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ตัว ส.ส. เองในจังหวัดเชียงรายก็ต้องไปให้กำลังใจ เมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือท่านประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ท่านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา พี่น้องประชาชนก็อุ่นใจขึ้น และผลที่ตามมาคืออะไรครับ วันรุ่งขึ้นทางจังหวัดเชียงรายโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงรายก็ให้ความสนใจสั่งหน่วยงานเข้าไปดูแลแก้ไข ท่านประธานครับจะเห็นว่าอันนี้ถ้าเรา แก้ไขไม่ถูกพี่น้องประชาชนก็ว้าเหว่ ก็จะมีการประท้วงตามมา ท่านประธานครับ ผมขอสรุป รวมว่าสินค้าเกษตรคงไม่มีเฉพาะข้าว ปาล์ม หรือว่าอ้อยอย่างเดียว ผมอยากจะมาพูดถึงเรื่อง สินค้าเกษตรก็คือในด้านผลไม้รวม วันนี้เราต้องถือว่าผลไม้ของประเทศไทยเราเป็นผลไม้ ที่ดีที่สุดในโลกแล้วนะครับ ทุกอย่างครับ ไม่ว่า เงาะ มังคุด ทุเรียน ลำไย สิ่งเหล่านี้ก็คือว่า เมืองไทยนั้นเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เป็นประเทศที่สามารถมาทานผลไม้ได้ตลอดปีไม่ซ้ำกัน อันนี้เป็นที่ยืนยันครับ ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้จะทำได้ แล้วเมืองไทยเรานั้นเป็นเมืองที่มี ผลไม้ที่มีคุณภาพที่สุด ทุเรียนครับ แม้แต่ประเทศอื่นจะมีแต่คุณภาพสู้เราไม่ได้ ลำไยเดี๋ยวนี้ ทราบว่าประเทศจีนก็ปลูกได้ ประเทศอินโดนีเซียก็ปลูกได้ ประเทศเวียดนามก็ปลูกได้ แต่คุณภาพสู้บ้านเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญครับ เรื่องเหล่านี้เราจะมีของดี แล้วเม็ดเงินจะมาสู่พี่น้องเกษตรกร เราจะทำเพื่อบริโภคในประเทศไม่ได้แล้วครับ และวันนี้ต่างชาติให้ความสนใจ ท่านประธานครับ เรื่องผลไม้นี้ปัญหาที่จะเกิดต่อมาคืออะไร เพราะมีการเข้ามาซื้อจากพ่อค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ทางประเทศสิงคโปร์ ทางฮ่องกง หรือว่าหลาย ๆ ประเทศ สินค้าทางด้านผลไม้เราเป็นที่ต้องการ ท่านประธานครับ ใหม่ ๆ พ่อค้าเหล่านี้ก็นำเม็ดเงินเข้ามา คือพูดง่าย ๆ ว่าหิ้วกระเป๋าแล้วก็ ให้พี่น้องประชาชนชาวสวนชาวไร่ในพื้นที่เป็นคนจัดซื้อจัดหาให้ ที่เขาเรียกว่าล้งนั่นละครับ สมัยก่อนนั้นล้งเป็นคนไทยครับ ล้งเป็นคนไทยเกือบหมด แต่ปัจจุบันนี้นะครับท่านประธาน กลายเป็นว่าพ่อค้าเหล่านั้นเมื่อมีการค้าขายและคุ้นเคยพื้นที่ ๒-๓ ปีมานี้ปัญหาล้งของพื้นที่ ที่เป็นชาวสวนเป็นเกษตรกร กลายเป็นว่าล้งจากต่างชาติเข้ามาดำเนินการเกือบหมด เมื่อเข้ามาดำเนินการเกือบหมดแล้วนะครับ เขาก็สามารถพูดคุยกัน กำหนดราคาได้ กำหนดเวลาซื้อขายได้ ทำให้สินค้าเกษตรเรานะครับ ซึ่งผลไม้เรามีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด ในโลกกลับราคาตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยกให้เห็นเลยนะครับว่าเรื่องลำไยนี่ครับ ท่านประธานชัดเจนที่สุดครับ แหล่งที่ปลูกมากที่สุดก็คือ ๖ จังหวัดภาคเหนือแล้วก็ยังมีทาง จังหวัดจันทบุรีบ้างนะครับ ลำไยเดี๋ยวนี้ล้งจากทางประเทศจีน ทางประเทศไต้หวัน ทางฮ่องกง มาทำโรงงาน ซึ่งเป็นผลผลิตในการอบลำไยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นล้งของ ต่างชาติเสีย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นนะครับเป็นล้งของ หรือพูดง่าย ๆ ว่า เป็นโรงงานอบของคนพื้นที่ แล้วก็เป็นโรงงานที่ไม่ใหญ่ครับ เล็ก ๆ อำนาจต่อรองก็ไม่มี กลายเป็นว่าผลผลิตต่าง ๆ เรื่องลำไยก็ดี หรือว่าเรื่องอื่น ๆ ก็ดีครับ ทางจังหวัดจันทบุรี ก็มีปัญหาเรื่องเงาะ เรื่องมังคุดก็ดี หรือว่าเรื่องทุเรียน ก็มีล้งคอยกดราคา คอยกำหนดราคา เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานครับเราต้องให้ความสนใจ ผมฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ด้วยนะครับว่าสินค้าเกษตรทุกตัวปัญหาก็คงเหมือนกัน ก็คือต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่ราคาขาย ควรจะได้โอกาสแก่พี่น้องชาวเกษตรกรแต่กลับแย่ลง เพราะอะไรครับ ก็เพราะการจัดการ วิวัฒนาการในการค้าขาย ล้งเข้ามาดำเนินการเองตรงนี้ เราต้องหาวิธีป้องกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน เรื่องลำไย ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับว่าวันนี้ ล้งเขาไม่ได้มาซื้อเฉพาะตอนผลผลิตนะครับ วันนี้ทราบว่าสวนลำไยในภาคเหนือก็ดี ที่จังหวัดจันทบุรีก็ดี ที่ใหญ่ ๆ นะครับ ล้งเข้ามาจัดซื้อตั้งแต่เริ่มออกใบ เราก็งงนะครับว่า เขามาซื้อทำไมครับ เขามาซื้อที่สวนตั้งแต่เริ่มออกใบ ตกลงราคาจ่ายเงินก่อนเลย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจากออกดอกแล้วจ่ายอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วตอนเก็บผลผลิต จ่ายให้อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และเขาก็ขนผลผลิตกลับไปขายในประเทศเขาได้ราคาสูง ๆ ทุเรียนลูกหนึ่งเป็นพันบาท แต่มาซื้อจากบ้านเรานะครับลูกแค่หลักร้อย ตรงนี้ผมคิดว่า พี่น้องประชาชนเราเสียเปรียบครับ และสิ่งที่ต่อไปเจ้าของสวน พี่น้องประชาชนจะเป็นแค่ คนเฝ้าสวน จะเป็นแค่คนดูแลสวน พื้นดิน พื้นสวนของประเทศไทยก็จะกลายเป็นต้องรองรับ สิ่งต่าง ๆ เพราะเมื่อเขามาซื้อตั้งแต่ออกใบ ออกดอก ออกผล ยา สารเคมีต่าง ๆ เขาระดมเข้าไป กลายเป็นบ้านเราครับพี่น้องประชาชนเป็นคนเฝ้าสวน พื้นดินของเรานี่ก็กลายเป็นที่รองรับ สารเคมี และกำไรทางล้งที่มาซื้อได้ครับ ก็ฝากกรรมาธิการในประเด็นเหล่านี้ช่วยนำไปบรรจุ และแก้ไขหาทางป้องกันด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ