เกษมสันต์ ชี้รัฐประหารซ้ำได้ ถ้าไม่ปฏิรูปกองทัพและโครงสร้างอำนาจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

เกษมสันต์ มีทิพย์ หารือถึงปัญหาการรัฐประหารที่เกิดขึ้นซ้ำในประเทศไทย ระบุว่าเกิดจากโครงสร้างกองทัพที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลพลเรือน รวมถึงบทบาทของศาลที่รับรองการยึดอำนาจ และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันทหาร ยกระดับการควบคุมของรัฐบาลพลเรือน และประกาศปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนอย่างถาวรเพื่อยับยั้งการรัฐประหารในอนาคต

นายเกษมสันต์ มีทิพย์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการรัฐประหารทำให้ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่ไม่พัฒนา ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ประเทศไทย มีการรัฐประหารเกิดขึ้น ๑๓ ครั้ง มีความพยายามในการทำรัฐประหารหรือกบฏเกิดขึ้น ๑๒ ครั้ง ผมไม่เชื่อว่าการรัฐประหารปี ๒๕๕๗ จะเป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้ายตราบใดที่เรายัง ไม่แก้ไข เตรียมการป้องกันก็ย่อมที่จะมีโอกาสเกิดการรัฐประหารขึ้นในอนาคตได้ทุกเมื่อ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหยุดยั้งการรัฐประหารหรือการพยายามทำรัฐประหารที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคต ปัจจัยที่ทำให้เกิดการรัฐประหารมีหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ ทหาร ศาล และประชาชนที่ไร้อำนาจ ข้ออ้างในการทำรัฐประหารก็เป็นข้ออ้างเดิม ๆ เช่น มีความพยายามในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ บ้านเมืองไม่สงบ อันเนื่องมาจาก เกิดการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การรัฐประหาร อ้างว่ามีการคอร์รัปชันของนักการเมือง กองทัพมีอำนาจเสมือนรัฐซ้อนรัฐที่รัฐบาลพลเรือนมิอาจควบคุมหรือสั่งการได้อย่างแท้จริง กองทัพมีอำนาจในการสั่งการเป็นของตนเองโดยไม่ต้องรออนุมัติจากรัฐบาลเหมือนประเทศ ที่ไม่เคยมีการรัฐประหาร อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย หรือประเทศจีน กองทัพมีอำนาจในการประกาศใช้กฎอัยการศึกซึ่งเป็นกฎหมายอายุร้อยกว่าปียุครัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ โดยมิต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลพลเรือน ในบางยุคกองทัพยังสามารถข่มขู่รัฐบาลพลเรือนได้ ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย หรือประเทศจีนที่กองทัพมีขีดความสามารถในการรบสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก แต่กองทัพ ของประเทศเหล่านั้นไม่มีอำนาจในการข่มขู่รัฐบาลของตนได้ ลองให้รัฐบาลพลเรือนไทยปฏิรูปกองทัพ ปลดนายพลที่พัวพันกับการคอร์รัปชัน แล้วนำนายพล ขึ้นศาลเหมือนรัฐบาลประเทศจีนสิครับ รับรองได้ว่าไม่นานจะเกิดการสร้างกระแสนำไปสู่ การยึดอำนาจของรัฐบาลพลเรือนนั้นอย่างแน่นอน อำนาจโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม ยังเป็นไปอย่างประหลาด แทนที่ปลัดกระทรวงกลาโหมจะมีอำนาจสูงสุด รองลงมาเป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแต่กลับกลายเป็นผู้บัญชาการทหารบกที่มีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง เพราะมีกำลังทหารในมือมากที่สุด รองลงมาเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพอื่น ซึ่งในอารยประเทศ ต่าง ๆ ผู้นำรัฐบาลจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตำแหน่งทหารประจำการสูงสุดจะเป็น เสนาธิการทหารร่วมมีหน้าที่คอยให้คำแนะนำกับผู้บริหารประเทศ แต่ไม่มีอำนาจในการสั่งการ อำนาจของกองทัพบกยังครอบคลุมไปถึงการควบคุมข้าราชการฝ่ายพลเรือน ผ่านโครงสร้าง กอ.รมน.ที่กระจายครอบคลุมไปยังภาคต่าง ๆ โดยมีแม่ทัพภาคทำหน้าที่ควบคุมข้าราชการ ฝ่ายพลเรือนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. ภาค นอกจากนี้กองทัพบกยังมีสถานีโทรทัศน์ เป็นของตนเอง สถานีวิทยุทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยึดอำนาจทุกครั้ง และทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจจะมีทหารจากหน่วยต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ทำหน้าที่ รับผิดชอบเข้าควบคุมโครงสร้างขั้นพื้นฐานของประเทศ ทั้งด้านสื่อสาร ไฟฟ้า พลังงาน ในเขตรับผิดชอบของหน่วย และมีที่ตั้งของหน่วยทหารที่เอื้อต่อการยึดอำนาจของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น ม.พัน ๔ รอ. ซึ่งเป็นกองพันรถถังหลักที่ถูกใช้ในการยึดอำนาจของประชาชน ทุกครั้งที่มีที่ตั้งอยู่หน้ารัฐสภาแห่งนี้ หากมีลุงคนใหม่ที่ต้องการยึดอำนาจประชาชนอีกครั้ง เพียงสั่งให้เคลื่อนรถถังหลักออกมาปิดทางเข้าออก ยึดสภา ยึดทำเนียบรัฐบาล ส่วนที่เหลือ แยกย้ายไปยึดสถานที่สำคัญต่าง ๆ เหมือนที่เคยทำมา พร้อมกับหน่วยทหารที่กระจายอยู่ใน กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางอำนาจรัฐก็สามารถยึดอำนาจประชาชนได้แล้ว ศาลหรือ อำนาจตุลาการก็พิพากษารับรองอำนาจให้กับการรัฐประหารทุกครั้ง ไม่มีคณะรัฐประหารใด หรือคณะที่พยายามทำการรัฐประหารใดถูกลงโทษและได้รับโทษตามที่ระบุไว้รัฐธรรมนูญ ประชาชนซึ่งไร้อำนาจไม่มีที่พึ่งในการปกปักรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยของตนเอง ความจริง ที่ควรเป็นคือเมื่อมีการยึดอำนาจประชาชนเกิดขึ้น หากศาลพิพากษารับรองอำนาจให้กับ คณะรัฐประหารถือเป็นตัวการร่วมในการทำรัฐประหารด้วย คดีที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร ต้องไม่มีอายุความ ทั้งหมดทั้งมวลมาจากสิ่งที่ไม่เคยได้มีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญหรือว่า ต้องเป็นคำประกาศที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นคำประกาศอันเป็นบทนิรันดร์ที่มิอาจ ถูกฉีกทิ้งได้ด้วยอาวุธหรือการยึดอำนาจใด ๆ ต้องมีการรณรงค์ให้ทหาร ศาล และประชาชน ทุกคนในประเทศมีสำนึกที่จะปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนทุกลมเข้าออกด้วยชีวิต ในคำประกาศนั้นต้องระบุไว้ว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมในการต่อต้านการยึดอำนาจ ของประชาชนด้วยวิธีการใด สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียน การ์ตูน ป้ายอักษร ป้ายโฆษณา เพลง ภาพยนตร์ ละคร ต้องช่วยสร้างสำนึกเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างถาวรให้ได้ หากทำได้ อย่างที่ผมแนะนำ รับรองได้ว่าการพยายามทำการรัฐประหารในอนาคตจะไม่มีทางทำสำเร็จ ได้แน่นอน เพราะทุกคนในประเทศไม่ยอม ท่านประธานครับ ผมขอถามผ่านท่านประธาน ขอถามไปยังเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ หากเกิดการรัฐประหารขึ้น ในอนาคต ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกจะทำอย่างไรในฐานะตัวแทนประชาชน จะยืนหยัด ปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนไว้ได้อย่างไร ท่านประธานเอง เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านในฐานะตัวแทนอำนาจของประชาชนก็ถูกยึดอำนาจปลดจากหน้าที่ไปด้วย เพราะประเทศไทยมีโอกาสที่จะเกิดการรัฐประหารหรือการพยายามทำรัฐประหารในอนาคต ขึ้นได้ตลอดเวลา ลุงคนเก่าไป ลุงคนใหม่มา วิ่งไล่ไม่หมดเป็นอยู่อย่างนี้วนเวียนซ้ำซาก ประเทศชาติไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ผมจึงขอวิงวอนขอร้องให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติแห่งนี้ สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกัน การรัฐประหารและหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ผมขอแนะนำให้เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเสนอชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็น คณะกรรมาธิการด้วย เพราะไม่มีใครมีความรู้ในการป้องกันการรัฐประหารได้ดีไปกว่า อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารอีกแล้วครับ กราบขอบพระคุณมากครับ