สุทิน คลังแสง หารือเรื่องการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเรียกร้องการเร่งดำเนินการให้กลไกการบริหารของประเทศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาการกล่าวหาและทำลายล้างสภา และปฏิบัติตามหลักการประชาธิปไตย
ท่านประธานด้วยความเคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนที่จะเสนอชื่อ ผมขออนุญาตหารือเป็นข้อสังเกตที่น่าจะเป็นประโยชน์และจะใช้เวลาไม่มาก
ประเด็นแรก หลังจากเราทำหน้าที่เมื่อวานนี้ เราก็ได้สดับตรับฟังเสียง พี่น้องประชาชนตามสัญชาตญาณของพวกเราเป็นนักการเมือง ซึ่งเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ที่เราจะนำมาเป็นข้อคิดในการทำงานวันนี้ ประการแรกเมื่อวานนี้เราทำงานวันแรกก็เริ่มต้น ด้วยความเครียดกันทั้งประเทศเหมือนท่านประธานว่า ท่านประธานบอกว่าเครียดทั้งสภา แต่ผมสดับมาว่าเครียดทั้งประเทศ แล้วก็จบลงด้วยดี เขาฝากขอบคุณท่านประธานมาที่ได้ ประคับประคอง แล้วก็ฝากขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านมา แล้วเขาก็ยังมีข้อกังวลอยู่ดี ก็หวังว่าวันนี้การทำงานของเราจะได้ราบรื่นเรียบร้อยเหมือนท่านประธานบอก เพราะฉะนั้น ด้วยเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน พวกเราเองก็ฝากว่าขออย่าได้มีเหตุการณ์อย่างเมื่อวาน อย่าได้เลื่อน ถ้าทางใดที่พวกกระผมจะให้ความร่วมมือได้ยินดีเต็มที่วันนี้ แม้จะออกมา ด้วยใครชนะใครแพ้พวกเราไม่ติดใจ แต่ขอวันนี้ให้จบ จริง ๆ อยากจบเมื่อวานแล้วด้วย แต่ว่าด้วยเหตุผลของท่านประธานพวกผมเคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เพียงแต่ว่านำเอา ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมาฝาก เพราะอะไรรู้ไหมครับ เขาพูดมาน่าคิด แล้วน่าสะกิดใจเรายิ่งฝากท่านสมาชิกด้วยว่า วันนี้กลไกการขับเคลื่อนของประเทศของเรานี้ เราลืมหรือเปล่าว่ามันไม่มีนะครับ วันนี้สภาไม่มี วุฒิสภายังไม่มี สภาผู้แทนราษฎรกำลังมี แต่ว่าเริ่มทำงาน ส่วนกลไกการบริหารวันนี้รัฐมนตรีไม่มีหลายกระทรวง มีเพียง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีลาออกไปเป็นวุฒิสมาชิกกันเยอะ ก็ทิ้งชาวบ้าน เพราะฉะนั้นเวลา และปัญหาชาวบ้านไม่รอคอย ก่อนที่เราจะได้วันนี้แล้วเดินไปสู่การได้นายกรัฐมนตรี เป็นเวลาอีกระยะหนึ่ง พี่น้องเขาฝากมาว่าช่วยเร่งเวลานี้ให้ แล้วทางใดที่เราจะติดตาม การทำงานของหลายกระทรวงซึ่งว่างเปล่าวันนี้ฝากเราด้วย นี่ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนจะเลือกแล้ววันนี้ใครจะได้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ผมมีข้อสังเกตอยากฝากว่า ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ ๕ ปี ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีคำอยู่คำหนึ่ง ซึ่งใครบัญญัติขึ้นไม่ทราบ แต่มันเป็นข้อหาที่กล่าวหากันก็คือคำว่า เผด็จการรัฐสภา คำนี้กลายเป็นข้อหาที่เราใช้ทำลายล้างกัน แล้วมีอานุภาพทำลายสภานี้ด้วย ในสภาเราก็กล่าวหากัน บุคคลข้างนอกที่ไม่หวังดีต่อประชาธิปไตยใช้กล่าวหาเราจนเป็นข้อหายึดอำนาจจากเรา คือเผด็จการรัฐสภา ปฐมเหตุที่มักจะอ้างกันว่าเผด็จการรัฐสภาก็คือโครงสร้าง หมายความว่า ประธาน รองประธานทั้งสองอยู่ในกลุ่มเดียวหมด เพราะฉะนั้นวันนี้เราเริ่มต้นใหม่ อดีตไม่ว่ากัน ผมอยากเรียนหารือท่านสมาชิกว่าการจะเลือกต่อไปนี้เราจะคำนึงถึง คำว่า เผด็จการรัฐสภา หรือไม่ ถ้าเราจะคำนึงและตระหนัก เรามาคุยกันดีไหมว่าถ้าเราจะ ตระหนักถึงคำว่า เผด็จการรัฐสภา วันนี้เราเลือกตั้งนี้ถามตรง ๆ เรารู้แล้วว่ากลุ่มก้อนใด จะข้างมากข้างน้อย เราจะกินรวบหรือจะกินแบ่ง ถ้าจะกินรวบพวกผมไม่ว่า แต่ขอให้ได้รู้ว่า คำว่า เผด็จการรัฐสภา เราจะไม่ตระหนักกันแล้ว เราจะไม่สนใจกันแล้ว เราเพียงประดิษฐ์ ขึ้นมาเพื่อใช้กับสภาชุดใดชุดหนึ่งในอดีตเท่านั้นเอง ผมพูดเรื่องนี้ไม่ได้วิงวอนว่าจะต้องขอ ตำแหน่งจากท่าน แต่ฝากเป็นข้อคิดว่าปฐมเหตุของคำว่า เผด็จการรัฐสภา คือกินรวบทั้งหมด วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ตระหนักถึงเหตุการณ์ในอดีต การขึ้นไปลากคอประธาน เขวี้ยงแฟ้ม ลากเก้าอี้ เหล่านี้ใครผิดใครถูกผมไม่ว่า แต่มันมาจากจิตหรือฐานจิต ซึ่งเราหวาดระแวงต่อกันว่าเราจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน ผมจึงฝากท่านประธานรัฐสภาคนใหม่ ผมทราบบ้างว่าท่านตระหนักถึงข้อนี้อยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นวันนี้เลือกตั้งจะออกมาอย่างไรครับ คำว่า เผด็จการรัฐสภา เราจะให้คงอยู่ไหม หรือคำนี้เราจะหยิบยกเอาบทเรียนในอดีตมาป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้น ผมหวังเพียงว่า การพูดและการให้ข้อคิดวันนี้จะได้เตือนสติกัน แล้วก็ถือว่าปฏิบัติได้ถ้าหากเราตระหนัก ถ้าไม่ปฏิบัติผมก็จะได้สบายใจว่า ที่ประชุมแห่งนี้ได้บันทึกไว้ว่าได้มีคนเตือนแล้วโครงสร้างสภา จะนำไปสู่ปัญหา แล้วถ้าไม่ปฏิบัติผมก็ขอความเป็นธรรมให้กับสภาชุดก่อน ๆ รัฐบาลชุดก่อน ๆ ว่า เราอย่าได้กล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา แล้ววันนี้เราจะเอาอย่างไร นึกถึงคนข้างนอก ที่จ้องการทำงานในสภาของเราด้วย ขอบพระคุณอย่างสูงครับ